ระเบียบว่าด้วยคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (แก้ไขครั้งที่ 10)

สารบัญ

  1. เจตนารมณ์
  2. นิยาม
  3. การแต่งตั้ง
  4. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม
  5. หน้าที่และความรับผิดชอบ
  6. วาระและค่าตอบแทน
  7. การประชุม
  8. การรายงาน
  9. หน่วยงานบริหารความเสี่ยง
  10. วันที่มีผลใช้บังคับ

ข้อ 1. เจตนารมณ์

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. มุ่งมั่นพัฒนาการบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้องค์กรบรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย และกลยุทธ์ ในดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่บริษัทจดทะเบียนพึงปฏิบัติ ปตท.สผ. จึงแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเพื่อทำหน้าที่กำกับดูแล กำหนดนโยบาย และส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานนำการบริหารความเสี่ยงมาใช้ดำเนินงาน

ข้อ 2. นิยาม

ในระเบียบนี้

  1. “บริษัท” หมายความว่า บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. และบริษัทย่อยของ ปตท.สผ.
  2. “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
  3. “กรรมการอิสระ” หมายความว่า กรรมการอิสระของ ปตท.สผ. ตามระเบียบการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมธุรกิจของกลุ่ม ปตท.สผ.
  4. “หน่วยงานบริหารความเสี่ยง” (Risk Management Function) หมายถึง หน่วยงานที่ได้รับการแต่งตั้งจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ให้รับผิดชอบการบริหารความเสี่ยงองค์กรในภาพรวม ให้สอดคล้องกับนโยบายและกรอบการบริหารความเสี่ยงที่บริษัทกำหนด

ข้อ 3. การแต่งตั้ง

คณะกรรมการ เป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee) ประกอบด้วย กรรมการ ปตท.สผ. อย่างน้อยสามคนเป็นคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและกรรมการบริหารความเสี่ยงอย่างน้อยหนึ่งคนต้องเป็นกรรมการอิสระ

คณะกรรมการจะแต่งตั้งกรรมการบริหารความเสี่ยงคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง และให้หัวหน้าหน่วยงานบริหารความเสี่ยง เป็นเลขานุการคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

ข้อ 4. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม

กรรมการบริหารความเสี่ยงต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้

  1. เป็นกรรมการ ปตท.สผ. และไม่ใช่ประธานกรรมการ ปตท.สผ. หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
  2. สามารถอุทิศเวลาอย่างเพียงพอในการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
  3. กรรมการบริหารความเสี่ยงที่เป็นกรรมการอิสระ ต้องมีความเป็นอิสระตามระเบียบการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมธุรกิจของกลุ่ม ปตท.สผ.

ข้อ 5. หน้าที่และความรับผิดชอบ

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังนี้

  1. กำหนดนโยบายและกรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management Policy and Framework) รวมถึงให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการและฝ่ายจัดการ ในเรื่องการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร
  2. พิจารณาประกาศความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ (Risk Appetite Statement) และเกณฑ์และขอบเขตของความเสี่ยง (Corporate Level Risk Metrics and Limits) ก่อนนำเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติ พร้อมทั้งติดตามอย่างสม่ำเสมอ
  3. กำกับดูแลและสนับสนุนการบริหารความเสี่ยง ให้มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพทั้งในระดับองค์กรตลอดจนระดับกลุ่มงาน/หน่วยงาน (Enterprise-wide Risk Management) โดยให้ความสำคัญและคำนึงถึงความเสี่ยง (Risk Awareness) ในแต่ละปัจจัยเพื่อประกอบการตัดสินใจ การจัดสรรทรัพยากร และการดำเนินงานในกระบวนการต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
  4. พิจารณาความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์และความเสี่ยงสำคัญระดับองค์กรในธุรกิจหลัก และธุรกิจสำคัญเชิงกลยุทธ์ของ ปตท.สผ. โดยให้ข้อเสนอแนะเพื่อจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ตาม ข้อ 5. (2) พร้อมทั้งติดตามและประเมินผลแนวทางการจัดการความเสี่ยงให้เหมาะสมกับสภาวะการดำเนินธุรกิจ
  5. พิจารณากลั่นกรองและให้ข้อคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการทำรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินที่มีมูลค่านัยสำคัญก่อนนำเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติ
  6. พิจารณากลั่นกรองวัตถุประสงค์การทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันและความเสี่ยงทางการเงิน ก่อนนำเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป และพิจารณาอนุมัติแนวทางการทำประกันฯ พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ
  7. ส่งเสริมให้การบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมองค์กร
  8. สนับสนุนหน่วยงานบริหารความเสี่ยง (Risk Management Function) ในการประเมินความเสี่ยงสำคัญ พร้อมทั้งแนะนำความเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจมีผลกระทบระดับองค์กร เพื่อให้บริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพทัดเทียมกับบริษัทชั้นนำ เพื่อส่งเสริมให้ ปตท.สผ. บรรลุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจได้ รวมทั้งมอบหมายงานอันเกี่ยวเนื่องกับการบริหารความเสี่ยงให้แก่หน่วยงานบริหารความเสี่ยงได้โดยตรง
  9. รายงานผลการกำกับดูแลการประเมินความเสี่ยงและการดำเนินงานเพื่อลดความเสี่ยงต่อคณะกรรมการเพื่อทราบเป็นประจำ ในกรณีที่มีเรื่องสำคัญซึ่งกระทบต่อบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ต้องรายงานต่อคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาโดยเร็วที่สุด
  10. เปิดเผยรายงานของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท
  11. พิจารณาทบทวนเกี่ยวกับระเบียบนี้ ให้มีความเหมาะสมและทันสมัยอยู่เสมอ
  12. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย อันเกี่ยวเนื่องกับการบริหารความเสี่ยงของ ปตท.สผ.

ในการปฏิบัติหน้าที่ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงอาจขอความเห็นจากที่ปรึกษาอิสระ เมื่อเห็นว่ามีความจำเป็นและเหมาะสม รวมทั้งให้กรรมการบริหารความเสี่ยงได้รับการอบรมและเสริมสร้างความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องต่อการดำเนินงานบริหารความเสี่ยงด้วย โดยบริษัทเป็นผู้รับค่าใช้จ่าย

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ต่อคณะกรรมการโดยตรงโดยคณะกรรมการรับผิดชอบในการดำเนินการทุกประการของบริษัทต่อบุคคลภายนอก

ข้อ 6. วาระและค่าตอบแทน

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีวาระอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริษัท

เมื่อมีกรรมการบริหารความเสี่ยงพ้นจากตำแหน่ง หรือมีเหตุใดที่กรรมการบริหารความเสี่ยงไม่สามารถอยู่ได้จนครบวาระ คณะกรรมการจะต้องแต่งตั้งกรรมการบริหารความเสี่ยงรายใหม่แทนให้ครบถ้วนอย่างช้าภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่จำนวนสมาชิกไม่ครบถ้วน

เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคสอง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการบริหารความเสี่ยงขึ้นใหม่ ให้กรรมการบริหารความเสี่ยงซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่ง เพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการบริหารความเสี่ยงซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

กรรมการบริหารความเสี่ยงซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว กรรมการบริหารความเสี่ยงพ้นจากตำแหน่งเมื่อขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 4

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงจะได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับหน้าที่และความรับผิดชอบ โดยได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และบริษัทต้องเปิดเผยค่าตอบแทนไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทด้วย

ข้อ 7. การประชุม

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงต้องประชุมอย่างน้อยปีละสี่ครั้ง

การประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ต้องมีกรรมการบริหารความเสี่ยงมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการบริหารความเสี่ยงไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการบริหารความเสี่ยงที่มาประชุมเลือกกรรมการบริหารความเสี่ยงคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการบริหารความเสี่ยงคนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด ทั้งนี้ เลขานุการคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

กรรมการบริหารความเสี่ยงผู้ใดมีส่วนได้เสียเป็นการส่วนตัวในเรื่องใด หรือมีส่วนได้เสียใด ๆ ในเรื่องที่พิจารณา จะต้องแจ้งให้ที่ประชุมทราบ และงดให้ความเห็น งดออกเสียง และออกจากห้องประชุม ยกเว้นที่ประชุมโดยไม่รวมกรรมการที่มีส่วนได้เสียมีมติเอกฉันท์ให้กรรมการผู้มีส่วนได้เสียเข้าร่วมชี้แจงข้อมูลในการประชุมเพื่อความรอบคอบในการพิจารณาตัดสินใจ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงหรือตัดสินใจในเรื่องนั้น ๆ

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีอำนาจเชิญฝ่ายจัดการ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ที่เห็นสมควรเข้าร่วมประชุม หรือขอให้ชี้แจงในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้

ข้อ 8. การรายงาน

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงต้องรายงานผลการประชุม หรือรายงานอื่นใดที่เห็นว่าคณะกรรมการควรทราบต่อคณะกรรมการเป็นประจำ

ข้อ 9. หน่วยงานบริหารความเสี่ยง

หน่วยงานบริหารความเสี่ยง มีภารกิจเพื่อสนับสนุนคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ดังต่อไปนี้

  1. สนับสนุนการดำเนินงานที่เกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง จัดทำมติ และรายงานการประชุมอย่างครบถ้วนและถูกต้อง รวมทั้งติดตาม แจ้งคำสั่งหรือมติดังกล่าวให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ และดำเนินการ
  2. รายงานความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ ความเสี่ยงระดับองค์กร และความเสี่ยงระดับปฏิบัติการที่มีนัยสำคัญ พร้อมแนวทางบริหารความเสี่ยง และความคืบหน้าของการดำเนินงานเพื่อจัดการความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอและทันท่วงที
  3. รายงานความเสี่ยงสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง เพื่อประกอบการกลั่นกรองการลงทุนดังกล่าว
  4. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายอันเกี่ยวเนื่องกับการบริหารความเสี่ยงของ ปตท.สผ.

