คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน
พลตำรวจเอก มนู เมฆหมอก
- กรรมการอิสระ
- ประธานกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน
นายพงศธร ทวีสิน
- กรรมการอิสระ
- ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยง
- กรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน
นางนิวดี เจริญสิทธิพันธ์
- กรรมการ
- กรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน
ดร.ธงทิศ ฉายากุล
- กรรมการอิสระ
- กรรมการบริหารความเสี่ยง
- กรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน
ระเบียบว่าด้วยคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน (แก้ไขครั้งที่ 9)
สารบัญ
- เจตนารมณ์
- นิยาม
- การแต่งตั้ง
- คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม
- หน้าที่และความรับผิดชอบ
- วาระและค่าตอบแทน
- การประชุม
- การรายงาน
- วันที่ใช้บังคับ
ข้อ 1. เจตนารมณ์
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible) และมีความพร้อมที่จะรับมือต่อความท้าทายต่าง ๆ (Resilient) ไปพร้อมกับการสร้างคุณค่าร่วมแก่ผู้มีส่วนได้เสียอย่างต่อเนื่อง พร้อมมุ่งมั่นในการบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ในปี 2593 โดยขับเคลื่อนผ่านกรอบแนวคิดด้านความยั่งยืน (Sustainability Framework) ซึ่งประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ การพัฒนาสู่องค์กรแห่งความเป็นเลิศ (High Performance Organization - HPO) การกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยง และการกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Governance, Risk Management and Compliance - GRC) รวมถึงการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน (Sustainable Value Creation - SVC) จึงแต่งตั้งคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน เพื่อทำหน้าที่กำหนดนโยบาย กำกับ และส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืน ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม
ข้อ 2. นิยาม
ในระเบียบนี้
“บริษัท” หมายความว่า บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. และบริษัทย่อยของ ปตท.สผ.
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการ ปตท.สผ.
ข้อ 3. การแต่งตั้ง
คณะกรรมการเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน (Corporate Governance and Sustainability Committee) ประกอบด้วย กรรมการ ปตท.สผ. อย่างน้อยสามคนเป็นคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน และกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนส่วนใหญ่ต้องเป็นกรรมการอิสระ
คณะกรรมการจะแต่งตั้งกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน และให้หัวหน้าหน่วยงานเกี่ยวกับเลขานุการบริษัทเป็นเลขานุการคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน
ข้อ 4. คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม
กรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้
- เป็นกรรมการ ปตท.สผ. และไม่ใช่ประธานกรรมการ ปตท.สผ. หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
- สามารถอุทิศเวลาอย่างเพียงพอในการดำเนินงานของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน
- กรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนที่เป็นกรรมการอิสระ ต้องมีความเป็นอิสระตามการกำกับดูแลกิจการที่ดีของ ปตท.สผ.
ข้อ 5. หน้าที่และความรับผิดชอบ
คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน มีหน้าที่และความรับผิดชอบ ดังนี้
- กำหนดเป้าหมาย นโยบาย และแผนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัท โดยครอบคลุมทั้งด้านการพัฒนาสู่องค์กรแห่งความเป็นเลิศ (High Performance Organization - HPO) การกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยง และการกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Governance, Risk Management and Compliance - GRC) และการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน (Sustainable Value Creation - SVC) และพิจารณางบประมาณด้านความอย่างยั่งยืน เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการ
- ให้คำแนะนำและส่งเสริมให้การดำเนินงานของบริษัทสอดคล้องกับเจตนารมณ์และกรอบแนวคิดด้านความยั่งยืนประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ และทัดเทียมกับบริษัทชั้นนำ ตลอดจนสนับสนุนให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ปฏิบัติตนตามแนวทางเพื่อความยั่งยืนของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ
- ประเมินและทบทวนเป้าหมาย นโยบาย และแผนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนให้เหมาะสมกับสภาวะการดำเนินธุรกิจ สอดคล้องกับกฎหมายหรือแนวปฏิบัติที่ดีในระดับสากล และข้อเสนอแนะของสถาบันต่าง ๆ ตลอดจนพิจารณาข้อเสนอที่เกี่ยวข้องของผู้ถือหุ้นและ การตอบกลับผู้ถือหุ้น
- ดูแล ติดตาม และประเมินผลการดำเนินการด้านความยั่งยืน ให้มีความสมดุลและมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดกับบริษัทและผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมทั้งรายงานความก้าวหน้าของการดำเนินการต่อคณะกรรมการเพื่อทราบเป็นระยะ
