Menu

ภาพรวม SSHE ใน ปตท.สผ.

ความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (SSHE)

ปตท.สผ. ยึดถือความปลอดภัยเป็นปัจจัยหลักในการดำเนินธุรกิจและมุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุด้วยการปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยในเชิงรุก โดยมีเป้าหมายสถิติอุบัติเหตุที่เป็นศูนย์ (Target Zero) รวมถึงให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยทั้งในกระบวนการผลิต (Process Safety) และความปลอดภัยของบุคคล (Personal Safety) ที่ครอบคลุมทั้งบุคลากรและผู้รับเหมาทั้งหมด โดยใช้ระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (Safety, Security, Health and Environment Management System) ที่สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทและเทียบเคียงกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยฯ ในระดับสากล เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกคนที่ร่วมงานกับบริษัทจะสามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย ตลอดจนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงและผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสิ่งแวดล้อม

การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินและวิกฤตการณ์

ปตท.สผ. ตระหนักดีว่าธุรกิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเป็นธุรกิจที่ต้องใช้มาตรฐานด้านความปลอดภัยสูง ดังนั้น ปตท.สผ. จึงได้เริ่มพัฒนาแผนการบริหารการจัดการภาวะฉุกเฉินและวิกฤตการณ์ภายใต้ข้อกำหนดของระบบการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำหนดโครงสร้างของระบบเพื่อเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและสภาวะวิกฤตโดยให้ความสำคัญและคำนึงถึงการปกป้องชีวิต สิ่งแวดล้อม ทรัพย์สินและชื่อเสียงขององค์กร การเชื่อมโยงแผนการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินและสภาวะวิกฤตของพื้นที่ปฏิบัติการทั้งหมดจะครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการที่มีอยู่เดิมและพื้นที่ปฏิบัติการใหม่ทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ และศูนย์สนับสนุนหลักของส่วนกลางที่สำนักงานใหญ่ โดยระบบการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินและวิกฤตการณ์มีโครงสร้างการดำเนินงานที่แบ่งออกเป็น 3 ระดับตามความรุนแรงของเหตุการณ์และความสามารถในการโต้ตอบของหน่วยปฏิบัติการ ซึ่งครอบคลุมการบริหารจัดการทุกด้าน ทั้งด้านความปลอดภัย (เช่น ไฟไหม้ ระเบิด และการควบคุมความดันของหลุม) ความมั่นคง (เช่น การวางระเบิด การก่อการร้าย) ด้านสุขภาพ โรคภัย การบาดเจ็บ การขนส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน (MEDEVAC: Medical Evacuation) และสิ่งแวดล้อม (เช่น การหกรั่วไหลและการร้องเรียน) ทั้งนี้ แผนงานการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินและสภาวะวิกฤตของแต่ละพื้นที่และศูนย์สนับสนุนหลักของส่วนกลางจะดำเนินการฝึกซ้อมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ โดยผลการดำเนินงานและข้อแนะนำจากการฝึกซ้อมปฏิบัตินี้ได้ถูกส่งต่อไปยังหน่วยปฏิบัติงานของแต่ละพื้นที่และส่วนกลางเพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องของแผนงานและความสามารถของบุคลากร

การประชุมผู้รับเหมาด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม 

ปตท.สผ. จัดงานประชุมสัมมนาด้านความปลอดภัยฯ PTTEP 2018 SSHE Contractor Forum เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2561 ณ.ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมแกรนด์ไฮแอ็ต เอราวัณ กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “SSHE Leadership in All Level to achieve Target Zero and Sustainability” ซึ่งมีบริษัทผู้รับเหมาและผู้เกี่ยวข้องของ ปตท.สผ. มาร่วมงาน โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการร่วมกันแสดงความมุ่งมั่นในการพัฒนาปะสิทธิภาพด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมร่วมกันเพื่อมุ่งสู่ความเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุอย่างยั่งยืน

คุณพงศธร ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ สำรวจและผลิตปิโตรเลียม ประธานการจัดงานได้เน้นย้ำในพิธีเปิดงานดังกล่าวให้บริษัทผู้รับเหมาร่วมกันทำการพัฒนาวัฒนธรรมความปลอดภัยฯ ในองค์กร โดยการแสดงความมุ่งมั่นจากผู้บริหารของทุกบริษัทในทุกระดับเพื่อยกระดับวัฒนธรรมความปลอดภัยฯ จากระดับ “Proactive” ในปัจจุบัน ไปสู่ระดับ “Generative” ซึ่งจะช่วยผลักดันให้บรรลุเป้าหมายสูงสุดในการเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการทำงานอีกต่อไป และนอกจากด้าน SSHE ในปีนี้ บริษัทยังได้นำเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนมานำเสนอในงานนี้ด้วย โดยเน้นย้ำในด้านความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) ในการบริหารงานห่วงโซ่อุปาทานทั้งหมดให้เป็นไปตามมาตรฐานการจัดการด้าน SSHE ด้านบริหารงานห่วงโซ่อุปาทาน นโยบายด้านแรงงาน การต่อต้านการให้สินบนและการคอร์รัปชั่นต่างๆ ทั้งนี้ภายในงานยังมีการมอบรางวัลแก่บริษัทผู้รับเหมาที่มีการปรับปรุงพัฒนาและมีประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยฯ ที่เป็นเลิศอย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมาด้วย

