คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
ระเบียบว่าด้วยคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (แก้ไขครั้งที่ 10)
สารบัญ
- เจตนารมณ์
- นิยาม
- การแต่งตั้ง
- คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม
- หน้าที่และความรับผิดชอบ
- วาระและค่าตอบแทน
- การประชุม
- การรายงาน
- หน่วยงานบริหารความเสี่ยง
- วันที่มีผลใช้บังคับ
ข้อ 1. เจตนารมณ์
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. มุ่งมั่นพัฒนาการบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้องค์กรบรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย และกลยุทธ์ ในดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีที่บริษัทจดทะเบียนพึงปฏิบัติ ปตท.สผ. จึงแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงเพื่อทำหน้าที่กำกับดูแล กำหนดนโยบาย และส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานนำการบริหารความเสี่ยงมาใช้ดำเนินงาน
ข้อ 2. นิยาม
ในระเบียบนี้
- “บริษัท” หมายความว่า บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. และบริษัทย่อยของ ปตท.สผ.
- “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)
- “กรรมการอิสระ” หมายความว่า กรรมการอิสระของ ปตท.สผ. ตามระเบียบการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมธุรกิจของกลุ่ม ปตท.สผ.
- “หน่วยงานบริหารความเสี่ยง” (Risk Management Function) หมายถึง หน่วยงานที่ได้รับการแต่งตั้งจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ให้รับผิดชอบการบริหารความเสี่ยงองค์กรในภาพรวม ให้สอดคล้องกับนโยบายและกรอบการบริหารความเสี่ยงที่บริษัทกำหนด
ข้อ 3. การแต่งตั้ง
คณะกรรมการ เป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee) ประกอบด้วย กรรมการ ปตท.สผ. อย่างน้อยสามคนเป็นคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและกรรมการบริหารความเสี่ยงอย่างน้อยหนึ่งคนต้องเป็นกรรมการอิสระ
คณะกรรมการจะแต่งตั้งกรรมการบริหารความเสี่ยงคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง และให้หัวหน้าหน่วยงานบริหารความเสี่ยง เป็นเลขานุการคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
ข้อ 4. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม
กรรมการบริหารความเสี่ยงต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้
- เป็นกรรมการ ปตท.สผ. และไม่ใช่ประธานกรรมการ ปตท.สผ. หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
- สามารถอุทิศเวลาอย่างเพียงพอในการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
- กรรมการบริหารความเสี่ยงที่เป็นกรรมการอิสระ ต้องมีความเป็นอิสระตามระเบียบการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมธุรกิจของกลุ่ม ปตท.สผ.
ข้อ 5. หน้าที่และความรับผิดชอบ
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังนี้
- กำหนดนโยบายและกรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management Policy and Framework) รวมถึงให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการและฝ่ายจัดการ ในเรื่องการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร
- พิจารณาประกาศความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ (Risk Appetite Statement) และเกณฑ์และขอบเขตของความเสี่ยง (Corporate Level Risk Metrics and Limits) ก่อนนำเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติ พร้อมทั้งติดตามอย่างสม่ำเสมอ
- กำกับดูแลและสนับสนุนการบริหารความเสี่ยง ให้มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพทั้งในระดับองค์กรตลอดจนระดับกลุ่มงาน/หน่วยงาน (Enterprise-wide Risk Management) โดยให้ความสำคัญและคำนึงถึงความเสี่ยง (Risk Awareness) ในแต่ละปัจจัยเพื่อประกอบการตัดสินใจ การจัดสรรทรัพยากร และการดำเนินงานในกระบวนการต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
- พิจารณาความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์และความเสี่ยงสำคัญระดับองค์กรในธุรกิจหลัก และธุรกิจสำคัญเชิงกลยุทธ์ของ ปตท.สผ. โดยให้ข้อเสนอแนะเพื่อจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ตาม ข้อ 5. (2) พร้อมทั้งติดตามและประเมินผลแนวทางการจัดการความเสี่ยงให้เหมาะสมกับสภาวะการดำเนินธุรกิจ
- พิจารณากลั่นกรองและให้ข้อคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการทำรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินที่มีมูลค่านัยสำคัญก่อนนำเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติ
- พิจารณากลั่นกรองวัตถุประสงค์การทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันและความเสี่ยงทางการเงิน ก่อนนำเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป และพิจารณาอนุมัติแนวทางการทำประกันฯ พร้อมทั้งติดตามผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ
- ส่งเสริมให้การบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมองค์กร
- สนับสนุนหน่วยงานบริหารความเสี่ยง (Risk Management Function) ในการประเมินความเสี่ยงสำคัญ พร้อมทั้งแนะนำความเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจมีผลกระทบระดับองค์กร เพื่อให้บริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพทัดเทียมกับบริษัทชั้นนำ เพื่อส่งเสริมให้ ปตท.สผ. บรรลุวัตถุประสงค์ทางธุรกิจได้ รวมทั้งมอบหมายงานอันเกี่ยวเนื่องกับการบริหารความเสี่ยงให้แก่หน่วยงานบริหารความเสี่ยงได้โดยตรง
- รายงานผลการกำกับดูแลการประเมินความเสี่ยงและการดำเนินงานเพื่อลดความเสี่ยงต่อคณะกรรมการเพื่อทราบเป็นประจำ ในกรณีที่มีเรื่องสำคัญซึ่งกระทบต่อบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ต้องรายงานต่อคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาโดยเร็วที่สุด
- เปิดเผยรายงานของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท
- พิจารณาทบทวนเกี่ยวกับระเบียบนี้ ให้มีความเหมาะสมและทันสมัยอยู่เสมอ
- ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย อันเกี่ยวเนื่องกับการบริหารความเสี่ยงของ ปตท.สผ.
ในการปฏิบัติหน้าที่ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงอาจขอความเห็นจากที่ปรึกษาอิสระ เมื่อเห็นว่ามีความจำเป็นและเหมาะสม รวมทั้งให้กรรมการบริหารความเสี่ยงได้รับการอบรมและเสริมสร้างความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องต่อการดำเนินงานบริหารความเสี่ยงด้วย โดยบริษัทเป็นผู้รับค่าใช้จ่าย
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ต่อคณะกรรมการโดยตรงโดยคณะกรรมการรับผิดชอบในการดำเนินการทุกประการของบริษัทต่อบุคคลภายนอก
ข้อ 6. วาระและค่าตอบแทน
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีวาระอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริษัท
เมื่อมีกรรมการบริหารความเสี่ยงพ้นจากตำแหน่ง หรือมีเหตุใดที่กรรมการบริหารความเสี่ยงไม่สามารถอยู่ได้จนครบวาระ คณะกรรมการจะต้องแต่งตั้งกรรมการบริหารความเสี่ยงรายใหม่แทนให้ครบถ้วนอย่างช้าภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่จำนวนสมาชิกไม่ครบถ้วน
เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคสอง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการบริหารความเสี่ยงขึ้นใหม่ ให้กรรมการบริหารความเสี่ยงซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่ง เพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการบริหารความเสี่ยงซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
กรรมการบริหารความเสี่ยงซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว กรรมการบริหารความเสี่ยงพ้นจากตำแหน่งเมื่อขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 4
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงจะได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับหน้าที่และความรับผิดชอบ โดยได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และบริษัทต้องเปิดเผยค่าตอบแทนไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทด้วย
ข้อ 7. การประชุม
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงต้องประชุมอย่างน้อยปีละสี่ครั้ง
การประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ต้องมีกรรมการบริหารความเสี่ยงมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการบริหารความเสี่ยงทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการบริหารความเสี่ยงไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการบริหารความเสี่ยงที่มาประชุมเลือกกรรมการบริหารความเสี่ยงคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการบริหารความเสี่ยงคนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด ทั้งนี้ เลขานุการคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
กรรมการบริหารความเสี่ยงผู้ใดมีส่วนได้เสียเป็นการส่วนตัวในเรื่องใด หรือมีส่วนได้เสียใด ๆ ในเรื่องที่พิจารณา จะต้องแจ้งให้ที่ประชุมทราบ และงดให้ความเห็น งดออกเสียง และออกจากห้องประชุม ยกเว้นที่ประชุมโดยไม่รวมกรรมการที่มีส่วนได้เสียมีมติเอกฉันท์ให้กรรมการผู้มีส่วนได้เสียเข้าร่วมชี้แจงข้อมูลในการประชุมเพื่อความรอบคอบในการพิจารณาตัดสินใจ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงหรือตัดสินใจในเรื่องนั้น ๆ
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีอำนาจเชิญฝ่ายจัดการ หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ที่เห็นสมควรเข้าร่วมประชุม หรือขอให้ชี้แจงในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้
ข้อ 8. การรายงาน
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงต้องรายงานผลการประชุม หรือรายงานอื่นใดที่เห็นว่าคณะกรรมการควรทราบต่อคณะกรรมการเป็นประจำ
ข้อ 9. หน่วยงานบริหารความเสี่ยง
หน่วยงานบริหารความเสี่ยง มีภารกิจเพื่อสนับสนุนคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ดังต่อไปนี้
- สนับสนุนการดำเนินงานที่เกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง จัดทำมติ และรายงานการประชุมอย่างครบถ้วนและถูกต้อง รวมทั้งติดตาม แจ้งคำสั่งหรือมติดังกล่าวให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบ และดำเนินการ
- รายงานความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ ความเสี่ยงระดับองค์กร และความเสี่ยงระดับปฏิบัติการที่มีนัยสำคัญ พร้อมแนวทางบริหารความเสี่ยง และความคืบหน้าของการดำเนินงานเพื่อจัดการความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอและทันท่วงที
- รายงานความเสี่ยงสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง เพื่อประกอบการกลั่นกรองการลงทุนดังกล่าว
- ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมายอันเกี่ยวเนื่องกับการบริหารความเสี่ยงของ ปตท.สผ.
ข้อ 10. วันที่มีผลใช้บังคับ
ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2569
รายงานของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
ปตท.สผ. มุ่งมั่นพัฒนาการบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้องค์กรบรรลุวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมาย และกลยุทธ์ รวมถึงสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้กับผู้มีส่วนได้เสีย ปี 2568 เป็นปีที่บริษัทฯ ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกที่แปรปรวนและเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติต่าง ๆ บ่อยครั้ง การโจมตีทางไซเบอร์ในรูปแบบใหม่ และการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและนวัตกรรมแบบก้าวกระโดด (Disruptive Technology) ส่งผลให้บริษัทฯ ต้องปรับตัวให้ยืดหยุ่นเพื่อรองรับสถานการณ์ดังกล่าว ในการนี้ คณะกรรมการ ปตท.สผ. มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทำหน้าที่กำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงองค์กรในภาพรวมให้อยู่ภายใต้นโยบายและกรอบการบริหารความเสี่ยงที่กำหนดไว้
ในปี 2568 คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงมีการประชุมทั้งสิ้น 15 ครั้ง ซึ่งรวมการประชุมร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบ 1 ครั้ง โดยมีรายละเอียดการเข้าร่วมประชุมของกรรมการ ดังนี้
| รายชื่อกรรมการบริหารความเสี่ยง | จำนวนครั้งที่เข้าประชุม | |
|---|---|---|
| 1. นายพงศธร ทวีสิน1 | ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง และกรรมการอิสระ |
