ปตท.สผ. และพันธมิตรเดินหน้าเสริมความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว หลังเข้ารับสิทธิแปลง A-18-01 ในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย

14 กันยายน 2569
ดาวน์โหลด PDF

กรุงเทพฯ, 14 กันยายน 2569 – ปตท.สผ. และ PC JDA รับมอบสิทธิในสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) แปลง A-18-01 ในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (MTJDA) จากองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย เดินหน้าเสริมความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมต่อยอดการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติร่วมกับแปลง B-17-01 เพื่อรักษาอัตราการผลิตก๊าซธรรมชาติ รองรับความต้องการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่องในระยะยาว 35 ปี โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเข้าร่วมในพิธี

นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ปตท.สผ. เข้ารับมอบสิทธิในสัญญาแบ่งปันผลผลิต (Production Sharing Contract หรือ PSC) แปลง A-18-01 ในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (Malaysia-Thailand Joint Development Area หรือ MTJDA) จากองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย (MTJA) โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน Mr. Akmal Nasrullah Mohd Nasir รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจของประเทศมาเลเซีย และ YBhg. Datuk Wan Zaidi bin Wan Abdullah เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำราชอาณาจักรไทย ให้เกียรติเข้าร่วมในพิธี ซึ่งจัดขึ้นโดย MTJA ในงาน Gastech Exhibition & Conference 2026 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ

ผู้รับสิทธิในสัญญาแบ่งปันผลผลิต แปลง A-18-01 ประกอบด้วยบริษัท PTTEP JDX Thailand (JDA) Limited และบริษัท PTTEP JDX Thailand Company Limited ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. และบริษัท PC JDA Limited ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ PETRONAS Carigali Sdn Bhd. โดยแต่ละฝ่ายถือสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 50 เพื่อดำเนินการสำรวจ พัฒนา และผลิตปิโตรเลียม ในแปลง A-18-01 อย่างต่อเนื่องไปอีกเป็นระยะเวลา 35 ปี สัญญาดังกล่าวมีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569

สัญญาแบ่งปันผลผลิตดังกล่าว เป็นการทดแทนสัญญาแบ่งปันผลผลิตฉบับเดิม ครอบคลุมพื้นที่เดิมของแปลง A-18 รวมทั้งพื้นที่ใหม่ โดยมีกำลังการผลิตก๊าซธรรมชาติได้ในอัตราประมาณ 300-400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ส่งเข้าประเทศไทยและประเทศมาเลเซียในสัดส่วนที่เท่ากัน โดยก๊าซฯ ที่ส่งเข้าประเทศไทยคิดเป็นประมาณร้อยละ 4 ของความต้องการใช้ก๊าซฯ ในประเทศ เพื่อเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าให้กับพื้นที่ภาคใต้ของไทย

“พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญที่มีบทบาทในการเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย โดยเฉพาะในบริเวณภาคใต้ การเข้ารับสิทธิตามสัญญาแบ่งปันผลผลิต ฉบับใหม่นี้ จะช่วยรักษาความต่อเนื่องของการผลิตก๊าซธรรมชาติให้กับทั้งสองประเทศ ตลอดจนเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว นอกจากนั้น ยังสามารถต่อยอดการพัฒนาแปลง A-18-01 ร่วมกับแปลง B-17-01 ซึ่ง ปตท.สผ. และ PC JDA มีการร่วมลงทุนกันอยู่แล้ว โดยสามารถใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานและทรัพยากรร่วมกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการดำเนินงานและสนับสนุนการผลิต ก๊าซฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ปัจจุบันทั้ง 2 แปลง สามารถผลิตก๊าซฯ รวมกันได้ถึงอัตราประมาณ 700 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน” นายมนตรี กล่าว

สำหรับการพัฒนาแปลง A-18-01 กลุ่มผู้ร่วมทุนมีแผนจะดำเนินกิจกรรมสำรวจและพัฒนา แหล่งปิโตรเลียมเพิ่มเติม เพื่อการรักษาอัตราการผลิตก๊าซฯ ให้เกิดความต่อเนื่อง และเสริมสร้าง ความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศไทยและมาเลเซียในระยะยาว

พื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ตั้งอยู่บริเวณตอนล่างของอ่าวไทย ประกอบด้วย แปลง A-18-01 และแปลง B-17-01 ครอบคลุมพื้นที่รวมกันประมาณ 7,250 ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งทรัพยากร ก๊าซธรรมชาติและคอนเดนเสทที่สำคัญของประเทศไทยและมาเลเซีย โดยแปลง A-18-01 ประกอบด้วยแหล่งก๊าซฯ เช่น จักรวาล ภูมี สุริยา บุหลัน บุหลันใต้ เซ็นจา ภูมีตะวันออก สมุทรา และวีระ ส่วนแปลง B-17-01 ประกอบด้วยแหล่งก๊าซฯ เช่น มูด้า ตาปี ตันจุง อมฤต เจ็งก้า เมลาติ และแอนดาลัส

หากสื่อมวลชนต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อแผนกบริหารงานสื่อมวลชน

The information, statements, forecasts and projections contained herein reflect the Company’s current views with respect to future events and financial performance. These views are based on assumptions subject to various risks. No assurance is given that these future events will occur, or that the Company’s future assumptions are correct. Actual results may differ materially from those projected.