ข่าวประชาสัมพันธ์
กรมประมง กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และ ปตท.สผ. ร่วมส่งเสริมความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเล นำขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมจัดสร้างเป็นแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเพื่อการประมง
กรุงเทพฯ – กรมประมง กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และ ปตท.สผ. ผนึกความร่วมมือนำขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่หมดภาระการใช้งานแล้ว มาจัดสร้างเป็นแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเพื่อการประมง สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการสร้างคุณค่าเพิ่มจากสิ่งติดตั้งที่หมดภาระการใช้งานด้านพลังงานมาจัดทำปะการังเทียม เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล ส่งเสริมความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรประมงทะเลในอ่าวไทย และเสริมสร้างการทำประมงอย่างยั่งยืน
วันนี้ (29 พฤษภาคม 2569) นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง นายวรากร พรหโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และนายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOA) เพื่อจัดวาง ส่งมอบ และรับมอบขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมสำหรับการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเพื่อการประมง ซึ่งภายใต้บันทึกข้อตกลงนี้ ปตท.สผ. โดยการกำกับดูแลของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จะดำเนินการจัดวางและส่งมอบขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่หมดภาระการใช้งานแล้ว จำนวน 9 ขาแท่นให้กับกรมประมง เพื่อส่งเสริม ฟื้นฟู และพัฒนาแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลให้มีความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นการนำโครงสร้างเหล็กที่หมดภาระการใช้งานแล้วในกิจการปิโตรเลียมมาใช้ให้เกิดคุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดกับท้องทะเลไทยและชุมชน โดยคาดว่าจะเริ่มดำเนินการจัดวางเป็นปะการังเทียมในช่วงไตรมาส 4 ปี 2569 นี้
การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ สืบเนื่องจากในปี 2565 กรมประมง ปตท.สผ. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสำนักงานฝ่ายฝึกอบรม ศูนย์พัฒนาการประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAFDEC) ได้ร่วมกันจัดทำโครงการศึกษาวิจัยการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลเพื่อการประมงจากขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมนอกชายฝั่งทะเลอ่าวไทย เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการนำขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมมาจัดสร้างเป็นแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลในประเทศไทย
ทั้งนี้ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้ให้การสนับสนุน ปตท.สผ. ในการดำเนินงานโครงการดังกล่าว ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติในการกำกับดูแลการรื้อถอนสิ่งติดตั้งที่ไม่ใช้งานแล้วในกิจการปิโตรเลียมอย่างเหมาะสม โดยมุ่งเน้นการนำสิ่งติดตั้งดังกล่าวไปใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า เช่น การนำขาแท่นกลับมาใช้ใหม่ และนำไปจัดสร้างเป็นปะการังเทียมเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและประมงอย่างยั่งยืน เป็นต้น
ขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมมีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการนำมาทำเป็นแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล เนื่องจากมีความแข็งแรงทนทาน อายุการใช้งานนาน โดยขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่นำมาจัดวางเป็นชิ้นส่วนเฉพาะที่ไม่ได้มีการสัมผัสกับปิโตรเลียมเหลวในกระบวนการผลิต จึงปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม และมีพื้นผิวที่เอื้อต่อสิ่งมีชีวิตเกาะติด
สามารถดึงดูดสัตว์น้ำให้มาหาอาหารและเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลได้ โดยโครงการได้ศึกษาครอบคลุมด้านการคัดเลือกพื้นที่ดำเนินการ การประเมินทรัพยากรประมงในพื้นที่ สภาพแวดล้อมทางทะเล รูปแบบการจัดวางขาแท่น และการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ ปตท.สผ. จะนำขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมดังกล่าวมาจัดวางเป็นปะการังเทียมในทะเลอ่าวไทย บริเวณที่ได้รับการอนุญาตแล้วจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ห่างจากชายฝั่งจังหวัดปัตตานี ประมาณ 125 กิโลเมตร ที่ความลึกประมาณ 70 เมตร โดยพื้นที่ดังกล่าวผ่านการศึกษาความเหมาะสมอย่างรอบด้านจากผู้เชี่ยวชาญ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศ และความปลอดภัยทางน้ำ ไม่กระทบต่อเส้นทางเดินเรือหลัก และไม่ทำให้กระแสน้ำหลักเกิดการเปลี่ยนแปลง
ภายหลังการจัดวางขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมดังกล่าวแล้ว จะมีการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปศึกษาต่อยอดในการบริหารจัดการขาแท่นหลุมผลิตปฺิโตรเลียมที่หมดภาระการใช้งานได้อย่างเหมาะสมต่อไปในอนาคต
นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า “กรมประมงตระหนักถึงคุณค่าและประโยชน์ของการจัดสร้างแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล หรือปะการังเทียม เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ ตามแนวคิด Fisheries Connect For Sustainability ที่มุ่งเชื่อมโยงการจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งจะฟื้นฟูและสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศทางทะเล โดยนำขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่หมดภาระการใช้งานแล้วกลับมาสร้างคุณค่าใหม่ ด้วยการนำมาจัดสร้างเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล นับเป็นแนวทางการฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลรูปแบบใหม่ที่สามารถขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งกรมประมงจะดูแลและตรวจสอบพิกัดขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมหลังการจัดวาง และดำเนินการติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การจัดวางขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมเป็นแหล่งอาศัยสัตว์ทะเล จะช่วยเสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล เพิ่มแหล่งอาศัยให้แก่สัตว์ทะเล และสร้างความยั่งยืนให้แก่ภาคการประมงต่อไป”
นายวรากร พรหโมบล อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า “กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติมีภารกิจในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงธรรมชาติ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งในส่วนของการบริหารจัดการสิ่งติดตั้งที่สิ้นสุดการใช้งานจากกิจการปิโตรเลียมให้เกิดประโยชน์สูงสุด กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติได้คำนึงถึงความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ โดยพร้อมสนับสนุนและผลักดันการนำขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่หมดภาระการใช้งานแล้วมาประยุกต์ใช้เป็นปะการังเทียมให้ลุล่วง เพื่อสร้างประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อประเทศทั้งในมิติด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และพัฒนาภาคการประมงในทะเลอ่าวไทย”
นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ. กล่าวว่า “ปตท.สผ. ในฐานะบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของคนไทย ซึ่งปฏิบัติภารกิจหลักในการสำรวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียม เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้แก่ประเทศ เมื่อการดำเนินงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในบางพื้นที่สิ้นสุดลง สิ่งติดตั้ง และอุปกรณ์การผลิตย่อมสิ้นสุดภารกิจด้านการผลิตปิโตรเลียมเช่นกัน อย่างไรก็ตาม โครงสร้างเหล่านี้ยังมีศักยภาพ
ในการนำไปใช้ประโยชน์อย่างมีคุณค่าในบทบาทใหม่ คือการเป็นปะการังเทียมเพื่อเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล จึงนำไปสู่การริเริ่มโครงการศึกษาวิจัยการจัดสร้างแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลจากขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมที่หมดภาระการใช้งานแล้ว ซึ่ง ปตท.สผ. เชื่อมั่นว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยั่งยืนกับท้องทะเลและชุมชนรอบอ่าวไทย”
การจัดวางขาแท่นหลุมผลิตปิโตรเลียมเพื่อเป็นแหล่งอาศัยสัตว์ทะเลบริเวณนอกชายฝั่งครั้งนี้ แสดงถึงความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการพัฒนาองค์ความรู้ของประเทศต่อการบริหารทรัพยากรสัตว์น้ำให้สอดคล้องกับแนวทางการรักษาสมดุลระบบนิเวศทางทะเลอย่างยั่งยืน ช่วยต่อยอดองค์ความรู้ของประเทศด้านการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำเพื่อการประมง
หากสื่อมวลชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อแผนกบริหารงานสื่อมวลชน
The information, statements, forecasts and projections contained herein reflect the Company’s current views with respect to future events and financial performance. These views are based on assumptions subject to various risks. No assurance is given that these future events will occur, or that the Company’s future assumptions are correct. Actual results may differ materially from those projected.