นอกจากนี้ ดร.สราวุธ แก้วตาทิพย์ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ได้ให้เกียรติในการขึ้นเสวนาในเรื่องการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างด้านปิโตรเลียมในปะเทศไทยเพื่อให้ทราบถึงกระบวนการของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ รวมทั้งได้รับเกียรติจากคุณนัท วาณิชยางกูล Managing Partner for ASEAN Corporates in Environment Resources Management จากบริษัท อีอาร์เอ็ม-สยาม จำกัด (ERM) ร่วมเสวนาในเรื่องความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคมและการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG) ในการบริหารงานห่วงโซ่อุปาทาน เพื่อให้ผู้ร่วมงานมีความเข้าใจและนำไปปฏิบัติให้สอดคล้องกับแนวทางของบริษัทต่อไป

ทั้งนี้ ในช่วงบ่ายของการจัดงานยังมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการอีก 2 ช่วงด้วยกัน โดยเริ่มจากการนำเสนอของบริษัทเชลล์ในเรื่องการพัฒนาด้านความปลอดภัย ซึ่งเน้นเนื้อหาด้านความเป็นผู้นำด้านความปลอดภัยของบุคลากรพร้อมทั้งจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อปลูกฝังในเรื่องดังกล่าว และในช่วงต่อมาได้จัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องความร่วมมือเพื่อความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคมและการกำกับดูแลกิจการที่ดีในการบริหารงานห่วงโซ่อุปาทานของ ปตท.สผ. ซึ่งมีการนำผลจากการประชุมเชิงปฏิบัติการนี้ไปดำเนินการติดตามให้เกิดการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อประสิทธิภาพในการจัดการด้านความปลอดภัยฯ และความยั่งยืนต่อไป


การพัฒนาวัฒนธรรมความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม

การพัฒนาวัฒนธรรมความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจ เป็นปัจจัยที่สำคัญในการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยฯ ปตท.สผ. ริเริ่มโครงการพัฒนาวัฒนธรรมความปลอดภัยฯ ขององค์กรตั้งแต่ปี 2554 โดยอ้างอิงตามรูปแบบวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยฯ ขององค์กรผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซนานาชาติ (IOGP) ซึ่งแบ่งระดับวัฒนธรรมความปลอดภัยฯ ออกเป็น 5 ระดับ คือ Pathological (1), Reactive (2), Calculative (3), Proactive (4) และ Generative (5) โดยจากผลจากการสำรวจระดับวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยขององค์กรในปี 2554 ปตท.สผ. อยู่ในระดับ 3.11 (ระดับ Calculative) การพัฒนาวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยฯ ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามปรากฏในผลสำรวจในผลสำรวจระดับวัฒนธรรมความปลอดภัยขององค์กรในปี 2557 ที่ปรับสูงขึ้นมาที่ระดับ 3.71 ในปี 2557 และล่าสุดในปี 2560 อยู่ในระดับ 4.16 หรือระดับ Proactive ทั้งนี้ การพัฒนาวัฒนธรรมความปลอดภัยฯ ขององค์กรมีส่วนช่วยให้อุบัติเหตุต่างๆ ลดลงและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยฯ ขององค์กรให้ดียิ่งขึ้น ปตท.สผ. ยังคงมุ่งส่งเสริมการพัฒนาวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยขององค์กรอย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนของ ปตท.สผ. และผู้รับเหมา เพื่อมุ่งสู่ระดับสูงสุด (Generative) และเป้าหมายในการเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุต่อไป

ความปลอดภัยในกระบวนการผลิต

ปตท.สผ. มีพันธกิจในการนำก๊าซและน้ำมันจากใต้ดินมาเป็นพลังงานเพื่อสนองความต้องการใช้พลังงานในประเทศ และในกระบวนการผลิต หากมีการรั่วไหลของก๊าซและน้ำมันเหล่านี้ อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงต่อชีวิต สิ่งแวดล้อม และทรัพย์สินได้ ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงผนวกระบบการจัดการความปลอดภัยในกระบวนการผลิต (Process Safety) เข้าในระบบการทำงานต่างๆ เพื่อป้องกันและจัดการกับอุบัติเหตุร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยแนวคิดของระบบการจัดการความปลอดภัยในกระบวนการผลิตนั้นตั้งอยู่บน 4 หลักการดังนี้

  • มุ่งมั่นและจริงจังในการจัดการความปลอดภัยในกระบวนการผลิต
  • ทำความเข้าใจถึงอันตรายและความเสี่ยงในกระบวนการผลิต
  • บริหารอันตรายเหล่านั้นให้ความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้อย่างสมเหตุสมผล
  • เรียนรู้และปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา

กระบวนการเหล่านี้ได้ถูกนำมาใช้งานโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าอุปกรณ์การผลิตและหลุมเจาะมีความมั่นคงปลอดภัยในทุกด้าน ได้แก่

  • ด้านการออกแบบและก่อสร้าง โดยทำการวิเคราะห์หาอันตราย รวมถึงจัดให้มีมาตรการควบคุมที่เหมาะสมและตามมาตรฐานการออกแบบสากล
  • ด้านการตรวจสอบบำรุงรักษา โดยจัดให้มีการตรวจซ่อมบำรุงอุปกรณ์การผลิตให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
  • ด้านการปฏิบัติการ โดยมีการปฏิบัติตามคู่มือการผลิต และควบคุมการผลิตให้อยู่ในขอบเขตความสามารถของอุปกรณ์การผลิต
  • ด้านหลุมเจาะ โดยจัดให้มีการดำเนินการทั้งด้านการออกแบบ ก่อสร้าง ซ่อมบำรุง และปฏิบัติการที่เหมาะสม

ซึ่งเพื่อผ่านกระบวนการเหล่านี้นั้น ทางบริษัทได้ทำการระบุเกราะป้องกันหลายชั้นในการป้องกันและบริหารอันตรายประเภทต่างๆ

ในปี 2560 ปตท.สผ. ได้มีการดำเนินงานเพื่อปรับปรุงผลด้านความปลอดภัยในกระบวนการผลิตผ่านโครงการที่หลากหลาย ได้แก่

  • จัดให้มีระบบป้องกันอันตรายร้ายแรง (Major Accident Event Prevention Tool) เพื่อเฝ้าติดตามสถานะของเกราะป้องกันภัยว่ายังสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและแจ้งเตือนให้บุคลาการที่เกี่ยวข้องได้รับรู้
  • การรายงานและสื่อสารตัวชีวัดผลงานด้านความปลอดภัยในกระบวนการผลิตให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องทุกระดับ เพื่อให้มีความตระหนักและสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที
  • จัดให้มีระบบช่วยการบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ (e-Management of Change) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพของการบริหารจัดการ
  • จัดทำบทเรียนจากอุบัติเหตุร้ายแรงในอดีตเพื่อส่งเสริมการตระหนักและเรียนรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยในกระบวนการผลิต
  • จัดให้มีการอบรมอย่างสม่ำเสมอทั้งพนักงานและผู้รับเหมา

นอกจากนี้ ในปี 2560 ไม่พบการรั่วไหลจากกระบวนการผลิต (Loss of Primary Containment) ในระดับ 1 และระดับ 2 ตามข้อกำหนดการรายงานจาก API (American Petroleum Institute) Recommended Practice 754 “Process Safety Indicators for the Refining and Petrochemical Industries” ซึ่งเป็นตัวชี้วัดที่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียม

หลักอาชีวอนามัย

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการเป็นองค์กรที่พนักงานมีสุขภาพดีทั้งใจและกาย ทีมแพทย์และอาชีวอนามัยของบริษัทได้ดำเนินการรวบรวมผลตรวจสุขภาพประจำปีของพนักงานบริษัทไว้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเป็นฐานข้อมูลทางสุขภาพในการวิเคราะห์และประเมินปัญหาทางด้านสุขภาพของพนักงาน โดยพนักงานสามารถตรวจสอบและเข้าถึงข้อมูลได้ด้วยตนเองผ่านทางระบบอินทราเน็ต ของบริษัท ฐานข้อมูลสุขภาพดังกล่าวถือเป็นข้อมูลหลักในการวางแผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพให้เหมาะสมกับพนักงานทั้งรายบุคคลและในภาพรวมของบริษัท นอกจากนี้ทางทีมแพทย์และอาชีวอนามัยของบริษัทยังได้มีการดำเนินการประเมินผลความเสี่ยงด้านสุขภาพจากการทำงาน ซึ่งผลการประเมินจะช่วยในการวางแผนและปรับปรุงโปรแกรมการตรวจสุขภาพให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับงานที่พนักงานได้รับมอบหมาย เป็นการวางแผนการป้องกันดูแลปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต บริษัทยังได้มีการให้แนวทางการจัดการประเมินความเสี่ยงทางด้านสุขภาพแก่บริษัทผู้รับเหมาเพื่อใช้การประเมินความเสี่ยงในการทำงานที่อยู่ในมาตรฐานเดียวกันกับบริษัท อันเป็นการยกระดับการดูแลสุขภาพของพนักงานและผู้รับเหมาให้มีสุขภาพดีไปพร้อมกัน

การจัดการสิ่งแวดล้อมใน ปตท.สผ.

ปตท.สผ. มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยปฏิบัติตามนโยบายด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (SSHE) ซึ่งได้ผนวกรวมความมุ่งมั่นในการปกป้องสิ่งแวดล้อมด้วย รวมถึงการกำหนดให้บุคลากรของบริษัท ผู้ร่วมทุน และผู้รับเหมาที่ทำงานในนามของบริษัทปฏิบัติตามนโยบายนี้ ซึ่งบริษัทได้นำระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมซึ่งสอดคล้องตามมาตรฐานสากล ISO 14001 มาประยุกต์ใช้ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามระบบการจัดการด้าน SSHE ของบริษัท

บริษัทยึดถือปฏิบัติตามแผนงานด้านเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Practices Roadmap) ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนที่สนับสนุนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมให้บรรลุเป้าหมายเท่ากับศูนย์ (Target Zero) ประกอบด้วยแผนการดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของบริษัทด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และรอยเท้านิเวศ (Ecological footprint) รวมถึงเสริมสร้างคุณค่าให้กับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปด้วย

บริษัทปรับปรุงการปฏิบัติตามระบบการจัดการด้าน SSHE อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นที่การจัดการประเด็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันอาจเกิดจากกิจกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักของบริษัท รวมถึงกิจกรรมการลำเลียงขนส่งผลิตภัณฑ์ การจัดการของเสีย และการจัดการด้านโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน โดยกำหนดให้ต้องทำการศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับทุกโครงการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และโครงการรื้อถอนในอนาคตอีกด้วย ทั้งนี้ บริษัทได้นำเสนอรายงานสรุปการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม รายงานการศึกษาผลกระทบสังคม พร้อมทั้งกรณีศึกษาต่างๆ ไว้ในหัวข้อการบริหารโครงการ (Capital Project Management) โดยที่การบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียถือเป็นกระบวนการสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จของธุรกิจ ซึ่งการบริหารจัดการที่เหมาะสมนั้นต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย และการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถดำเนินการตามกระบวนการของบริษัทหรือผ่านกระบวนการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้ นอกจากนั้น บริษัทได้ให้ความสำคัญต่อการควบรวมและการเข้าซื้อกิจการซึ่งกำหนดให้มีการประเมินผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมตามข้อกำหนดด้าน SSHE ที่ระบุในมาตรฐานเรื่อง SSHE Due diligence

บริษัทได้รับการรับรองการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ISO 14001 ครอบคลุมทุกหน่วยปฏิบัติการในประเทศ และพีทีทีอีพี ออสตราเลเซีย (โครงการมอนทารา ในฐานปฏิบัติการที่เมืองดาร์วินและสำนักงานที่เมืองเพิร์ธ) รวมทั้ง ปตท.สผ. ยังให้ความสำคัญในการขยายการรับรองมาตรฐาน ISO 14001 ไปยังโครงการทั้งในประเทศและต่างประเทศในอนาคต

นอกจากนั้น บริษัทยังมุ่งมั่นที่จะให้มีการรายงานผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมให้ครอบคลุมทุกกิจกรรมการดำเนินการ โดยสอดคล้องกับ Sustainability Reporting Guideline (G4) of the Global Reporting Initiative (GRI G4) และ Oil and Gas Sector Disclosure (OGSD) ซึ่งการรายงานผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมคลอบคลุมถึงการใช้พลังงาน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศ การใช้น้ำธรรมชาติ การปล่อยน้ำทิ้ง การหกรั่วไหล ความหลากหลายทางชีวภาพและการบริการทางระบบนิเวศ การกำจัดน้ำจากกระบวนการผลิต และการกำจัดของเสียจากกิจกรรมการเจาะในระยะผลิตปิโตรเลียมของทุกโครงการที่อยู่ภายใต้การควบคุมการดำเนินการของบริษัท

เพื่อเป็นการปรับปรุงผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง บริษัทได้พัฒนา ทบทวน และปรับปรุงวิธีการรวบรวมข้อมูลและฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลที่เริ่มมีการรายงานตั้งแต่ปี 2553 ได้มีการตรวจสอบให้ความเชื่อมั่นโดยหน่วยงานภายนอก รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะผ่านรายงานความยั่งยืนประจำปีของ ปตท.สผ. อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทมีการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของบริษัทกับ International Association of Oil and Gas Producer (IOGP) และหน่วยงานอื่นๆ อีกด้วย