- กำหนดนโยบายด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมธุรกิจ และนำเสนอคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติ พร้อมทั้งให้คำแนะนำและส่งเสริมให้มีการปฏิบัติในทุกระดับ และทบทวนให้นโยบายดังกล่าวมีความเหมาะสม สอดคล้องกับกฎหมายและแนวปฏิบัติที่ดีในระดับสากลเป็นประจำทุกปี ตลอดจนดูแลให้มีการประเมินผลและรายงานการปฏิบัติตามนโยบายด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมธุรกิจอย่างสม่ำเสมอ
- ดูแลการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทต่อผู้มีส่วนได้เสียในรายงานประจำปีและรายงานความยั่งยืนประจำปีของบริษัท
- พิจารณาทบทวนเกี่ยวกับระเบียบนี้ เพื่อให้มีความเหมาะสมและทันสมัยอยู่เสมอ
- เปิดเผยรายงานการดำเนินงานของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท
- ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อนี้ คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนอาจหาความเห็นจากที่ปรึกษาอิสระทางวิชาชีพอื่นหรือแต่งตั้งคณะทำงาน เมื่อเห็นว่ามีความจำเป็นและเหมาะสม รวมทั้งให้กรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนได้รับการอบรมและเสริมสร้างความรู้ในเรื่องที่เกี่ยวข้องต่อการดำเนินงานของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนได้ด้วย โดย ปตท.สผ. เป็นผู้รับค่าใช้จ่าย
คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนมีความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ต่อคณะกรรมการโดยตรง และคณะกรรมการมีความรับผิดชอบในการดำเนินการทุกประการของบริษัทต่อบุคคลภายนอก
ข้อ 6. วาระและค่าตอบแทน
กรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนมีวาระอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการบริษัท
เมื่อมีกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนพ้นจากตำแหน่ง หรือมีเหตุใดที่กรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนไม่สามารถอยู่ได้จนครบวาระ คณะกรรมการจะต้องแต่งตั้งกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนรายใหม่แทน ให้ครบถ้วนอย่างช้าภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่จำนวนสมาชิกไม่ครบถ้วน
เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนขึ้นใหม่ ให้กรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่ง เพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
กรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระแล้ว กรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนพ้นจากตำแหน่งเมื่อขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 4
คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนจะได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับหน้าที่และความรับผิดชอบ โดยได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น และ ปตท.สผ. ต้องเปิดเผยค่าตอบแทนไว้ในรายงานประจำปีของ ปตท.สผ. ด้วย
ข้อ 7. การประชุม
คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนต้องประชุมอย่างน้อยปีละสี่ครั้ง
การประชุมคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน ต้องมีกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนที่มาประชุมเลือกกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด ทั้งนี้ เลขานุการคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
กรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนผู้ใดมีส่วนได้เสียเป็นการส่วนตัวในเรื่องใด หรือมีส่วนได้เสียใด ๆ ในเรื่องที่พิจารณา จะต้องแจ้งให้ที่ประชุมทราบและงดให้ความเห็น งดออกเสียง และออกจากห้องประชุม ยกเว้นที่ประชุมโดยไม่รวมกรรมการที่มีส่วนได้เสีย มีมติเอกฉันท์ให้กรรมการ ผู้มีส่วนได้เสียเข้าร่วมชี้แจงข้อมูลในการประชุมเพื่อความรอบคอบในการพิจารณาตัดสินใจ แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงหรือตัดสินใจในเรื่องนั้น ๆ
คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนมีอำนาจเชิญฝ่ายจัดการ หรือผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่เห็นสมควรเข้าร่วมประชุม หรือขอให้ชี้แจงในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้
ข้อ 8. การรายงาน
คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนต้องรายงานผลการประชุม หรือรายงานอื่นใดที่เห็นว่าคณะกรรมการควรทราบต่อคณะกรรมการเป็นประจำ
ข้อ 9. วันที่ใช้บังคับ
ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม 2566
รายงานของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน
ปตท.สผ. ตระหนักถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน (Sustainability) และยึดมั่นในการกำกับดูแลกิจการ ที่ดี และดำเนินธุรกิจด้วยจริยธรรม เพื่อสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน โดยมุ่งขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตควบคู่ไปกับการดูแลชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม ปตท.สผ. ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทยและทิศทางของโลกในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจให้สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว
คณะกรรมการ ปตท.สผ. มอบหมายให้คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนเป็นผู้พิจารณากำหนดเป้าหมาย นโยบาย และแผนงานที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน ครอบคลุมด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยง และการกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Governance, Risk Management, and Compliance หรือ GRC) เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้ดำเนินธุรกิจและเติบโตอย่างยั่งยืน
ในปี 2568 คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนมีการประชุมรวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง โดยมีรายละเอียดการเข้าร่วมประชุมของกรรมการ ดังนี้
| รายชื่อกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน | จำนวนครั้งที่เข้าประชุม | |
|---|---|---|
| 1. พลเอก นิธิ จึงเจริญ1 | ประธานกรรมการบรรษัทภิบาล และความยั่งยืน และกรรมการอิสระ | 5/5 |
| 2. นายพงศธร ทวีสิน2 | กรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน และกรรมการอิสระ |
4/4 |
| 3. พลตำรวจเอก มนู เมฆหมอก3 | กรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน และกรรมการอิสระ |
1/1 |
| 4. นางนิวดี เจริญสิทธิพันธ์4 | กรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน | 1/1 |
| กรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนที่พ้นจากตำแหน่งระหว่างปี 2568 | จำนวนครั้งที่เข้าประชุม | |
|---|---|---|
| 1. ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ5 | 3/3 | |
หมายเหตุ :
1 พลเอก นิธิ จึงเจริญ ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน มีผลตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2568
2 นายพงศธร ทวีสิน ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 – 31 มีนาคม 2568 รวมทั้ง พ้นจากตำแหน่งกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน มีผลตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2568 และได้รับแต่งตั้งให้กลับเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ บรรษัทภิบาลและความยั่งยืน มีผลตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2568
3 พลตำรวจเอก มนู เมฆหมอก ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 และดำรงตำแหน่งกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน มีผลตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2568
4 นางนิวดี เจริญสิทธิพันธ์ ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการ มีผลตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 และดำรงตำแหน่งกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน มีผลตั้งแต่วันที่ 3 ธันวาคม 2568
5 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ลาออกจากการเป็นกรรมการ มีผลตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2568
ทั้งนี้ หัวข้อสำคัญของการประชุมและผลการปฏิบัติหน้าที่ สรุปได้ดังนี้
- ทบทวนเป้าหมายระยะยาวด้านความยั่งยืน ครอบคลุมการทบทวนแผนการดำเนินงาน ให้สอดคล้องกับกิจการดำเนินงานที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์และบริบทภายนอกที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณาผลกระทบ ต่อต้นทุนการผลิตและงบประมาณควบคู่ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของบริษัทฯ มีความยืดหยุ่น จะสามารถ บรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนตามที่กำหนดไว้
- ทบทวนกลยุทธ์การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามแนวทาง EP Net Zero ซึ่งครอบคลุมการทบทวนแผนการดำเนินงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระยะสั้น (ภายในปี 2573) ที่กำหนดไว้
- ส่งเสริมให้การดำเนินงานในทุกพื้นที่ปฏิบัติการของ ปตท.สผ. สอดคล้องกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมธุรกิจของกลุ่ม ปตท.สผ. (Good Corporate Governance and Business Ethics of PTTEP Group หรือ CG&BE) โดยมีรูปแบบการส่งเสริมเพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักรู้เกี่ยวกับ CG&BE ของพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น
- การอบรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ให้พนักงาน เพื่อทบทวนความเข้าใจและสามารถนำไปปรับใช้ในการทำงานได้
- การสื่อสารให้พนักงานตระหนักถึงความสำคัญเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และประเมินตนเองเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- การจัดงาน PTTEP Anti-Fraud and Anti-Corruption Day 2025 ภายใต้แนวคิด “Together Against Fraud and Corruption – สร้างพลังโปร่งใส ไม่รับ ไม่ให้ ไม่โกง” เพื่อให้เห็นถึงการให้ความสำคัญจากระดับผู้บริหาร (Tone at the Top) และเน้นย้ำจุดยืนในการเป็นองค์กรที่ต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชันทุกรูปแบบ
- การเชิญชวนให้พนักงานเข้าร่วมกิจกรรม PTT Group CG Day 2025
- การสนับสนุนให้บริษัทคู่ค้าเข้าร่วมประกาศเจตนารมณ์กับแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action against Corruption หรือ CAC)
- การเชิญชวนให้คู่ค้าเข้าร่วมอบรมออนไลน์เรื่องการต่อต้านคอร์รัปชัน การประชาสัมพันธ์นโยบายการงดรับของขวัญ (No Gift Policy)
- การส่งเสริมให้ ปตท.สผ. เข้าร่วมการประเมินในโครงการที่เกี่ยวกับการกำกับดูแลต่าง ๆ เพื่อพัฒนามาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ
นอกจากนี้ ยังมีการกำกับดูแลและติดตามการบริหารจัดการเรื่องร้องเรียน (Whistleblowing) ที่ผ่านช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนตามระเบียบการรับเรื่องร้องเรียนและการให้ความคุ้มครองของกลุ่ม ปตท.สผ. รวมถึงเรื่องร้องเรียนตามนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคล ผ่านการนำเสนอรายงานเป็นประจำทุกไตรมาส
- พิจารณา ติดตาม และให้คำแนะนำในการดำเนินงานตามแผนงานด้านความยั่งยืน โดยแบ่งการดำเนินงาน ดังนี้
-
4.1พิจารณาแผนงานและงบประมาณด้านความยั่งยืน ปี 2569 พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการดำเนินงานตามแผนการดำเนินงานและงบประมาณให้เป็นไปอย่างเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับการบรรลุเป้าหมายระยะยาวด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ ซึ่งครอบคลุมมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG) โดยให้ความสำคัญในส่วนงานการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization) อันประกอบด้วยแผนงานการลดก๊าซเรือนกระจกระดับองค์กร แผนงานการบริหารจัดการก๊าซมีเทน และแผนงานการชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งนี้ เพื่อให้เชื่อมโยงกับนโยบาย เป้าหมาย และแผนงาน ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย พร้อมทั้งส่งเสริมให้ติดตามความคืบหน้าของนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น ร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการกำกับดูแลคาร์บอนเครดิตโดยภาครัฐ เพื่อให้แผนการดำเนินงานของ ปตท.สผ. สอดรับและเป็นประโยชน์ต่อนโยบายระดับประเทศ
-
4.2ติดตามความก้าวหน้าของผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน และผลการดำเนินงานการบริหารจัดการการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้เป็นไปตามแผนงานรายไตรมาสและเป้าหมายรายปีที่กำหนดไว้ รวมถึงความก้าวหน้าของโครงการสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืน อาทิ การกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (GRC) การปรับใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (Circular Model for E&P) โครงการเพื่อสังคม ทะเลเพื่อชีวิต (Ocean for Life)
-
4.3ติดตามความก้าวหน้า ตลอดจนประสิทธิผลของการดำเนินการตามแผนการสื่อสารด้านความยั่งยืนประจำปี 2567 และปี 2568 โดยมุ่งเน้นให้กลยุทธ์และแผนการสื่อสารองค์กรมีความสอดคล้องกับกรอบแนวคิดด้านความยั่งยืนขององค์กร และวาระครบรอบ 40 ปี ของ ปตท.สผ. เพื่อสร้างความชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรม และสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน รวมถึงส่งเสริมการบูรณาการการสื่อสารร่วมกับกิจกรรมเพื่อสังคมให้เกิดการรับรู้ในวงกว้าง นอกจากนี้ ยังให้ข้อเสนอแนะในกลยุทธ์การสื่อสารองค์กรประจำปี 2569 โดยให้เชื่อมโยงกับจุดแข็งของส่วนงานด้านความยั่งยืนอีกด้วย
-
4.4ติดตามผลการดำเนินงานโครงการเพื่อสังคมปี 2567 และแผนการดำเนินงานปี 2568 โดยส่งเสริมให้ดำเนินโครงการให้มีความสอดคล้องกับกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ ซึ่งในปี 2568 ได้มีการทบทวนและปรับกลยุทธ์ด้านโครงการเพื่อสังคมในระดับองค์กร เป็น 3 ส่วนงาน ได้แก่ (1) Ocean for Life ซึ่งเน้นการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ทะเลเพื่อชีวิต (2) Well-being for Life ซึ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคมในพื้นที่ปฏิบัติการทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเพิ่มเติมในส่วนงานที่ (3) Climate for Life เพื่อมุ่งเน้นการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการสนับสนุนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อีกทั้งสอดคล้องกับเป้าหมายสากลตาม United Nations SustainableDevelopment Goals (UN SDG) 13 : Climate Action
-
- พิจารณากรอบการเปิดเผยข้อมูลด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับประเด็นสำคัญด้านความยั่งยืน เพื่อจัดทำเป็นรายงานประจำปี 2568 (แบบ 56-1 One Report)
- ติดตามผลการประเมินดัชนีความยั่งยืนและแนวทางการปรับปรุงผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแล (ESG) และให้แนวทางในการพัฒนาการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงในอนาคต และสร้างความมั่นใจให้แก่นักลงทุนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ ของบริษัท
คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ ด้วยความรอบคอบและเป็นอิสระ เพื่อยกระดับและพัฒนาการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมธุรกิจขององค์กรให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงส่งเสริมการดำเนินงานเพื่อความยั่งยืนของกลุ่ม ปตท.สผ. เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ได้รายงานผลการปฏิบัติงานให้คณะกรรมการ ปตท.สผ. ทราบเป็นประจำทุกไตรมาส
พลเอก นิธิ จึงเจริญ
(นิธิ จึงเจริญ)
ประธานกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน