Menu

การบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสีย

ความสำคัญและความมุ่งมั่น

  • ปตท.สผ. ให้ความสำคัญกับการบริหารผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Management) ซึ่งหมายถึง บุคคล หน่วยงานหรือองค์กรที่สามารถสร้างผลกระทบ และ/หรือ ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท รวมถึงมีความสนใจ หรือมีความเกี่ยวข้องต่อผลการดำเนินการของบริษัท
  • การระบุผู้มีส่วนได้เสียที่ชัดเจนจะช่วยให้สามารถกำหนดบทบาท ความรับผิดชอบของผู้ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

เป้าหมายสำคัญ

  • เพื่อให้บริษัทสามารถบริหารจัดการความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม
  • เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความสัมพันธ์อันดี และสร้างความผูกพันกับผู้มีส่วนได้เสีย

การบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสีย

การบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสียนับเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยลดผลกระทบอันไม่พึงประสงค์ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและการดำเนินงานของ ปตท.สผ. ในการนี้ ปตท.สผ. ได้จัดทำเอกสารแนวทางการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสียขึ้น เพื่อให้หน่วยงานนำไปปฏิบัติ ซึ่งการระบุและจัดลำดับความสำคัญของผู้มีส่วนได้เสียจะช่วยให้ ปตท.สผ. สามารถวางแผนงานเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างเหมาะสม และการจะได้มาซึ่งผลสัมฤทธิ์ดังกล่าวมีความจำเป็นที่จะต้องใช้แนวทางการดำเนินงานที่มีความเหมาะสมแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และสภาพแวดล้อมในแต่ละพื้นที่ปฏิบัติการ

การบริหารจัดการประเด็นปัญหาและผู้มีส่วนได้เสีย

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ ปตท.สผ. เป็นองค์กรที่มั่นคงและยั่งยืนคือ การสร้างและดำรงความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสียและความสามารถในการบริหารจัดการผลกระทบจากการปฏิบัติงานต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม ปตท.สผ. ได้พัฒนาระบบการบริหารประเด็นและผู้มีส่วนได้เสีย (Issue and Stakeholder Management System - ISMS) เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านสังคมให้เป็นระบบมาตรฐานเดียวกันในทุกพื้นที่ปฏิบัติการทั้งในและต่างประเทศ โดย ISMS เป็นระบบเชิงรุกที่แนะนำวิธีวิเคราะห์ วางแผน วัดผล และติดตามผลกระทบทางสังคม มุ่งเน้นในเรื่องการวิเคราะห์ความเสี่ยงทางด้านสังคม ISMS จะแสดงให้เห็นถึงการบรรเทาความเสี่ยงทางสังคมโดยการควบคุมผลกระทบที่เกิดจากการปฏิบัติงานของบริษัท การริเริ่มหรือปรับเปลี่ยนโครงการพัฒนาสังคมตามควร และการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างเหมาะสม

กรอบการดำเนินงานของ ISMS ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่

  • การกำหนดเนื้อหา: ตั้งวัตถุประสงค์การวิเคราะห์ ระบุรายละเอียดโครงการ รวมถึงบริบททั้งจากภายในและภายนอกที่อาจจะส่งผลกระทบต่อวัตถุประสงค์ที่วางไว้
  • การวิเคราะห์: ดำเนินการวิเคราะห์ความเสี่ยงทางด้านสังคมและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับโครงการและทำการประเมินความสำคัญเพื่อนำมาพัฒนาแผนการบริหารจัดการ
  • การปฏิบัติ: ดำเนินแผนการบริหารประเด็นและผู้มีส่วนได้เสียและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน
  • การประเมินผลโครงการและสื่อสาร: ประเมินผลการดำเนินงานและแจ้งให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบ

ปตท.สผ. สนับสนุนให้ทุกพื้นที่ที่ ปตท.สผ. ดำเนินการนำระบบการบริหารประเด็นและผู้มีส่วนได้เสีย (ISMS) ไปใช้วิเคราะห์ความเสี่ยงทางด้านสังคมตั้งแต่เริ่มโครงการสำรวจและผลิตไปจนถึงการสละหลุม และได้นำ ISMS มาใช้ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงทางด้านสังคมในทุกโครงการที่ ปตท.สผ. เป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมดตั้งแต่ปี 2558 โดยระบบดังกล่าวได้ช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจเรื่องการจัดการทางด้านสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้น ปตท.สผ. กำหนดให้ทุกโครงการทบทวนและทำการประเมินความเสี่ยงทางด้านสังคมผ่านระบบออนไลน์ (ISMS Report Online System) ในทุกปีอีกด้วย นอกจากนี้พนักงานชุมชนสัมพันธ์จะต้องส่งรายงานความก้าวหน้าและประเมินผลกิจกรรมต่าง ๆ ทุกเดือนให้กับสำนักงานใหญ่ โดยคาดหวังว่า ISMS จะแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงทางสังคมที่เป็นหนึ่งในปัจจัยในการตัดสินใจทางธุรกิจ และการวิเคราะห์ผลกระทบทางสังคมด้วย ISMS จะนำไปสู่การพัฒนาแผนการลดผลกระทบและโครงการพัฒนาสังคมอย่างเหมาะสม ทำให้ ปตท.สผ. สามารถสร้างประโยชน์ให้กับผู้มีส่วนได้เสียและบริษัทได้อย่างสูงสุด

การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย

เพื่อความชัดเจนในการบริหารจัดการ การติดต่อสื่อสาร การให้ความร่วมมือ ประสานงาน และการให้การสนับสนุนกิจกรรมและการปฏิบัติงานของกันและกันอย่างยั่งยืน ปตท.สผ. ได้จัดกลุ่มกิจกรรมการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียทั้งหมดที่มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของบริษัท โดย ปตท.สผ. ได้แบ่งผู้มีส่วนได้เสียออกเป็น 9 กลุ่มหลัก ซึ่งประกอบด้วย

  1. หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแล: หน่วยงานราชการระดับกระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ระดับประเทศ ระดับภาค และระดับจังหวัด และ หน่วยงานที่มีบทบาทในการกำกับดูแลการดำเนินธุรกิจและการปฏิบัติงานโดยตรง
  2. ผู้ค้า คู่ค้า/ผู้รับเหมา:
    1. ผู้จัดหา บุคคลหรือองค์กร ที่เป็นผู้จัดหาสินค้าและ/หรือบริการให้แก่บริษัท
    2. ผู้รับเหมา บุคคลหรือองค์กร ที่ทำหน้าที่รับเหมาหรือรับจ้างให้ทำการงานอย่างหนึ่งอย่างใดให้กับบริษัท ตามที่กำหนดในสัญญา
  3. ลูกค้า: ผู้ซื้อสินค้าและบริการของ ปตท.สผ.
  4. พนักงาน: พนักงานในสังกัด ปตท.สผ. และพนักงานบริษัทในกลุ่ม ปตท.สผ.
  5. ผู้ถือหุ้น สถาบันการลงทุน สถาบันการเงิน และเครดิตเตอร์
  6. พันธมิตรทางธุรกิจ หุ้นส่วน และผู้ร่วมลงทุนทางธุรกิจ
  7. ชุมชน: ชุมชน ส่วนราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มอาชีพ กลุ่มอาสาสมัคร ในพื้นที่ปฏิบัติงาน ระดับอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน
  8. องค์กรอิสระ องค์กรมหาชน องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และสถาบันการศึกษา: อาทิ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี-สสวท. องค์กรอิสระอื่น ๆ สถาบันการศึกษาที่เกี่ยวของกับการดำเนินธุรกิจและการปฏิบัติงาน องค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs)
  9. สำนักข่าวและสื่อมวลชน: สื่อมวลชน สำนักข่าว สถานีข่าวทั้งในและต่างประเทศ Social Media Public influencer และ Bloggers

กิจกรรมสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้เสีย

กิจกรรมการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียเป็นช่องทางในการสื่อสารสองทาง ซึ่งเป็นโอกาสให้บริษัทได้รับฟังข้อคิดเห็น ข้อกังวล และความคาดหวัง และได้สื่อสารเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองความคิด โดยบริษัทจะนำประเด็นต่าง ๆ ที่ได้ไปพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจของบริษัทให้ดียิ่งขึ้น

ในปี 2564 ไม่มีการร้องเรียนใด ๆ จากชุมชนที่ส่งผลกระทบกับการดำเนินงานของ ปตท.สผ.

การมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียและประเด็นความคาดหวัง

ปตท.สผ. ได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียอย่างครอบคลุม (Stakeholder Inclusiveness) เป็นประจำทุกปี เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นต่อประเด็นด้านการพัฒนาความยั่งยืนของบริษัท ผ่านการสัมภาษณ์และตอบแบบสอบถาม ทั้งนี้ ผลที่ได้รับจากการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียเป็นปัจจัยที่สำคัญในการนำไปพิจารณาจัดลำดับประเด็นสำคัญและปรับปรุงการบริหารจัดการของบริษัท โดยในปี 2564 มีประเด็นสำคัญและข้อมูลการนำไปดำเนินการที่ได้จากการสำรวจความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย ดังนี้

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียช่องทางความคาดหวัง/ความคิดเห็น
จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
การดำเนินงานปี 2564
1. หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล
  • การประชุมรายกรณี
  • การประชุมประจำเดือนกับ ส่วนราชการและหน่วยงานปกครองท้องถิ่น
  • การรายงานผลให้แก่หน่วยงานราชการ
  • การเข้าร่วมเครือข่ายกับภาครัฐ
  • การร่วมซ้อมแผนฉุกเฉิน
  • การร้องเรียนผ่าน CG Hotline
  • การวางแผนทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบตามแผนนโยบายของภาครัฐ และแผนการดำเนินงานของบริษัท
  • การประเมินสถานการณ์และผลกระทบร่วมกัน เพื่อป้องกัน และแก้ปัญหา ก่อนที่สถานการณ์จะส่งผลกระทบต่อไปในวงกว้าง
  • ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจอย่างเคร่งครัด
  • หารือและมีการสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐและหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่นเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ
  • ดำเนินกิจกรรมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานราชการและองค์กรภาครัฐ รวม 680 ครั้ง
2. ผู้ค้า คู่ค้า/ผู้รับเหมา
  • การประชุม อบรม และสัมมนากับผู้ค้าและคู่ค้า
  • การร่วมซ้อมแผนฉุกเฉิน
  • การร้องเรียนผ่าน CG Hotline
  • การสื่อสารนโยบาย มาตรฐาน และขั้นตอนการทำงาน รวมถึงช่องทางการสอบถามข้อมูล
  • การปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและร่วมพัฒนาคู่ค้าเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
  • ประกาศแผนการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีผ่านทางเว็บไซต์ www.pttep.com
  • จัดประชุม conference call ร่วมกับคู่ค้า เพื่อสื่อสารนโยบายของ ปตท.สผ. และตอบข้อซักถามของคู่ค้าในประเด็นต่างๆ
  • จัดการประชุมกับคู่ค้าด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Environment, Social, Governance – ESG)
  • จัดโครงการ "เสริมสร้างแรงจูงใจในการทำงานเพื่อความปลอดภัย" เพื่อยกระดับมาตรฐานทางด้านความปลอดภัยในการทำงานของคู่ค้า
3. ลูกค้า
  • การประชุมรายกรณี
  • การประชุมประจำเดือน / รายไตรมาส / ประจำปี
  • การสื่อสารผ่านช่องทางตรงและช่องทางออนไลน์
  • การร้องเรียนผ่าน CG Hotline
  • การส่งมอบผลิตภัณฑ์ (น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ) ที่มีคุณภาพ ตรงตามสัญญา
  • การส่งมอบผลิตภัณฑ์ (น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ) ได้ปริมาณตามความต้องการของลูกค้า
  • สร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการผลิตให้กับลูกค้าได้
  • มีการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว
  • ดำเนินกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ถึงแม้จะมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19
  • ติดตามแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ได้รับการร้องเรียนจากลูกค้า
  • ประสานงานและร่วมมือกับลูกค้าเพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับโครงการใหม่ (จี 1) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2565
  • คะแนนความพึงพอใจเฉลี่ยประจำปี 2564 เท่ากับร้อยละ 95 (4.74 จาก 5)
4. พนักงาน
  • กิจกรรมเพื่อสร้างความผูกพันต่อองค์กร
  • มาตรการดูแลพนักงานในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 (COVID-19) ผ่านคณะทำงาน COVID-19 Taskforce