12/12 |
| 2. นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท | กรรมการบริหารความเสี่ยง | 15/15 |
| 3. ดร.ธงทิศ ฉายากุล2 | กรรมการบริหารความเสี่ยง และกรรมการอิสระ |
12/12 |
| 4. ดร.วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ3 | กรรมการบริหารความเสี่ยง | 0/0 |
| กรรมการบริหารความเสี่ยงที่พ้นจากตำแหน่งระหว่างปี 2568 | จำนวนครั้งที่เข้าประชุม | |
|---|---|---|
| 1. ดร.วิรไท สันติประภพ4 | 3/3 | |
| 2. พลเอก นิธิ จึงเจริญ5 | 3/3 | |
| 3. นายวุฒิกร สติฐิต6 | 9/9 | |
หมายเหตุ :
1นายพงศธร ทวีสิน ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง มีผลตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2568
2ดร.ธงทิศ ฉายากุล ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารความเสี่ยง มีผลตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2568
3ดร.วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 และดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารความเสี่ยง มีผลตั้งแต่ วันที่ 3 ธันวาคม 2568
4ดร.วิรไท สันติประภพ พ้นจากตำแหน่งกรรมการ เนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่งในการประชุมผู้ถือหุ้น มีผลตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2568
5พลเอก นิธิ จึงเจริญ พ้นจากตำแหน่งกรรมการบริหารความเสี่ยง มีผลตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2568
6นายวุฒิกร สติฐิต ลาออกจากการเป็นกรรมการ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568
ทั้งนี้ หัวข้อสำคัญของการประชุมและผลการปฏิบัติหน้าที่ สรุปได้ดังนี้
- กำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ ทั้งในระดับ Corporate Strategy และ Execution Strategy โดยเชื่อมโยงกับกรอบแนวคิดด้านความยั่งยืนทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ ด้านที่ 1 การมุ่งสู่องค์กรแห่งความเป็นเลิศ (HPO) ประกอบด้วย 3 กลยุทธ์ คือ การเพิ่มมูลค่าในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (Drive Value) การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonize) และการเติบโตในธุรกิจใหม่ (Diversify) ด้านที่ 2 การกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยง และการกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (GRC) และด้านที่ 3 การสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน (SVC) เพื่อให้มั่นใจว่า ปตท.สผ. จะสามารถดำเนินการได้ตามแผนกลยุทธ์หรือปรับเปลี่ยนให้ตอบสนองต่อปัจจัยแวดล้อมภายในและภายนอกที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างทันกาล และบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ นอกจากนี้ได้พิจารณากลั่นกรองแผนธุรกิจและงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 แผนการลงทุน 5 ปี (2569–2573) และวงเงินกู้สถาบันการเงิน ให้มีความสมดุล มีแนวทางการจัดการที่เหมาะสมและสอดรับทิศทางและนโยบายการดำเนินงานเชิงกลยุทธ์
- พิจารณากลั่นกรองการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID) ในโครงการที่ลงทุนในปัจจุบันตามกลยุทธ์ Drive Value ได้แก่ โครงการแอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ ราเคซ ระยะที่ 2 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบ ซึ่งประเทศแอลจีเรียเป็นหนึ่งในประเทศกลยุทธ์การขยายการลงทุน โครงการเมียนมา เอ็ม 3 โครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย แปลง บี 17-01 ระยะที่ 7 เพื่อความต่อเนื่องในการส่งก๊าซธรรมชาติเข้าประเทศไทยและมาเลเซีย ทั้งนี้ ทุกโครงการได้มีการประเมินความเสี่ยงควบคู่กับความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงได้ติดตามความเสี่ยงและการดำเนินงานของโครงการปัจจุบัน พร้อมให้คำแนะนำในแนวทางจัดการความเสี่ยงเพื่อลดโอกาสและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เช่น สถานการณ์และการดำเนินงานในประเทศเมียนมา ความคืบหน้าของโครงการโมซัมบิก แอเรีย วัน
- พิจารณากลั่นกรองและให้ข้อคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการขยายการลงทุนในพื้นที่ยุทธศาสตร์หลักของ ปตท.สผ. ตามกลยุทธ์ Drive Value โดยเข้าซื้อสัดส่วนการลงทุนเพิ่มเติมในโครงการสินภูฮ่อม การเข้าร่วมลงทุนในโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย เอ 18 ซึ่งเป็นโครงการผลิตก๊าซธรรมชาติและคอนเดนเสท เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศไทยอีกทั้งยังเข้าลงทุนในโครงการแอลจีเรีย เร็กเกนเน่ ทู เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต นอกจากนี้ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงยังได้พิจารณาการลดสัดส่วนหรือถอนการลงทุนในโครงการที่ไม่สอดคล้องกับทิศทางเชิงกลยุทธ์ขององค์กร เพื่อให้การบริหารพอร์ตการลงทุนโดยรวมสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวขององค์กร โดยให้ข้อคิดเห็นทั้งประเด็นความเสี่ยงควบคู่กับโอกาสการเพิ่มมูลค่า พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางจัดการและติดตามประเด็นความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
- พิจารณากลั่นกรองและให้ข้อคิดเห็นที่เกี่ยวข้องกับการขยายการลงทุนตามกลยุทธ์ Decarbonize และ Diversify เช่น การตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (FID)ในโครงการ CCS ณ แหล่งก๊าซธรรมชาติอาทิตย์ ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการสร้างความพร้อมของประเทศไทยในการก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ตลอดจนวางรากฐานเพื่อสร้างธุรกิจใหม่ในกลุ่ม Net Zero ให้แก่ ปตท.สผ. ในระยะยาว อีกทั้งยังพิจารณากลั่นกรองเทคโนโลยีพลังงานในอนาคต เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน โดยให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับทิศทางการลงทุน ประเด็นความเสี่ยง และโอกาสทางธุรกิจที่สามารถพัฒนาเป็นธุรกิจใหม่ของ ปตท.สผ.
- พิจารณากลั่นกรองรายการจัดหาสำคัญตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการ ปตท.สผ. เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการจัดหาของกลุ่ม ปตท.สผ. เป็นไปอย่างรอบคอบ โปร่งใส เป็นธรรมกับคู่ค้า และเกิดประโยชน์สูงสุดแกบริษัทฯ
- ประชุมร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อติดตามความคืบหน้าและความเสี่ยงของรายการลงทุนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567–กันยายน 2568 ตามแนวปฏิบัติที่ดีของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในการพิจารณารายการจัดหา แผนงานตรวจสอบประจำปี 2569 และข้อตรวจพบที่มีนัยสำคัญจากการตรวจสอบปี 2568 และความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์และความเสี่ยงระดับองค์กร
นอกเหนือจากเรื่องข้างต้น คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงได้กำกับดูแลความเสี่ยงสำคัญขององค์กรอย่างต่อเนื่องให้อยู่ภายในระดับที่ยอมรับได้ตามที่บริษัทฯ กำหนดไว้ เช่น ความเสี่ยงด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ความเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน ความเสี่ยงด้านการเงิน ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ความเสี่ยงด้านกฎหมาย ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risk) ทั้งนี้ ได้รายงานผลการปฏิบัติงานให้คณะกรรมการ ปตท.สผ. ทราบเป็นประจำทุกเดือน รวมทั้งรายงานความเสี่ยงสำคัญที่มีผลกระทบระดับองค์กรให้คณะกรรมการ ปตท.สผ. ได้รับทราบอย่างทันท่วงที
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ ด้วยความรอบคอบ และคงไว้ซึ่งความเป็นอิสระในการกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยงของ ปตท.สผ. ภายใต้ขอบเขต อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบตามที่ระบุในระเบียบว่าด้วยคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ส่งผลให้การบริหารความเสี่ยงของ ปตท.สผ. ดำเนินไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กร เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ ปตท.สผ. ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายอย่างสมดุล
พงศธร ทวีสิน
(นายพงศธร ทวีสิน)
ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง