Menu

การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

วิสัยทัศน์

"Energy Partner of Choice" through Competitive Performance and Innovation for Long-term Value Creation

พันธกิจ

ปตท.สผ. มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจทั่วโลกเพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

ค่านิยมองค์กร





แนวทางการบริหารจัดการ

กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ (Execute and Expand)

ปตท.สผ. ดำเนินธุรกิจตาม "กลยุทธ์การดำเนินการ (EXECUTE) และกลยุทธ์การขยายธุรกิจ (EXPAND) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน และรองรับความท้าทายของธุรกิจพลังงานในอนาคต


Execute Expand
สร้างมูลค่าเพิ่มจากโครงการในปัจจุบัน โดยเน้นการเพิ่มปริมาณการผลิตจากโครงการหลัก รวมถึงผลักดันการพัฒนาโครงการหลักในต่างประเทศให้เริ่มผลิตได้ตามแผนที่วางไว้
มุ่งเน้นการขยายการลงทุนในประเทศไทย ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง (Coming-home)
ควบคุมต้นทุนการผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้โดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
แสวงหาโอกาสทางธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลวแบบครบวงจร
ดำเนินโครงการบงกช โครงการเอราวัณ และโครงการใหม่จากการเข้าซื้อกิจการต่าง ๆ ในช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างมีประสิทธิภาพ
มองหาโอกาสการลงทุนในพื้นที่อื่น ๆ ที่มีศักยภาพร่วมกับผู้ร่วมทุนที่มีความเชี่ยวชาญ (Strategic Alliance:)
 
แสวงหาโอกาสการลงทุนใหม่ตลอดห่วงโซ่คุณค่าของ ปตท.สผ. รวมถึงการลงทุนในสายธุรกิจก๊าซธรรมชาติ เช่น ธุรกิจโรงไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ (Gas to Power) ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา เพื่อต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับแหล่งก๊าซธรรมชาติที่บริษัทมีการดำเนินการอยู่แล้ว และการลงทุนในภาคธุรกิจใหม่ ๆ เช่น เทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ และธุรกิจพลังงานหมุนเวียน เป็นต้น

ความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ

กลยุทธ์การดำเนินการ (Execute)

  • เสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลักของ ปตท.สผ. และสร้างมูลค่าเพิ่มจากโครงการทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้ธุรกิจแข่งขันได้ เช่น การเลื่อนกิจกรรมที่ไม่จำเป็นออกไป การปรับแผนพัฒนาโครงการให้สอดคล้องตามการคาดการณ์ของอุปทานหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ตลอดจนการศึกษาความเหมาะสมในการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและลดต้นทุนในอนาคต
  • ลงนามในสัญญาเงินกู้ในรูปแบบ Project Finance เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายในการพัฒนาโครงการโมซัมบิก แอเรีย 1 สำหรับการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลว 2 สายการผลิตแรกหลังจากที่ได้มีการประกาศการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้ายไปแล้วในปี 2562 เพื่อสนับสนุนการผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวในอนาคต
  • เปลี่ยนผ่านสิทธิการดำเนินโครงการบงกช โครงการเอราวัณ และโครงการใหม่จากการเข้าซื้อกิจการได้ตามแผนงานที่วางไว้ โดยมุ่งเน้นการทำงานและประสานงานกับผู้ถือผลประโยชน์ร่วมทุกราย เพื่อให้มั่นใจว่าการผลิตจากแหล่งต่าง ๆ จะสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง
  • เริ่มเจาะหลุมประเมินผลเพื่อประเมินศักยภาพปิโตรเลียม ในแปลงซาราวัก เอสเค 410 บี ประเทศมาเลเซีย หลังจากที่ได้ทำการเจาะหลุมสำรวจในปีที่ผ่านมาและค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของ ปตท.สผ.
  • ลงนามในสัญญาซื้อขาย (Asset Sale and Purchase Agreement) เพื่อเข้าซื้อสัดส่วนการลงทุนในโครงการแอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ ราเคซ เพิ่มอีกร้อยละ 24.5 จาก CNOOC หนึ่งในผู้ร่วมทุน ด้วยมูลค่าเท่ากับเงินลงทุนตามสัดส่วนของ CNOOC ที่ใช้ในระหว่างการพัฒนาโครงการจนถึงวันที่ได้รับการอนุมัติ ซึ่งขณะนี้กำลังรอการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลแอลจีเรีย โดยหลังจากการเข้าซื้อดังกล่าว ปตท. สผ. จะมีสัดส่วนการลงทุนในโครงการนี้ทั้งหมดร้อยละ 49 (โดยบริษัทน้ำมันแห่งชาติของแอลจีเรีย SONATRACH เป็นผู้ร่วมลงทุนหลักในสัดส่วนร้อยละ 51) ซึ่งคาดว่าจะเริ่มการผลิตในระยะแรกได้ที่ระดับ 10,000-13,000 บาร์เรลต่อวันในช่วงหลังของปี 2564 และจะเพิ่มการผลิตเป็น 50,000-60,000 บาร์เรลต่อวันในปี 2568

กลยุทธ์การขยายธุรกิจ (Expand)

  • ชนะประมูลแปลงสำรวจออฟชอร์ แปลง 3 ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีต้นทุนในการดำเนินการต่ำ โดยดำเนินการร่วมกับบริษัท อีเอ็นไอ
  • ได้ลงนามในสัญญาแบ่งปันผลผลิต (Exploration and Production Sharing Agreement - ESPA) กับกระทรวงน้ำมันและก๊าซแห่งรัฐสุลต่านโอมาน เพื่อรับสิทธิในการดำเนินการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแปลงสำรวจบนบกแปลง 12 ซึ่งเป็นแปลงสำรวจก๊าซธรรมชาติบนบกขนาดใหญ่ราว 10,000 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของประเทศโอมาน และเป็นพื้นที่หลักที่รัฐบาลโอมานมุ่งเน้นการสำรวจ พัฒนา และผลิตก๊าซธรรมชาติ โดยดำเนินการร่วมกับบริษัท โททาล อีแอนด์พี ซึ่งมีประสบการณ์ในประเทศโอมานมาอย่างยาวนาน
  • ประสบความสำเร็จในการค้นพบแหล่งน้ำมันนอกชายฝั่งประเทศเม็กซิโกจากการเจาะหลุมสำรวจ 2 หลุม ในโครงการนอกชายฝั่ง แปลง 29 ประเทศเม็กซิโก ซึ่งตั้งอยู่บริเวณน้ำลึก (Deepwater) โดยทั้ง 2 หลุมค้นพบน้ำมันดิบในปริมาณที่น่าพอใจ ขณะนี้อยู่ระหว่างการวางแผนร่วมกับผู้ร่วมทุนในการประเมินศักยภาพและแผนการพัฒนาปิโตรเลียม เพื่อนำเสนอขออนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศเม็กซิโกต่อไป
  • ขยายธุรกิจ บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด ตามแผนกลยุทธ์ในการขยายการลงทุนในธุรกิจใหม่ โดยได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุน 2 บริษัท ได้แก่
    1. บริษัท เอทีไอ เทคโนโลยีส์ จํากัด ในส่วนของธุรกิจเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) มุ่งเน้นให้บริการด้านการเกษตรแบบครบวงจรผ่านแพลตฟอร์ม (Platform) ที่นําเทคโนโลยี Smart Farming มาวิเคราะห์ข้อมูลด้านการเกษตรเชิงลึกเพื่อเสริมศักยภาพภาคเกษตรกรรมของไทย โดยมีการดำเนินการร่วมกับบริษัท ไทยคม จํากัด (มหาชน) ในการพัฒนาสินค้าและบริการเกี่ยวกับอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อการเกษตร
    2. บริษัท ซีเควสต์ จํากัด เพื่อประกอบธุรกิจการบริการงานวิศวกรรมใต้ทะเล (Subsea IRM) มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ อาทิ หุ่นยนต์ตรวจสอบและซ่อมบํารุงท่อส่งปิโตรเลียมใต้ทะเล โดยได้ร่วมกับบริษัท เมอร์เมด มาริไทม์ จํากัด (มหาชน) ในการให้บริการงานวิศวกรรม

ผลการดำเนินงานธุรกิจ

1) ผลตอบแทนจากการลงทุน

  • ผลตอบแทนจากการใช้เงินลงทุน (ROCE) อยู่ที่ร้อยละ 5.37 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2562 ของธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
  • ต้นทุนต่อหน่วยอยู่ที่ 30.50 ดอลลาร์ สรอ. ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ซึ่งอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันได้กับธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในภูมิภาคเอเชีย

2) ความยั่งยืนของการดำเนินธุรกิจ

  • อัตราการเติบโตของปริมาณการผลิต อยู่ที่ร้อยละ 2 สาเหตุหลักมา จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด 19 และราคาน้ำมันตกต่ำ
  • อัตราส่วนของปริมาณสำรองปิโตรเลียมที่พิสูจน์แล้วต่ออัตราการผลิต (R/P Ratio หรือ 1P/Production) เท่ากับ 7 ปีซึ่งได้ตามเป้าหมายที่ต้องไม่น้อยกว่า 7 ปี ภายในปี 2568
  • การผลิตก๊าซธรรมชาติคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 70 ของปริมาณการผลิตทั้งหมดในปี 2563 โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการผลิตก๊าซธรรมชาติให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80

นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังให้ความสำคัญกับการเปิดเผยสารสนเทศทั้งข้อมูลทางการเงิน ข้อมูลผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน และข้อมูลอื่น ๆ ที่สำคัญของบริษัท โดยยึดหลักการการให้ข้อมูลอย่างถูกต้อง รวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ และเท่าเทียมกัน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและนักลงทุนมีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจการลงทุน โดยมีหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations) เป็นผู้รับผิดชอบการเปิดเผยข้อมูล ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้ที่นี่