  • การสื่อสารผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์และระบบออนไลน์ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ
  • การร้องเรียน
    • ผ่านช่องทาง Whistleblowing
    • ตามนโยบายบริหารทรัพยากรบุคคล
  • สร้างความผูกพันต่อองค์กร กระตุ้นให้พนักงานรู้สึกรักองค์กร และทำงานเพื่อองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ โดย
    • การสื่อสารนโยบาย ทิศทางขององค์กร รวมถึงหัวข้อที่มีความสำคัญต่อพนักงาน และเป็นช่องทางสำคัญที่เปิดโอกาสให้พนักงานได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์
    • ดูแลสุขภาพร่างกาย และลดความเครียดจากการทำงานในช่วง Work From Home
  • พนักงานมีความปลอดภัยทั้งกายและสุขภาพใจเพื่อให้พนักงานสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก่อให้เกิดความรักและผูกพันต่อองค์กร โดย
    • ได้รับข้อมูลรายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และได้รับคำแนะนำจากทีมแพทย์บริษัทเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรค COVID-19
    • ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและแพร่ระบาด สอดรับการทำงานในวิถีใหม่
    • เข้าถึงการตรวจคัดกรอง COVID-19 เพื่อให้พนักงานมีความปลอดภัย
    • ป้องกันและดูแลเพื่อให้พนักงานมั่นใจว่ามีความปลอดภัยในการทำงานร่วมกัน
    • แสดงความห่วงใยและส่งเสริมให้พนักงานรู้จักเฝ้าระวังป้องกันตนเองจากความเสี่ยงของการติดเชื้อ COVID-19
    • ดูแลสุขภาพจิตใจและลดความเครียดของพนักงาน
    • ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับชมรม และผ่อนคลายความเครียดจากการ Work From Home หรือการที่พนักงานมีรอบกะหมุนเวียนที่ยาวนานมากขึ้นในสถานการณ์ COVID-19
  • การสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับค่านิยมองค์กร (EP SPIRIT) และเพิ่มแรงบันดาลใจในการทำงาน
  • การป้องกันการทุจริตหรือรายงานการกระทำที่มิชอบอันส่งผลกระทบต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
  • ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดกิจกรรมให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบันและการทำงานในวิถีใหม่
    • จัดกิจกรรม CEO's Live พบพนักงานจำนวน 8 ครั้ง
    • จัดกิจกรรม Fit Firm Fun 2021 ส่งเสริมให้พนักงานดูแลสุขภาพร่างกายในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ลดความเครียดจากการทำงานในช่วง Work From Home และส่งเสริมค่านิยม Responsibility for Society โดยแปลงผลการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นยอดเงินบริจาคให้กับหน่วยงานทางการแพทย์เพื่อใช้ในการรับมือกับสถานการณ์ COVID-19
  • มาตรการดูแลพนักงานทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจเพื่อให้พนักงานมีความมั่นใจในการทำงานร่วมกันอย่างปลอดภัยและรู้สึกผูกพันต่อองค์กร
    • ให้ข้อมูลและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ให้คำแนะนำโดยทีมแพทย์บริษัท และมีการจัด Live เพื่อรายงานสถานการณ์ จำนวน 4 ครั้ง และส่ง E-mail สื่อสารกับพนักงานอย่างต่อเนื่อง
    • ให้พนักงานปฏิบัติงานที่บ้าน (Work From Home) ลดจำนวนพนักงานในพื้นที่สำนักงานของแต่ละพื้นที่
    • จัดรถตรวจ COVID-19 เคลื่อนที่ให้พนักงานที่เป็นกลุ่มเสี่ยง
    • วัคซีนทางเลือกให้ครอบคลุมถึงพนักงาน ครอบครัวและผู้รับเหมาที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ปฏิบัติการ และวัคซีนเป็นเข็มที่ 3 (Booster Dose) ให้พนักงาน
    • จัดส่งสิ่งของที่จำเป็นให้พนักงานถึงที่พักอาศัย ได้แก่ หน้ากากผ้า ชุดตรวจ ATK ปรอทวัดไข้แบบดิจิทัล และฟ้าทะลายโจร
    • โครงการสบายใจดี สามารถขอรับคำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านช่องทาง โทรศัพท์สายด่วน Hotline , Video Call , Application หรือนัดหมายขอคำปรึกษาแบบพบเจอเป็นการส่วนตัว รวมถึงจัด Live เชิญวิทยากรจากภายนอกมาให้ความรู้ คำแนะนำ ในการดูแลจิตใจและจัดการกับความเครียด จำนวน 7 ครั้ง ออกบทความประจำเดือนเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิตใจให้พนักงาน จำนวน 5 ครั้ง พร้อมเพิ่มแบบทดสอบจิตวิทยาและแบบทดสอบความเครียดจัดวางไว้ในระบบ WeConnect เพื่อให้พนักงานสามารถประเมินความเครียดของตนได้ตลอดเวลา และสามารถติดต่อขอรับคำปรึกษาได้ทันที
    • จัดกิจกรรม Club "Fine" Day จำนวน 5 ครั้ง
  • ปลูกฝังค่านิยม EP SPIRIT ให้แก่พนักงานอย่างต่อเนื่อง
  • ดำเนินการปิดข้อร้องเรียนจำนวน 9 เรื่อง
5. ผู้ถือหุ้น, สถาบันการลงทุน สถาบันการเงิน และเครดิตเตอร์
  • การประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี
  • การประชุมนักวิเคราะห์
  • กิจกรรมพบผู้ถือหุ้นและนักลงทุน
  • วารสารนักลงทุนรายไตรมาส
  • กิจกรรมผู้ถือหุ้นเยี่ยมชมกิจการบริษัท
  • การร้องเรียนผ่าน CG Hotline
  • การเติบโตทางธุรกิจและผลตอบแทนที่เป็นธรรม
  • การได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน ทั่วถึง และทันเวลา
  • จัดประชุมนักวิเคราะห์เกี่ยวกับงบการเงินทุกไตรมาส จำนวน 4 ครั้ง
  • เข้าร่วมงาน Opportunity Day และ SET Digital Roadshow (จัดโดยตลาดหลักทรัพย์) จำนวน 7 ครั้ง
  • การประชุมในรูปแบบเสมือนจริง เพื่อให้ข้อมูลกับผู้ถือหุ้นและนักลงทุน (Virtual Roadshows/ Conferences) ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ และฮ่องกง รวมทั้งสิ้น 24 ครั้ง
  • การพบนักลงทุนเพื่อให้ข้อมูลและประชุมทางโทรศัพท์ จำนวน 10 ครั้ง
  • จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่นักลงทุน จำนวน 1 ครั้ง
  • จัดทำวารสารนักลงทุนรายไตรมาส 4 ฉบับ
6. พันธมิตรทางธุรกิจ หุ้นส่วน และผู้ร่วมลงทุนทางธุรกิจ
  • ประชุมรายไตรมาส
  • การสื่อสารผ่านช่องทางตรงและช่องทางออนไลน์
  • การร้องเรียนผ่าน CG Hotline
  • การกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน เพื่อสร้างความร่วมมือในอนาคต
  • การเติบโตทางธุรกิจด้วยการดำเนินงานอย่างถูกต้อง โปร่งใส
  • บริษัทดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
  • บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจร่วมกันตามแผนงาน
7. ชุมชน
  • การประชุมประจำเดือนกับสมาคมและองค์กรท้องถิ่น
  • การลงพื้นที่พบชุมชน
  • การรับฟังความคิดเห็น
  • โครงการเพื่อชุมชนและสังคม
  • การร่วมซ้อมแผนฉุกเฉิน
  • การร้องเรียนผ่านผู้แทนบริษัท และ CG Hotline
  • การมีช่องทางติดต่ออย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรับข้อมูลข่าวสารจากบริษัท
  • การสร้างความเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัท เพื่อที่จะได้มีแผนพัฒนาชุมชนร่วมกัน
  • บริษัทดำเนินการผ่านช่องทางการสื่อสารต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
  • ดำเนินการพัฒนาโครงการเพื่อสังคมให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของ ปตท.สผ. และตรงกับความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในชุมชนและสังคม
  • ดำเนินกิจกรรมร่วมกับชุมชนและสังคม รวม 277 ครั้ง
8. องค์กรอิสระ องค์กรมหาชน องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และสถาบันการศึกษา
  • การเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับองค์กรและภาคธุรกิจต่าง ๆ
  • การร้องเรียนผ่าน CG Hotline
  • การร่วมมือกันเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้เป็นรูปธรรม
  • ร่วมกิจกรรมกับองค์กรต่าง ๆ ด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง
9. สำนักข่าวและสื่อมวลชน
  • สื่อสารผ่านสื่อดั้งเดิม เช่น โทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร รวมทั้ง สื่อออนไลน์ และสื่อสังคมออนไลน์
  • การร้องเรียนผ่าน CG Hotline
  • รับทราบความก้าวหน้าในการดำเนินงานของบริษัทอย่างต่อเนื่อง ถูกต้อง และทันเวลา
  • สื่อสารผ่านสื่อมวลชน และสื่อสารทางตรงโดยช่องทางของบริษัท เกี่ยวกับ
    • การสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรม อุปกรณ์ทางการแพทย์และงบประมาณ ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19
    • ความคืบหน้าในการดำเนินธุรกิจและการลงทุนต่าง ๆ เช่นการค้นพบแหล่งปิโตรเลียม การลงทุนในแปลงใหม่ โครงการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่บริษัทพัฒนาขึ้น รวมทั้ง แผนกลยุทธ์ใหม่
  • ส่งข่าวประชาสัมพันธ์ บทความ จัดสัมภาษณ์ แถลงข่าว และผลิตสกู๊ปโทรทัศน์ จำนวนกว่า 120 ครั้ง
  • สื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์จำนวน 127 ครั้ง (Facebook, YouTube และ LinkedIn)
  • เผยแพร่ข้อมูลและข่าวสารของบริษัททางเว็บไซต์บริษัท ทั้งนี้ มีการเข้าชมข้อมูลของหน้ามุมสื่อมวลชน รวม 77,832 ครั้ง (Page Views)

การรับเรื่องร้องเรียนผู้มีส่วนได้เสีย

การรับเรื่องร้องเรียน

ปตท.สผ. ได้จัดหากลไกการรับเรื่องร้องเรียนที่หลากหลายเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้มีส่วนได้เสีย เช่น ในพื้นที่ปฏิบัติการ ผู้มีส่วนได้เสียสามารถส่งเรื่องร้องเรียนได้ที่เจ้าหน้าที่ชุมชนสัมพันธ์ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ หรือส่งมายังผู้รับผิดชอบในส่วนกลาง โดยกลไกการร้องเรียนมี 2 วิธีคือ

1. ระบบการจัดการเหตุการณ์ (Incident Management System) เป็นระบบสำหรับรายงานเหตุการณ์และเรื่องร้องเรียน ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมจะรับและบันทึกคำร้องเรียนจากชุมชนเข้าระบบ

2. เว็บไซต์ของบริษัท ได้จัดช่องทางส่งคำร้องเรียนผ่าน "Contact Us" และเบอร์โทรศัพท์สายตรงที่เบอร์ +66 (0) 2537-4000 โดยช่องทางนี้เป็นการรวบรวมเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ไว้ที่ศูนย์เดียวกัน เพื่อให้แต่ละแผนกที่เกี่ยวข้องสามารถเข้ามาติดตามและแก้ไข โดยสามารถเข้าถึงได้จากการรับเรื่องร้องเรียนของกลุ่ม ปตท.สผ.

นอกจากนี้ ปตท.สผ. ได้พัฒนาแนวทางการรับเรื่องร้องเรียนเพื่อสร้างระบบการรับเรื่องร้องเรียนที่แข็งแกร่ง เพื่อให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัทสามารถแจ้งข้อร้องเรียน รวมถึงมีการติดตามสถานะและการบริหารจัดการประเด็นหรือข้อร้องเรียนในแต่ละพื้นที่ปฏิบัติการเป็นประจำทุกไตรมาส เพื่อให้แน่ใจว่าได้มีการจัดการแก้ไขข้อร้องเรียนดังกล่าวภายในเวลาที่เหมาะสม

แบบการบันทึกข้อร้องเรียนจะใช้เพื่อติดตามข้อร้องเรียนจนกระทั่งปิดเรื่อง ในขณะที่ระบบการจัดการเหตุการณ์ (IMS) จะใช้เพื่อติดตามการบริหารจัดการเรื่องร้องเรียนดังกล่าว

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าถึงได้จาก Grievance Handling Guideline

การบริหารจัดการผลลัพธ์ทางสังคม

ด้วยสำนึกรับผิดชอบในการปฏิบัติงานภายใต้มาตรการความปลอดภัยในระดับสากล และความมุ่งมั่นที่จะเติบโตไปกับชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน ปตท.สผ. ทำการประเมินความเสี่ยง และผลกระทบต่อชุมชนอย่างรอบด้านในทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงาน เพื่อกำหนดมาตรการและแผนการปฏิบัติงานที่ปลอดภัย ลดและขจัดความเสี่ยงและ/หรือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการระบุกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่อาจได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการปฏิบัติงาน กำหนดแผนการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสีย พัฒนาเอกสารประชาสัมพันธ์โครงการ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการ มาตรการการป้องกัน/ลดผลกระทบ รวมถึง ระบุช่องทางการสื่อสาร สอบถาม และ/หรือการร้องเรียนที่ชัดเจน พร้อมทั้งรับฟังข้อห่วงกังวลและ/หรือข้อคิดเห็นจากชุมชน เพื่อนำมาปรับปรุงมาตรการและ/หรือแผนในการดำเนินโครงการ เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดกับชุมชนและผู้มีส่วนได้เสีย

ในกรณีทีผู้มีส่วนได้เสีย ได้รับความเดือดร้อนรำคาญ และ/หรือความเสียหายที่เกิดจากการปฏิบัติงานของบริษัท ผู้มีส่วนได้เสีย/ผู้ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ของบริษัทและ/หรือผู้รับเหมาได้โดยตรง ผ่านช่องทางที่บริษัทได้แจ้งไว้ในเอกสารประชาสัมพันธ์โครงการ ซึ่งหลังจากได้รับการแจ้งข้อร้องเรียน ปตท.สผ. จะดำเนินการ ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่เพื่อสำรวจผลกระทบ/ความเสียหาย ประเมินความเสียหาย กำหนดแนวทาง และแผนการกำจัด/บรรเทาความเสียหาย/การจ่ายค่าชดเชย (ถ้ามี) และสื่อสารให้ผู้ร้องเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ และให้การยอมรับแนวทางการแก้ไข/บรรเทาปัญหา รวมถึงค่าชดเชยความเสียหาย (ถ้ามี) และดำเนินการแก้ไขผลกระทบและ/หรือความเสียหายนั้นโดยไม่ชักช้า ตามแนวทางที่กำหนดไว้ในแนวทางการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Management Guideline)

การย้ายถิ่น

ในการดำเนินกิจกรรมของการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมบางครั้งไม่อาจเลี่ยงที่จะต้องเข้าใช้หรือผ่านเข้าพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ส่วนบุคคล ในหลาย ๆ ครั้งการได้มาซึ่งสิทธิ์ในการใช้พื้นที่เพื่อปฏิบัติงานนั้น อาจทำให้เกิดการย้ายถิ่นฐาน อาทิ การย้ายถิ่นที่พักอาศัย หรือแหล่งประกอบสัมมาอาชีพ รวมไปถึงการสูญเสียทรัพย์สิน สิ่งปลูกสร้าง หรือการเข้าถึงทรัพย์ นำมาซึ่งการสูญเสียแหล่งรายได้ของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย

ในการให้ได้มาซึ่งพื้นที่ปฏิบัติการนั้นบริษัทมุ่งหวังที่จะได้รับความร่วมมือด้วยความเต็มใจจากเจ้าของพื้นที่หรือผู้ใช้พื้นที่ร่วมมากกว่าการบังคับใช้ตามกฎหมาย ดังนั้น ปตท.สผ. จึงได้พัฒนาคู่มือการลดผลกระทบจากการย้ายถิ่นฐาน (PTTEP Involuntary Resettlement Guideline) ดังแสดงในรูปภาพด้านล่างนี้ โดยใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการย้ายถิ่นฐานและรักษาความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียในการให้ได้มาซึ่งพื้นที่ปฏิบัติการนั้น

จนถึงปัจจุบัน ปตท.สผ. ไม่เคยต้องทำการย้ายถิ่นฐานของชุมชนใด ๆ เพื่อการปฏิบัติงาน อย่างไรก็ดี บริษัทได้จัดให้มีระบบรองรับเพื่อการบริหารจัดการและประเมินความมีประสิทธิภาพของการดำเนินการ

 

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าถึงได้จาก Involuntary Resettlement Guideline

การอนุรักษ์วัฒนธรรมและกลุ่มชนพื้นเมือง

ปตท.สผ. เคารพต่อสิทธิ ความเสมอภาคและความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในทุกพื้นที่ที่บริษัทเข้าไปปฏิบัติงาน ในทุกขั้นตอนการปฏิบัติงาน ปตท.สผ. จะทำการระบุกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียต่อการปฏิบัติงาน การดำเนินโครงการ วิถีชีวิต ความเชื่อ วัฒนธรรม ประเพณี ของชุมชน รวมถึงกลุ่มชนพื้นเมือง เพื่อการวางแผนการสื่อสาร สร้างความเข้าใจ ให้ความรู้ ให้ความสนับสนุน และ/หรือสร้างการยอมรับให้กับชุมชน อันรวมถึง การกำหนดแผนการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสีย พัฒนาเอกสารประชาสัมพันธ์โครงการ ในภาษาท้องถิ่นที่เข้าใจง่าย เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการ มาตรการการป้องกัน/ลดผลกระทบ รวมถึง ระบุช่องทางการสื่อสาร สอบถาม และ/หรือร้องเรียนที่ชัดเจน พร้อมทั้งรับฟังข้อห่วงกังวลและข้อคิดเห็นจากชุมชน เพื่อนำมาปรับปรุงมาตรการและ/หรือแผนในการดำเนินโครงการ เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อวิถีความเป็นอยู่ของ ผู้มีส่วนได้เสีย ชุมชน และกลุ่มชนพื้นเมืองให้น้อยที่สุด

ในกรณีที่กลุ่มชนพื้นเมืองได้รับความเดือดร้อนรำคาญ และ/หรือความเสียหายที่เกิดจากการปฏิบัติงานของบริษัท กลุ่มชนพื้นเมือง สามารถแจ้งข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ของบริษัท และ/หรือผู้รับเหมาได้โดยตรง หรือ ผ่านตัวแทนซึ่งมีทักษะในการสื่อสารด้วยภาษาท้องถิ่น ตามช่องทางที่บริษัทได้แจ้งไว้ในเอกสารประชาสัมพันธ์โครงการเช่นเดียวกับผู้มีส่วนได้เสียกลุ่มอื่น ๆ ซึ่งหลังจากได้รับการแจ้งข้อร้องเรียน ปตท.สผ. จะดำเนินการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่สำรวจผลกระทบ ความเสียหาย ประเมินความเสียหาย กำหนดแนวทาง และแผนการกำจัด บรรเทาความเสียหาย การจ่ายค่าชดเชย (ถ้ามี) และสื่อสารให้ผู้ร้องเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ และให้การยอมรับแนวทางการแก้ไข บรรเทาปัญหา รวมถึงค่าชดเชยความเสียหาย (ถ้ามี) และดำเนินการแก้ไขผลกระทบและความเสียหายนั้นโดยเร็วที่สุด ตามที่กำหนดไว้ในแนวทางการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholder Management Guideline)