Menu

สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร



พงศธร ทวีสิน
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

ตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ทั้งในและต่างประเทศ ปตท.สผ. ยึดมั่นในหลักการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงาน รองรับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม ควบคู่ไปกับการดูแลใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงการสร้างคุณค่าร่วมและเติบโตไปพร้อม ๆ กับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ตามวิสัยทัศน์ของบริษัทที่มุ่งไปสู่การเป็น "Energy Partner of Choice" โดยในปี 2563 บริษัทได้เผชิญกับความท้าทายต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด 19 ที่ยังคงเป็นประเด็นสำคัญระดับโลก โดย ปตท.สผ. ได้จัดทำแผนงานเชิงกลยุทธ์ New Normal Transformation เพื่อตอบสนองกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อาทิ การปรับเปลี่ยนวิถีการทำงานรูปแบบใหม่ การปรับปรุงประสิทธิภาพระบบสารสนเทศพื้นฐานและเทคโนโลยีที่จำเป็นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และการสื่อสาร อาทิ การประชุมและการฝึกอบรมทางไกลได้อย่างเต็มรูปแบบ การสื่อสารภายในองค์กรผ่านการถ่ายทอดสดแบบออนไลน์ เพื่อสื่อสารข้อมูลที่สำคัญและสร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงาน ทำให้ในปีที่ผ่านมา ปตท.สผ. สามารถมีกิจกรรมการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและบรรลุเป้าหมายการดำเนินงานที่สำคัญของบริษัท นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังมีส่วนร่วมต่อสู้วิกฤตไวรัสโควิด 19 เคียงข้างคนไทย โดยได้ผสานองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยและกล่องหัตถการความดันลบ เพื่อช่วยปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ และลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส ตลอดจนการสนับสนุนด้านอื่น ๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมให้กับโรงพยาบาล สถาบันการศึกษา และหน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อฝ่าฟันวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกันเป็นมูลค่ารวมกว่า 44 ล้านบาท

อีกหนึ่งความท้าทายที่สำคัญในปี 2563 คือความผันผวนของราคาน้ำมันดิบที่ลดลงไปต่ำกว่า 20 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรล และราคาขายน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้าติดลบเป็นครั้งแรก ทำให้บริษัทต้องคิดหาวิธีการต่าง ๆ ในการลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เพื่อให้องค์กรสามารถผ่านวิกฤติความผันผวนของราคาน้ำมันและช่วยเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันและเสริมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่องค์กร นอกจากนี้ ประเด็นความท้าทายอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจพลังงานทดแทน การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและนวัตกรรมแบบก้าวกระโดด ปัญหาภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยังคงเป็นประเด็นที่ ปตท.สผ. ให้ความสำคัญและได้วางแผนการดำเนินงานโดยคำนึงถึงประเด็นเหล่านี้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

ภายใต้สถานการณ์และความท้าทายดังกล่าว ปตท.สผ. ยังคงยึดหลักการดำเนินงานตามกรอบแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กรซึ่งมีองค์ประกอบหลัก 3 ด้าน คือ 1) การมุ่งสู่องค์กรแห่งความเป็นเลิศ หรือ "คนเก่ง" (High Performance Organization - HPO) 2) การกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยง และการกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ หรือ "คนดี" (Governance, Risk Management and Compliance - GRC) และ 3) การสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย หรือ "มีความรับผิดชอบ" (Stakeholder Value Creation - SVC) โดยภายใต้กรอบแนวคิดในแต่ละด้าน บริษัทได้กำหนดกลยุทธ์และเป้าหมายระยะยาว (ปี 2573) ไว้อย่างชัดเจน และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs) ซึ่งในปี 2563 คณะกรรมการบริษัทเห็นชอบให้กำหนด SD Statement เพื่อสื่อสารให้กับบุคลากร และผู้มีส่วนได้เสียของ ปตท.สผ. ยึดถือเป็นพันธสัญญาร่วมกันในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน

ในด้านการดำเนินธุรกิจ ปตท.สผ. ได้ขับเคลื่อนธุรกิจผ่านกลยุทธ์หลักคือ "กลยุทธ์การดำเนินการและการขยายธุรกิจ (Execute and Expand)" โดยมีเป้าหมายหลักในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน และรองรับความท้าทายของธุรกิจพลังงานในอนาคต โดยในปี 2563 นี้ บริษัทประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจตามแผนงาน อาทิ การควบคุมต้นทุนการผลิตต่อหน่วยอย่างต่อเนื่องเพื่อให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้ โดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การขยายธุรกิจโดยจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในการชนะประมูลแปลงสำรวจออฟชอร์ 3 นอกชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ การร่วมลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิต (Exploration and Production Sharing Agreement - EPSA) เพื่อรับสิทธิ์ในการดำเนินการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจบนบกแปลง 12 ประเทศโอมาน รวมถึงการได้รับอนุมัติจากรัฐบาลเมียนมาให้เดินหน้าพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าในการขยายธุรกิจด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายการลงทุนเพิ่มเติมไปยังธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานทางเลือกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อความยั่งยืนทางธุรกิจอีกด้วย

นอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจตามเป้าหมายและกลยุทธ์แล้ว ปตท.สผ. ยังคงให้ความสำคัญในด้านความมั่นคง ปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้พนักงาน ผู้รับเหมา และผู้มีส่วนได้เสียทุกคนได้มั่นใจถึงการปฏิบัติงานที่ปลอดภัยของบริษัทโดยมีเป้าหมายการทำงานโดยปราศจากอุบัติเหตุ (Target Zero) ทั้งนี้ ปตท.สผ. มีการสำรวจระดับวัฒนธรรมความปลอดภัยขององค์กรเป็นประจำ โดยผลการสำรวจในปี 2563 พบว่าระดับวัฒนธรรมความปลอดภัยฯ ขององค์กรเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.36 จากคะแนนเต็ม 5 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ความเข้าใจในการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยฯ ของพนักงาน ปตท.สผ. อยู่ในระดับที่ดี สอดคล้องกับการลดลงของอัตราการเกิดอุบัติเหตุที่มีการบาดเจ็บจากการทำงานทั้งหมด (Total Recordable Injury Rate – TRIR) รวมถึงอัตราการหกรั่วไหลของน้ำมันและสารเคมี และอยู่ในระดับชั้นนำ เมื่อเทียบกับภาพรวมผลการดำเนินงานเฉลี่ยของสมาคมผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซนานาชาติ (International Association of Oil and Gas Producers – IOGP)

ในด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยง และการกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ปตท.สผ. ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้ "กลยุทธ์การกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างจิตสำนึกในการปฏิบัติงานตามหลัก GRC (Smart Assurance and GRC in Common Sense)" โดยมีเป้าหมายในการเป็นองค์กรต้นแบบด้าน GRC ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนไทย และปรับเพิ่มระดับวุฒิภาวะด้าน GRC (GRC Maturity Level) สู่ระดับสูงสุดคือระดับ 5 โดยในปี 2563 บริษัทได้วางระบบการกำกับดูแลการดำเนินงานตามหลักการ GRC และสื่อสารไปยังโครงการลงทุนใหม่ รวมถึงคู่ค้าและผู้รับเหมาของบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานด้าน GRC จะสอดคล้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน

เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในทุกมิติ ปตท.สผ. ยังให้ความสำคัญกับการสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย โดยดำเนินงานผ่านกลยุทธ์หลัก คือ "กลยุทธ์ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Reduction)" "กลยุทธ์การปรับใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับธุรกิจสำรวจและผลิต (Circular Model for E&P)" และ "กลยุทธ์ทะเลเพื่อชีวิต (Ocean for Life)" โดยทั้ง 3 กลยุทธ์หลักนี้ ได้มีการกำหนดเป้าหมายระยะยาว (ปี 2573) ไว้อย่างชัดเจน เพื่อมุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างมีจิตสำนึกพร้อมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชนและสังคม โดยในปี 2563 บริษัทได้มีการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์และแผนงานอย่างต่อเนื่อง อาทิ การศึกษาและริเริ่มโครงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อช่วยลดความเข้มของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การลดปริมาณขยะอันตรายที่ต้องถูกกำจัดโดยวิธีฝังกลบให้เหลือศูนย์ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนแผนงานในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรและระบบนิเวศทางทะเล เป็นต้น

ด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในปี 2563 ปตท.สผ. ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกของดัชนีความยั่งยืนระดับโลกทั้ง ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices – DJSI) ในกลุ่มธุรกิจน้ำมันและก๊าซ ประเภทธุรกิจขั้นต้นและธุรกิจครบวงจรต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 และดัชนี FTSE4Good Index Series ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 อีกทั้งในระดับประเทศ ปตท.สผ. ได้รับเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน หรือ Thailand Sustainability Investment (THSI) เป็นปีที่ 5 รวมถึงได้รับรางวัลองค์กรโปร่งใส จากสำนักงานคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และ ปตท.สผ. ยังได้รับรางวัลโครงการเพื่อสังคมเป็นจำนวนมากถึง 21 รางวัลจากหลากหลายเวทีระดับโลกอีกด้วย ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วนตามวิสัยทัศน์ Energy Partner of Choice

นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังคงยึดมั่นในการปฏิบัติตามหลักสากล 10 ประการ ของข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact – UNGC) ในฐานะสมาชิกระดับเกณฑ์สูงสุด (Advanced Level) และได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันภาคธุรกิจไทยสู่ความยั่งยืน ผ่านเครือข่ายความร่วมมือที่หลากหลายร่วมกับองค์กรอื่น ๆ ในประเทศไทย เช่น สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (Global Compact Network Thailand – GCNT) องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Thailand Business Council for Sustainable Development – TBCSD) และเครือข่ายเพื่อความยั่งยืนแห่งประเทศไทย (Thailand Responsible Business Network – TRBN) เป็นต้น

ถึงแม้ในปี 2563 ที่ผ่านมานี้ จะมีความท้าทายต่าง ๆ เข้ามากระทบต่อการดำเนินธุรกิจในหลายส่วน แต่ผมเชื่อมั่นว่าหากเรามีความมุ่งมั่น พร้อมปรับเปลี่ยนวิถีการดำเนินงาน ปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ยึดมั่นในกรอบแนวคิดด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทุกมิติ และคำนึงถึงประโยชน์ร่วมกันของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มแล้ว เราจะผ่านพ้นวิกฤตหรือความท้าทายเหล่านั้นไปได้ สุดท้ายนี้ ผมขอขอบคุณผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ค้า คู่ค้า หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง สังคมและชุมชน รวมไปถึงคณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของเรา ที่ให้ความเชื่อมั่น สนับสนุน และมีส่วนร่วมกับ ปตท.สผ. ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืนเป็นอย่างดีมาโดยตลอด