Menu

นวัตกรรมและการจัดการองค์ความรู้

ความสำคัญและความมุ่งมั่น

เพื่อบรรลุเป้าหมายในการเป็นองค์กรแห่งความยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายในการดำเนินธุรกิจ และแนวโน้มในการเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy Transition) ที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจพลังงานในอนาคต ปตท.สผ. จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมทั้งการจัดการองค์ความรู้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และทำให้องค์กรมีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

เป้าหมายสำคัญ

  1. พัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในการผลิตปิโตรเลียม การติดตามและศึกษาเกี่ยวกับเทคโนโลยีพลังงานรูปแบบใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน
  2. พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนความยั่งยืนขององค์กรในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การปรับใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลเพื่อทุกชีวิต
  3. มีระบบการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาที่มีประสิทธิภาพ และมีการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาจากผลงานการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องทุกปี
  4. เผยแพร่ผลงานการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีในการประชุมทางวิชาการและวารสารในระดับนานาชาติ
  5. และได้รับรางวัลด้านนวัตกรรมจากผลงานจากการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในองค์กรอย่างต่อเนื่องทุกปี
  6. การเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการพัฒนาเทคโนโลยี โดยตั้งเป้าหมายในการดำเนินการก่อสร้างศูนย์วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ปตท.สผ. (PTTEP Technology and Innovation Centre – PTIC) ให้แล้วเสร็จภายในปี 2564
การจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยีclose | open

การพัฒนาเทคโนโลยีของ ปตท.สผ.

ปตท.สผ. ดำเนินการวิจัย พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทในการบรรลุเป้าหมายตามกรอบแนวคิดและกลยุทธด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ อาทิเช่น บริษัทในกลุ่มปตท. หน่วยงานภาครัฐ บริษัทเอกชน สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัย เป็นต้น โดย ปตท.สผ. มีวัตถุประสงค์ 3 ด้านในการพัฒนาเทคโนโลยี ได้แก่

  1. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม
  2. เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
  3. เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

โดยมีรายละเอียดของการพัฒนาเทคโนโลยีทั้ง 3 ด้านดังนี้

1. เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม

ปตท.สผ. มีการพัฒนาและนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตปิโตรเลียม โดยสามารถแบ่งเทคโนโลยีออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

  • เทคโนโลยีสำหรับการกำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการในก๊าซธรรมชาติเหลว (Condensate Treatment Technology) คือการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการแยกสิ่งที่ไม่ต้องการออกจากก๊าซธรรมชาติเหลวเพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์มีองค์ประกอบเป็นไปตามข้อกำหนดในการซื้อขายกับคู่ค้า โดยมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนของกระบวนการแยกสิ่งที่ไม่ต้องการ โดยมีตัวอย่างของเทคโนโลยีที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและทดสอบ อาทิเช่น การพัฒนาสารเร่งการแยกอนุภาคในชั้นน้ำที่ปนกับน้ำมัน (Demulsifier) การพัฒนาวัสดุดูดซับ (Adsorbent) และการพัฒนาอุปกรณ์การกรอง (Filter) เป็นต้น
  • เทคโนโลยีสำหรับการรื้อถอนท่อส่งปิโตรเลียมใต้ทะเล (Subsea Pipeline Decommissioning Technology) คือ การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนกิจกรรมการรื้อถอนท่อส่งปิโตรเลียมใต้ทะเลที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ได้แก่ การพัฒนาสารเคมีสำหรับการกำจัดสารปนเปื้อนภายในท่อส่งปิโตรเลียม การพัฒนาอุปกรณ์เก็บตัวอย่างของท่อส่งปิโตรเลียมเพื่อนำมาตรวจสอบปริมาณสารตกค้าง และการพัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์ปริมาณสารตกค้างแบบพกพาเพื่อใช้ในการวิเคราะห์ผลได้ที่แท่นผลิตโดยไม่ต้องส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการบนฝั่ง ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยให้เกิดความปลอดภัยในการดำเนินการรื้อถอนท่อส่งปิโตรเลียม และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
  • เทคโนโลยีสำหรับการแยกก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากก๊าซธรรมชาติ (CO2 Removal Technology) คือ การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแยกก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และลดการสูญเสียก๊าซที่สามารถขายได้ อาทิเช่น การพัฒนาเทคโนโลยีเมมเบรนสำหรับแยกก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ การพัฒนาปล่องเผาทิ้งที่ใช้ค่าความร้อนต่ำซึ่งช่วยลดการสูญเสียก๊าซธรรมชาติที่ใช้ในการเผาไหม้ การพัฒนาวัสดุดูดซับจากวัสดุโครงข่ายโลหะ (Metal-Organic Framework Adsorbent) เป็นต้น
  • เทคโนโลยีสำหรับการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน (Operational Improvement Technology) คือ การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการดำเนินงานในกิจกรรมการผลิตปิโตรเลียม อาทิเช่น การพัฒนาหุ่นยนต์อัตโนมัติเพื่อใช้สำหรับการทำงานแทนมนุษย์ในการควบคุมการผลิตและตรวจจับความผิดปกติของอุปกรณ์บนแท่นผลิตปิโตรเลียม การพัฒนาสารเคมีสำหรับแยกน้ำและน้ำมันดิบ การพัฒนาอุปกรณ์ตรวจสอบท่อส่งปิโตรเลียมให้สามารถตรวจวัดได้อย่างถูกต้องและแม่นยำมากขึ้น เป็นต้น

2. เทคโนโลยีเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของ ปตท.สผ. มีจุดประสงค์สอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของ ปตท.สผ. 3 ด้าน ได้แก่

  • การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Reduction) ปตท.สผ. ได้มีการกำหนดเป้าหมายการลดความเข้มของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 จากปีฐาน 2555 ภายในปี 2573 จึงมีการดำเนินการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว อาทิเช่น การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีในการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และนำไปใช้ประโยชน์ (Carbon Capture and Utilization - CCU) โดยในปี 2564 บริษัทอยู่ระหว่างการทดสอบต้นแบบของหน่วยผลิตท่อนาโนคาร์บอนจากก๊าซเผาทิ้งในแหล่งผลิตเอส 1 และมีการศึกษาด้านวิศวกรรมเพื่อออกแบบหน่วยผลิตที่มีกำลังการผลิตสูงขึ้น นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการทดสอบขั้นต้นแบบในการเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นโพรพิลีนคาร์บอเนต อีกด้วย
  • การปรับใช้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนสำหรับธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (Circular Model for E&P) โดยมีการดำเนินการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี อาทิเช่น โครงการเปลี่ยนทรายจากกระบวนการผลิตปิโตรเลียม ให้เป็นซีโอไลต์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าและสามารถนำไปใช้ได้หลากหลายในอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการช่วยลดปริมาณของเสียที่ได้จากการผลิตปิโตรเลียมที่มีการกำจัดด้วยวิธีฝังกลบ นอกจากนี้ยังมีการวิจัยและพัฒนาการนำหินและดินจากขั้นตอนการขุดเจาะหลุมผลิตในแหล่งปิโตรเลียมบนฝั่งมาใช้ผลิตเป็นวัสดุก่อสร้างและใช้ในการทำถนน
  • การอนุรักษ์ทะเลเพื่อทุกชีวิต (Ocean for Life) เพื่อเป็นการสนับสนุนเป้าหมายในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศทางทะเลของ ปตท.สผ. บริษัทได้มีการวิจัยและพัฒนาทุ่นสมุทรศาสตร์ โดยเป็นการพัฒนาทุ่นสำหรับตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเล ขับเคลื่อนโดยใช้พลังงานหมุนเวียน และสามารถส่งข้อมูล และจัดเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการศึกษาและวิจัยเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางทะเลให้เหมาะสมเพื่อเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในท้องทะเล และมีการวิจัยและพัฒนาเซนเซอร์ตรวจวัดค่าไมโครพลาสติกซึ่งเป็นปัญหามลภาวะทางทะเลที่มีความสำคัญในปัจจุบัน โดยเซนเซอร์ที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปใช้ในการวัดค่าไมโครพลาสติกได้ที่หน้างานโดยไม่ต้องส่งตัวอย่างไปวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการ ซึ่งเป็นการช่วยลดระยะเวลาและเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ปฏิบัติงาน

3. เทคโนโลยีเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานหรือการเปลี่ยนจากการใช้พลังงานฟอสซิลมาเป็นพลังงานหมุนเวียนหรือพลังงานทางเลือกที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีผลโดยตรงกับการดำเนินธุรกิจของ ปตท.สผ. สำหรับด้านการพัฒนาเทคโนโลยี ปตท.สผ. มีการเตรียมความพร้อมเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัทเพื่อให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยมีการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีในการผลิตพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานจากคลื่นทะเล และพลังงานรูปแบบใหม่ เป็นต้น และมีการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีในการแยกและนำก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาผลิตเป็นพลังงานในรูปแบบอื่น เช่น ไฮโดรเจน และ เมทานอล เป็นต้น

การบริหารจัดการการพัฒนาเทคโนโลยี

ปตท.สผ. มีหน่วยงานบริหารเทคโนโลยีซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลการบริหารจัดการการพัฒนาเทคโนโลยีของบริษัทโดยเฉพาะ โดยมีกระบวนการพัฒนาเทคโนโลยีเป็นกรอบในการบริหารจัดการการพัฒนาเทคโนโลยีให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยกระบวนการดังกล่าวมีการแบ่งการดำเนินงานของโครงการพัฒนาเทคโนโลยีออกเป็น 5 ขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาเบื้องต้น (Preliminary Study) การทดลองในห้องปฏิบัติการ (Lab Testing) การพัฒนาต้นแบบ (Prototype) การทดสอบใช้งาน (Pilot) และการนำไปใช้งานจริงหรือการใช้เชิงพาณิชย์ (Deployment) โดยกระบวนการพัฒนาเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยในการคัดเลือกและอนุมัติโครงการ ตลอดจนให้การสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีให้ประสบความสำเร็จจนสามารถนำไปใช้งานจริงได้อย่างเป็นระบบ ภายใต้การกำกับดูแลและให้คำแนะนำการบริหารโครงการให้สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทจากคณะกรรมการพัฒนาเทคโนโลยี (Technology Development Committee)


ข้อมูลด้านงบประมาณเพื่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี จำนวนโครงการที่ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาในแต่ละขั้นตอน การยื่นจดทรัพย์สินทางปัญญา การนำเสนอและตีพิมพ์ผลงานทางวิชาการ และรางวัลด้านนวัตกรรมที่ได้รับ สามารถดูได้จาก ข้อมูลผลการดำเนินงานด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี

ศูนย์วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ปตท.สผ. (PTTEP Technology and Innovation Center - PTIC)

ปตท.สผ. ได้จัดตั้งศูนย์วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ปตท.สผ. หรือ PTIC (PTTEP Technology and Innovation Center) ขึ้นบนพื้นที่กว่า 44 ไร่ ในเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation - EECi) ณ วังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยอง ซึ่งในพื้นที่ของ PTIC ในปัจจุบันประกอบไปด้วยอาคารทดสอบเทคโนโลยีต้นแบบ สนามทดสอบอากาศยานไร้คนขับ รวมทั้งเครื่องมืออุปกรณ์และห้องปฏิบัติการที่มีความพร้อมสำหรับการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดย PTIC จะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันและเร่งรัดความสำเร็จของการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปสู่การนำไปใช้งานจริง ซึ่งจะช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้กับ ปตท.สผ. นอกจากการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของ ปตท.สผ. แล้ว PTIC ยังมีอีกหนึ่งบทบาทสำคัญในการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีของประเทศ โดยเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ของนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญและสร้างเครือข่ายการวิจัยซึ่งจะช่วยต่อยอดและผลักดันการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน

การจัดการองค์ความรู้close | open

ปตท.สผ. มุ่งเน้นการบริหารองค์ความรู้ใน 3 มิติ คือ สร้าง (Create) แลกเปลี่ยน (Share) และ ประยุกต์ใช้องค์ความรู้ (Apply)



บริษัทส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ความเข้าใจในแนวทางและการบริหารองค์ความรู้ให้ถูกต้องและสัมฤทธิ์ผล โดยคาดหวังให้พนักงานนำความรู้ที่เกิดขึ้นจากการทำงานมาแลกเปลี่ยน เรียนรู้และนำมาปรับใช้ในการทำงานทุกครั้ง เพื่อลดความผิดพลาด เพิ่มขีดความสามารถในการแก้ปัญหา ตลอดจนสามารถจัดทำมาตรฐานการทำงานใหม่ ๆ และต่อยอดองค์ความรู้ให้เกิดเป็นนวัตกรรมได้



บริษัทมีการวางแผน กำหนดมาตรฐาน และตั้งเป้าหมายการบริหารองค์ความรู้ให้ ปตท.สผ. เป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมที่มีสมรรถนะสูง และมีความสอดคล้องกับการบริหารองค์ความรู้ของบริษัทในกลุ่ม ปตท. โดยมีการประเมินการบริหารองค์ความรู้ ที่เทียบเคียงได้กับมาตรฐานในระดับสากลเป็นประจำ เพื่อให้ทราบถึงสถานภาพการบริหารองค์ความรู้ และสามารถกำหนดมาตรการเพื่อให้การบริหารองค์ความรู้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานของพนักงานทั้งองค์กร และมีการนำไปต่อยอดจนเกิดนวัตกรรมได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยบริษัทมีกลยุทธ์ในการบริหารองค์ความรู้ที่เน้นใน 3 ด้านคือ

  1. บริหารองค์ความรู้ให้สอดคล้องกับกลยุทธ์บริษัทเพื่อสร้างมูลค่าทางธุรกิจ รวมถึงนำการนำองค์ความรู้ไปต่อยอดจนเกิดธุรกิจใหม่
  2. ส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และนวัตกรรม
  3. เสริมสร้างให้พนักงานมีศักยภาพและเป็นผู้เชี่ยวชาญจนเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศและนานาชาติ

ปตท.สผ. มีการจัดกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนกระบวนการบริหารองค์ความรู้ โดยมุ่งเน้นให้ผู้บริหารระดับสูงมีการสื่อสารวิสัยทัศน์ในเรื่องการบริหารองค์ความรู้และเป็นต้นแบบในการดำเนินงาน มีการพัฒนาระบบการบริหารองค์ความรู้ที่เป็นมาตรฐาน มีการเชิญวิทยากรทั้งภายในและภายนอกมาให้ความรู้กับพนักงาน รวมถึงมีการจัดตั้งกลุ่มชุมชนนักปฏิบัติ (Community Of Practice) เพื่อให้พนักงานได้แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ที่ได้จากการทำงาน และนำความรู้ที่ได้ไปจัดเก็บในฐานข้อมูลการบริหารองค์ความรู้ (KM Portal)

นอกจากนี้ ปตท.สผ. มีแผนดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านองค์ความรู้ให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้

1. การพัฒนาศักยภาพผู้บริหารและพนักงาน

บริษัทมีแผนงานในการพัฒนาศักยภาพของผู้บริหารและพนักงาน ด้วยหลักสูตร Charting a new KM Path for PTTEP Success เพื่อสร้างความเข้าใจและกระตุ้นการดำเนินการด้านการบริหารองค์ความรู้ในหน่วยงาน รวมถึงมีการจัดทำ e-learning เพื่อให้พนักงานตระหนักเห็นความสำคัญ และมีความรู้ความเข้าใจในการบริหารจัดการองค์ความรู้มากขึ้น

2. การกำหนดแผนที่องค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการดำเนินการธุรกิจในปัจจุบันและอนาคต

บริษัทมีการบ่งชี้องค์ความรู้ที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคตเพื่อให้มีการบริหารจัดการองค์ความรู้ที่เป็นระบบ มีการจัดเก็บองค์ความรู้ที่ตรงตามความต้องการของบริษัท รวมถึงแสวงหาองค์ความรู้ใหม่ที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจและรองรับการเติบโตในอนาคต

3. การจัดทำศูนย์รวบรวมผู้เชี่ยวชาญ

บริษัทมีการระบุผู้เชี่ยวชาญตามองค์ความรู้ที่ระบุไว้ และจัดตั้งศูนย์รวบรวมผู้เชี่ยวชาญเพื่อเป็นศูนย์กลางให้พนักงานค้นหาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อติดต่อขอคำปรึกษา และคำแนะนำได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

4. กระบวนการจัดเก็บองค์ความรู้จากโครงการต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญและผู้เกษียณอายุ

บริษัทมีการจัดทำ Lessons Learned หลังจบโครงการต่าง ๆ เพื่อถอดบทเรียนในการทำงาน เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานใช้เป็นมาตรฐานในการปฏิบัติที่เหมือนกันและลดข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในระหว่างการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

บริษัทมีการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศที่เชื่อมต่อระบบต่าง ๆ ในบริษัท เพื่อให้พนักงานสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ขององค์กรได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้นในโครงการ One System One Goal

6. การส่งเสริมวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้รางวัล

บริษัทมีการจัดโครงการเพื่อชื่นชมพนักงานรายบุคคลหรือกลุ่มพนักงานที่มีพฤติกรรมสอดคล้องกับสิ่งที่บริษัทมุ่งเน้นในการบริหารองค์ความรู้ใน 3 มิติ นั่นคือ สร้าง แลกเปลี่ยน และประยุกต์ใช้องค์ความรู้ โดยปีนี้มีพนักงาน 12 คนที่ได้รับรางวัล KM Award แบ่งออกเป็น Best Expert ทั้งหมด 2 คน Best Contributor ทั้งหมด 7 คน และ Best Learner ทั้งหมด 3 คน

นอกจากนี้บริษัทยังได้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้พนักงานส่งและนำเสนอผลงานทางวิชาการในงาน Technical Forum ครั้งที่ 25 และ Business Forum ครั้งที่ 3 โดยมีจำนวนผลงานที่ส่งทั้งสิ้น 157 ผลงานและมีการนำเสนอผลงานในงาน KM Week เป็นประจำทุกปี

7. การสื่อสารทั่วทั้งองค์กร

บริษัทมีแผนในการสื่อสารภายในทั่วทั้งองค์กรตลอดปีเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการบริหารองค์ความรู้ขององค์กรและให้ความรู้ในเครื่องมือบริหารจัดการองค์ความรู้ต่าง ๆ เพื่อให้พนักงานสามารถนำเครื่องมือไปใช้ในการปฏิบัติงานในชีวิตประจำวันได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

บริษัทมีกระบวนการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ภายใต้กฎกติกาสากล ของ American Productivity & Quality Center (APQC) และได้รับผลการประเมินระดับการบริหารจัดการองค์ความรู้เทียบเท่ามาตรฐานสากลในระดับ 4 ในปี 2564 (ระดับสูงสุดคือระดับ 5) และมีการใช้ผลการประเมินในการพัฒนาการบริหารองค์ความรู้เพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์และพันธกิจให้องค์กรบรรลุเป้าหมายและเติบโตได้อย่างยั่งยืนสืบต่อไป นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังได้รับรางวัลสุดยอดองค์กรด้านนวัตกรรมและองค์ความรู้ (Thailand Most Innovative Knowledge Enterprise) หรือ Thailand MIKE Award ประจำปี 2564 ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดในระดับความเป็นเลิศเทียบเท่าสากล (Gold Level) ที่มอบให้แก่องค์กรชั้นนำในประเทศไทยที่มีการบริหารจัดการนวัตกรรมและองค์ความรู้ยอดเยี่ยมระดับโลก และยังได้รับรางวัล MIKE Award ในระดับ Global อีกด้วย