ข้อ 10. วันที่มีผลใช้บังคับ

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2569

รายงานของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

ปตท.สผ. มุ่งมั่นพัฒนาการบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้องค์กรบรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย และกลยุทธ์ รวมถึงสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้เสีย ปี 2568 เป็นปีที่บริษัทฯ ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกที่แปรปรวนและเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติต่าง ๆ บ่อยครั้ง การโจมตีทางไซเบอร์ในรูปแบบใหม่ และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและนวัตกรรมแบบก้าวกระโดด (Disruptive Technology) ส่งผลให้บริษัทฯ ต้องปรับตัวให้ยืดหยุ่นเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว ในการนี้ คณะกรรมการ ปตท.สผ. มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทำหน้าที่กำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงองค์กรในภาพรวมให้อยู่ภายใต้นโยบายและกรอบการบริหารความเสี่ยงที่กำหนดไว้

ในปี 2568 คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีการประชุมทั้งสิ้น 15 ครั้ง ซึ่งรวมการประชุมร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบ 1 ครั้ง โดยมีรายละเอียดการเข้าร่วมประชุมของกรรมการ ดังนี้

รายชื่อกรรมการบริหารความเสี่ยง จำนวนครั้งที่เข้าประชุม
1. นายพงศธร ทวีสิน1 ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง
และกรรมการอิสระ
12/12
2. นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท กรรมการบริหารความเสี่ยง 15/15
3. ดร.ธงทิศ ฉายากุล2 กรรมการบริหารความเสี่ยง
และกรรมการอิสระ
12/12
4. ดร.วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ3 กรรมการบริหารความเสี่ยง 0/0
กรรมการบริหารความเสี่ยงที่พ้นจากตำแหน่งระหว่างปี 2568 จำนวนครั้งที่เข้าประชุม
1. ดร.วิรไท สันติประภพ4 3/3
2. พลเอก นิธิ จึงเจริญ5 3/3
3. นายวุฒิกร สติฐิต6 9/9

หมายเหตุ :

1นายพงศธร ทวีสิน ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง มีผลตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2568

2ดร.ธงทิศ ฉายากุล ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารความเสี่ยง มีผลตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2568

3ดร.วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 และดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารความเสี่ยง มีผลตั้งแต่ วันที่ 3 ธันวาคม 2568

4ดร.วิรไท สันติประภพ พ้นจากตำแหน่งกรรมการ เนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่งในการประชุมผู้ถือหุ้น มีผลตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2568

5พลเอก นิธิ จึงเจริญ พ้นจากตำแหน่งกรรมการบริหารความเสี่ยง มีผลตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2568

6นายวุฒิกร สติฐิต ลาออกจากการเป็นกรรมการ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568

ทั้งนี้ หัวข้อสำคัญของการประชุมและผลการปฏิบัติหน้าที่ สรุปได้ดังนี้

  1. กำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ ทั้งในระดับ Corporate Strategy และ Execution Strategy โดยเชื่อมโยงกับกรอบแนวคิดด้านความยั่งยืนทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านที่ 1 การมุ่งสู่องค์กรแห่งความเป็นเลิศ (HPO) ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์ คือ การเพิ่มมูลค่าในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (Drive Value) การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonize) และการเติบโตในธุรกิจใหม่ (Diversify) ด้านที่ 2 การกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยง และการกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (GRC) และด้านที่ 3 การสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน (SVC) เพื่อให้มั่นใจว่า ปตท.สผ. จะสามารถดำเนินการได้ตามแผนกลยุทธ์หรือปรับเปลี่ยนให้ตอบสนองต่อปัจจัยแวดล้อมภายในและภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างทันกาล และบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ นอกจากนี้ได้พิจารณากลั่นกรองแผนธุรกิจและงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 แผนการลงทุน 5 ปี (2569–2573) และวงเงินกู้สถาบันการเงิน ให้มีความสมดุล มีแนวทางการจัดการที่เหมาะสมและสอดรับทิศทางและนโยบายการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์
  2. พิจารณากลั่นกรองการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ในโครงการที่ลงทุนในปัจจุบันตามกลยุทธ์ Drive Value ได้แก่ โครงการแอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ ราเคซ ระยะที่ 2 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบ ซึ่งประเทศแอลจีเรียเป็นหนึ่งในประเทศกลยุทธ์การขยายการลงทุน โครงการเมียนมา เอ็ม 3 โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย แปลง บี 17-01 ระยะที่ 7 เพื่อความต่อเนื่องในการส่งก๊าซธรรมชาติเข้าประเทศไทยและมาเลเซีย ทั้งนี้ ทุกโครงการได้มีการประเมินความเสี่ยงควบคู่กับความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงได้ติดตามความเสี่ยงและการดำเนินงานของโครงการปัจจุบัน พร้อมให้คำแนะนำในแนวทางจัดการความเสี่ยงเพื่อลดโอกาสและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เช่น สถานการณ์และการดำเนินงานในประเทศเมียนมา ความคืบหน้าของโครงการโมซัมบิก แอเรีย วัน
  3. พิจารณากลั่นกรองและให้ข้อคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการขยายการลงทุนในพื้นที่ยุทธศาสตร์หลักของ ปตท.สผ. ตามกลยุทธ์ Drive Value โดยเข้าซื้อสัดส่วนการลงทุนเพิ่มเติมในโครงการสินภูฮ่อม การเข้าร่วมลงทุนในโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18 ซึ่งเป็นโครงการผลิตก๊าซธรรมชาติและคอนเดนเสท เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศไทยอีกทั้งยังเข้าลงทุนในโครงการแอลจีเรีย เร็กเกนเน่ ทู เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงยังได้พิจารณาการลดสัดส่วนหรือถอนการลงทุนในโครงการที่ไม่สอดคล้องกับทิศทางเชิงกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อให้การบริหารพอร์ตการลงทุนโดยรวมสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวขององค์กร โดยให้ข้อคิดเห็นทั้งประเด็นความเสี่ยงควบคู่กับโอกาสการเพิ่มมูลค่า พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางจัดการและติดตามประเด็นความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
  4. พิจารณากลั่นกรองและให้ข้อคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการขยายการลงทุนตามกลยุทธ์ Decarbonize และ Diversify เช่น การตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID)ในโครงการ CCS ณ แหล่งก๊าซธรรมชาติอาทิตย์ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการสร้างความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ตลอดจนวางรากฐานเพื่อสร้างธุรกิจใหม่ในกลุ่ม Net Zero ให้แก่ ปตท.สผ. ในระยะยาว อีกทั้งยังพิจารณากลั่นกรองเทคโนโลยีพลังงานในอนาคต เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางการลงทุน ประเด็นความเสี่ยง และโอกาสทางธุรกิจที่สามารถพัฒนาเป็นธุรกิจใหม่ของ ปตท.สผ.
  5. พิจารณากลั่นกรองรายการจัดหาสำคัญตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ปตท.สผ. เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการจัดหาของกลุ่ม ปตท.สผ. เป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส เป็นธรรมกับคู่ค้า และเกิดประโยชน์สูงสุดแกบริษัทฯ
  6. ประชุมร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อติดตามความคืบหน้าและความเสี่ยงของรายการลงทุนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567–กันยายน 2568 ตามแนวปฏิบัติที่ดีของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในการพิจารณารายการจัดหา แผนงานตรวจสอบประจำปี 2569 และข้อตรวจพบที่มีนัยสำคัญจากการตรวจสอบปี 2568 และความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์และความเสี่ยงระดับองค์กร

นอกเหนือจากเรื่องข้างต้น คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงได้กำกับดูแลความเสี่ยงสำคัญขององค์กรอย่างต่อเนื่องให้อยู่ภายในระดับที่ยอมรับได้ตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้ เช่น ความเสี่ยงด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ความเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน ความเสี่ยงด้านการเงิน ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ความเสี่ยงด้านกฎหมาย ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risk) ทั้งนี้ ได้รายงานผลการปฏิบัติงานให้คณะกรรมการ ปตท.สผ. ทราบเป็นประจำทุกเดือน รวมทั้งรายงานความเสี่ยงสำคัญที่มีผลกระทบระดับองค์กรให้คณะกรรมการ ปตท.สผ. ได้รับทราบอย่างทันท่วงที

คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ ด้วยความรอบคอบ และคงไว้ซึ่งความเป็นอิสระในการกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงของ ปตท.สผ. ภายใต้ขอบเขต อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบตามที่ระบุในระเบียบว่าด้วยคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ส่งผลให้การบริหารความเสี่ยงของ ปตท.สผ. ดำเนินไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กร เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ ปตท.สผ. ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายอย่างสมดุล

พงศธร ทวีสิน
(นายพงศธร ทวีสิน)
ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง