Menu

สารจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร



มนตรี ลาวัลย์ชัยกุล
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

แม้ว่า ปตท.สผ. จะต้องเผชิญกับความท้าทายในการดำเนินธุรกิจอันเกิดจากปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างต่อเนื่องของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด 19 ความผันผวนของราคาน้ำมัน ความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและนวัตกรรมแบบก้าวกระโดด การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่มุ่งสู่การใช้พลังงานสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและปรับตัวอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ ควบคู่กับการดูแลสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล ตามกรอบแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร ซึ่งมีองค์ประกอบหลัก 3 ด้าน คือ 1) การมุ่งสู่องค์กรแห่งความเป็นเลิศ หรือ "คนเก่ง" (High Performance Organization - HPO) 2) การกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยง และการกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ หรือ "คนดี" (Governance, Risk Management and Compliance - GRC) และ 3) การสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย หรือ "มีความรับผิดชอบ" (Stakeholder Value Creation - SVC) ภายใต้ "กลยุทธ์การดำเนินการและการขยายธุรกิจเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Execute & Expand towards Energy Transition)" ซึ่งถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน และสอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (UN SDGs) โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อส่งมอบคุณค่าอย่างยั่งยืนจากภายในสู่ภายนอก (From We to World) ตามวิสัยทัศน์ขององค์กรที่มุ่งสู่การเป็น "Energy Partner of Choice"

ภายใต้สถานการณ์และความท้าทายดังกล่าว ปตท.สผ. มีแนวทางการดำเนินธุรกิจในบทบาท Cautious Diversified Player โดยให้ความสำคัญกับธุรกิจหลักด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (Core E&P) ควบคู่ไปกับการแสวงหาการลงทุนในธุรกิจใหม่ (Beyond E&P) ที่ใช้ความรู้ความสามารถทางเทคโนโลยี การผลิตไฟฟ้าทั้งจากก๊าซธรรมชาติ พลังงานหมุนเวียน และพลังงานในอนาคต โดยในปี 2564 บริษัทฯ สามารถเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการดำเนินงานในธุรกิจหลักด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเพื่อบรรลุเป้าการรักษากำลังการผลิตและเพิ่มปริมาณสำรองปิโตรเลียมจากโครงการปัจจุบันและโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา รวมถึงการขยายธุรกิจเพิ่มเติมในพื้นที่ยุทธศาสตร์ เพื่อเพิ่มฐานการผลิตในอนาคตได้สำเร็จ โดยสามารถเพิ่มอัตราการผลิตในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ที่วันละ 490,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบโดยประมาณ อันเป็นผลมาจากการเริ่มผลิตในโครงการมาเลเซียแปลงเอชที่สามารถดำเนินการได้เร็วกว่าแผนที่วางไว้ รวมถึงความสำเร็จจากการเข้าซื้อสัดส่วนของโครงการโอมาน แปลง 61 ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังประสบความสำเร็จในการค้นพบแหล่งปิโตรเลียมเพิ่มเติมในประเทศมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง รวมถึงขยายการลงทุนโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ได้แก่ การร่วมทุนในแปลงสำรวจประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นต้น สำหรับความสำเร็จในด้านการลงทุนในธุรกิจใหม่ (Beyond E&P) ซึ่งบริษัทฯ มองว่าจะช่วยเสริมสร้างการเติบโตให้กับ ปตท.สผ. ในระยะยาวนั้น ในปี 2564 บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด หรือเออาร์วี ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ปตท.สผ. ได้ดำเนินการจัดตั้งหน่วยธุรกิจย่อย 4 บริษัท เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในกลุ่มหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ในอนาคต

นอกจากนี้ จากความมุ่งมั่นในการดำเนินงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas – GHG) อย่างต่อเนื่องของบริษัทตั้งแต่ปี 2556 โดยมีเป้าหมายในการลดความเข้มของการปล่อย GHG ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 25 ภายในปี 2573 จากปีฐาน 2555 ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมา (ปี 2564) ปตท.สผ. สามารถลดความเข้มของการปล่อย GHG ได้มากกว่าร้อยละ 24 คิดเป็นการลดสะสมที่ 2.7 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และคาดว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ลดลงอย่างน้อย ร้อยละ 25 นี้ได้ภายในปี 2565

และเพื่อเป็นการสนองตอบทิศทางของโลกในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเจตนารมณ์ของประเทศไทยในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero GHG Emissions ที่ได้ประกาศไว้ในการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 26 (COP26) ปตท.สผ. จึงได้ประกาศเป้าหมาย “Net Zero GHG Emissions” ภายในปี 2593 ในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ครอบคลุม Scope 1 และ Scope 2 ซึ่ง ปตท.สผ. เป็นผู้ดำเนินการ ผ่านแนวคิด “EP Net Zero 2050” และได้กำหนด 2 เป้าหมายระหว่างทางเป็นรูปแบบการลดความเข้ม (Intensity) ได้แก่ ลดปริมาณความเข้มการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ภายในปี 2573 และร้อยละ 50 ภายในปี 2583 จากปีฐาน 2563 ด้วย โดยบริษัทฯ มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรมผ่านโครงการสำคัญต่าง ๆ อาทิ การนำก๊าซส่วนเกินและก๊าซที่จะเผาทิ้งกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตหรือนำไปใช้ประโยชน์ การปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การนำพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) มาใช้ในการดำเนินงาน และการศึกษาความเป็นไปได้ของการนำเทคโนโลยีการดักจับ การใช้ประโยชน์ และการกักเก็บคาร์บอนเข้ามาใช้ในแท่นผลิตก๊าซธรรมชาติกลางทะเล รวมถึงโครงการชดเชยก๊าซเรือนกระจกต่าง ๆ เช่น โครงการปลูกป่า และการซื้อคาร์บอนเครดิตมาชดเชยก๊าซเรือนกระจกส่วนที่เหลืออีกด้วย

นอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจตามเป้าหมายและกลยุทธ์แล้ว ปตท.สผ. ยังคงให้ความสำคัญในด้านความ ปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานและผู้รับเหมาสามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย รวมทั้งได้กำหนดเป้าหมายสูงสุดในการบรรลุเป้าหมายการเกิดอุบัติเหตุเป็นศูนย์ (Target Zero) โดยมีระบบการจัดการด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (SSHE Management System: SSHE MS) ที่ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด พร้อมมุ่งสร้างภาวะผู้นำทางด้านความปลอดภัยฯ ในทุกระดับอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ ปตท.สผ. มีผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยอยู่ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมชั้นนำระดับโลกซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซนานาชาติ นอกจากนั้น เพื่อยกระดับผลการดำเนินงานในภาพรวม ทุกส่วนงานจึงได้จัดทำแผนการดำเนินงานระยะสั้นและระยะยาว (SSHE Roadmap) เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่องต่อไป

ไม่เพียงเท่านั้น ปตท.สผ. ยังให้ความสำคัญในเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารความเสี่ยง และการกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ด้วยเล็งเห็นว่าจะเป็นภูมิคุ้มกันที่ดีให้บริษัทฯ ในการดำเนินธุรกิจ สนับสนุนการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย และสร้างความเชื่อมั่นตลอดจนได้รับการยอมรับจากผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ปตท.สผ. จึงได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้ "กลยุทธ์การกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างจิตสำนึกในการปฏิบัติงานตามหลัก GRC (Smart Assurance and GRC in Common Sense)" โดยมีเป้าหมายในการเป็นองค์กรต้นแบบด้าน GRC ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนไทย และปรับเพิ่มระดับวุฒิภาวะด้าน GRC (GRC Maturity Level) สู่ระดับสูงสุดคือระดับ 5 ซึ่งในปี 2564 ปตท.สผ. เน้นการสื่อสารข้อความหลักกับพนักงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคือ #GRC ดี และ รอบคอบ โดย "ดี" จะสื่อถึงการปฏิบัติตามการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมธุรกิจ รวมถึงกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ "รอบคอบ" จะสื่อถึงเรื่องการบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในที่เหมาะสม ทั้งนี้ บริษัทยังได้วางระบบการกำกับดูแลการดำเนินงานตามหลักการ GRC และขยายขอบเขตไปยังโครงการลงทุนใหม่ รวมถึงคู่ค้าและผู้รับเหมาของบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานด้าน GRC จะสอดคล้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน

เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการพัฒนาชุมชนและสังคม ปตท.สผ. ได้มีการดำเนินงานสำคัญในปี 2564 ผ่าน "กลยุทธ์การปรับใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับธุรกิจสำรวจและผลิต (Circular Model for E&P)" และ "กลยุทธ์ทะเลเพื่อชีวิต (Ocean for Life)" อาทิ การเคลื่อนย้ายส่วนบนของแท่นหลุมผลิตที่โครงการอาทิตย์เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ การนำของเสียจากการเจาะหลุมผลิตปิโตรเลียมมาต่อยอดเป็นวัสดุทดแทนสำหรับงานถนนที่ศูนย์เร่งการขยายเทคโนโลยีของ ปตท.สผ. การเพิ่มมูลค่าจากการเปลี่ยนทรายจากกระบวนการผลิตปิโตรเลียมของโครงการซอติก้าไปเป็นสารซีโอไลต์ การศึกษาไมโครพลาสติกในพื้นที่นอกชายฝั่งของอ่าวไทย การตรวจติดตามสุขภาพของมหาสมุทรและความหลากหลายทางชีวภาพผ่านโครงการสำรวจข้อมูลฐานของปะการังฟอกขาว การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เพาะฟักสัตว์น้ำเศรษฐกิจ การปลูกป่าชายเลน รวมไปถึงโครงการเพื่อสังคมต่าง ๆ เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญในการสนับสนุนช่วยเหลือสังคมในมิติต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ซึ่งเป็นผลงานทางด้านนวัตกรรมที่ ปตท.สผ. เออาร์วี และพันธมิตรร่วมกันพัฒนาขึ้น การสนับสนุนทางการเงินและการบริจาคอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้โรงพยาบาลทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 เพื่อต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 รวมแล้วกว่า 150 ล้านบาท รวมถึงการดำเนินโครงการ Restart Thailand เพื่อช่วยให้นักศึกษาจบใหม่ได้มีโอกาสฝึกฝนและได้รับประสบการณ์จริงในการทำงานในช่วงที่ภาวะการจ้างงานของประเทศมีจำนวนจำกัดอีกด้วย

ด้วยความมุ่งมั่นในการดำเนินงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ ปตท.สผ. ได้รับรางวัลและการยอมรับจากหลากหลายสถาบันทั้งในและต่างประเทศ อาทิ รางวัล ASIAN ESG Awards ที่ได้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 รวมถึงติดอันดับดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (DJSI) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 และดัชนี FTSE4Good Index Series ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 สำหรับรางวัลในระดับประเทศนั้น ปตท.สผ. ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมด้านความยั่งยืน (Best Sustainability Awards) กลุ่ม Sustainability Excellence ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จากงาน SET Awards 2021 รวมถึงได้รับเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้อยู่ในรายชื่อหุ้นยั่งยืน หรือ Thailand Sustainability Investment (THSI) เป็นปีที่ 6 ด้วย นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังได้รับรางวัลองค์กรโปร่งใสจากสำนักคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และรางวัลองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประเภทองค์กรรัฐวิสาหกิจ จากกรมคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 รวมถึงรางวัลด้านการดำเนินงานเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในระดับนานาชาติอีกมากมาย ซึ่งความสำเร็จเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการพัฒนาศักยภาพในทุกด้านเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน ตามวิสัยทัศน์ Energy Partner of Choice

นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังคงยึดมั่นในการปฏิบัติตามหลักสากล 10 ประการ ของข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (United Nations Global Compact – UNGC) ในฐานะสมาชิกระดับเกณฑ์สูงสุด (Advanced Level) และได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันภาคธุรกิจไทยสู่ความยั่งยืนผ่านเครือข่ายความร่วมมือที่หลากหลายร่วมกับองค์กรอื่น ๆ ในประเทศไทย เช่น สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (Global Compact Network Thailand – GCNT) องค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Thailand Business Council for Sustainable Development – TBCSD) และชมรม ESG Network โดยสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย เป็นต้น

แม้ว่าการขับเคลื่อน ปตท.สผ. เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืนจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ผมกลับเชื่อมั่นว่าเราจะสามารถบรรลุจุดหมายได้ด้วยพลังความร่วมมือร่วมใจอันเป็นหนึ่งเดียวกันของผู้บริหารและพนักงานทุกคน (One Team One Goal) ประกอบกับแรงสนับสนุนที่แข็งแกร่งจากผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ค้า คู่ค้า หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง สังคมและชุมชน ที่ร่วมผสานกำลังเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อส่งมอบอนาคตที่ดีกว่าให้กับคนรุ่นต่อไป