Menu

การจัดการด้านการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ

กลยุทธและเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ

การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและธุรกิจของ ปตท.สผ. ในหลายด้าน เช่น การเพิ่มขึ้นของภัยพิบัติทางธรรมชาติที่มีความรุนแรง การเข้มงวดมากขึ้นของนโยบายและกฎหมายข้อบังคับทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ

ปตท.สผ. ดำเนินการเพื่อลดความเสี่ยงและปรับตัวเพื่อรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในแหล่งก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นพลังงานที่สะอาด และแสวงหาวิธีในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและ โดยตั้งเป้าหมายสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Organization) ด้วยการกำหนดเป้าหมายระยะสั้น (Short-term target) ในการลดความเข้มของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงอย่างน้อยร้อยละ 20 ในปี 2563 จากปีฐาน 2555

ปตท.สผ. กำหนดเป้าหมายระยะกลาง (Medium-term target) ในการลดความเข้มของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นร้อยละ 25 ในปี 2573 ครอบคลุมทุกพื้นที่ปฏิบัติการและฐานสนับสนุนการผลิตที่อยู่ภายใต้การควบคุมการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งเป้าหมายนี้สอดคล้องกับแผนการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้ไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส (2 Degree-Celsius Scenario) ที่กำหนดโดย International Energy Agency (IEA)

บริษัทตระหนักว่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกก่อให้เกิดผลกระทบด้านการเงินต่อองค์กร จึงได้ร่วมมือกับบริษัทในกลุ่ม ปตท. เพื่อพัฒนาการกำหนดราคาคาร์บอนภายในองค์กร (internal carbon pricing) ขึ้น เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาการลงทุนของบริษัทโดยเฉพาะในโครงการที่อาจมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก

นอกจากนี้ บริษัทยังเชื่อมั่นในการดำเนินงานอย่างโปร่งใสและได้เปิดเผยผลการดำเนินงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศของบริษัทในรายงานประจำปีและรายงานความยั่งยืน รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลให้กับองค์กร Carbon Disclosure Project (CDP) เป็นประจำทุกปี โดยความใส่ใจในการรายงานผลงานการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศของบริษัทเป็นที่ยอมรับของ CDP ส่งผลให้บริษัทได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มบริษัทผู้นำ (Leadership) ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดเป็นเวลา 4 ปีติดต่อกันตั้งแต่ปี 2557 และในปี 2560 ปตท.สผ. ยังเป็น 1 ใน 4 ของกลุ่มบริษัทผู้นำที่อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนอีกด้วย

ปตท.สผ. ได้ร่วมลงนามสนับสนุนโครงการการรายงานผลการดำเนินงานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศในรายงานหลักขององค์กร (เช่น แบบฟอร์ม 56-1 ในประเทศไทย) ซึ่งถูกจัดทำขึ้นโดย Climate Disclosure Standards Board นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งในการเป็น 1 ใน 49 บริษัทที่สนับสนุนโครงการนี้

ในฐานะที่ ปตท.สผ. เป็นบริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมชั้นนำในเอเชีย จึงมีความตระหนักถึงความสำคัญในการร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีการลงนามรับรองความร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ ตามหลักการของ UN Global Compact’s Guide for Responsible Corporate Engagement in Climate Policyรวมถึงความร่วมมือระหว่าง ปตท.สผ. และองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ยังเป็นอีกโครงการหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทที่จะร่วมมือกับองค์กรอื่นๆ ในการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ

การบริหารจัดการความเสี่ยงทางภูมิอากาศ

ปตท.สผ. ให้ความสำคัญกับการพิจารณาถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ โดยความเสี่ยงที่มีโอกาสกระทบหรือมีผลเปลี่ยนแปลงต่อการดำเนินธุรกิจ รายได้ หรือค่าใช้จ่ายของบริษัท ได้แก่

  • ความเสี่ยงอันเกิดจากความเปลี่ยนแปลงของกฎหมายข้อบังคับ
  • ความเสี่ยงอันเกิดจากความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในด้านกายภาพ
  • ความเปลี่ยนแปลงของตลาดในประเทศที่บริษัทเข้าไปดำเนินการ

จากการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมในการปรับตัวต่อความเสี่ยงทางภูมิอากาศพบว่า ปตท.สผ. ยังไม่มีความเสี่ยงในระยะสั้นนี้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของระยะกลางและระยะยาวนั้นบริษัทมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศในระดับปานกลาง ซึ่งจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังและป้องกันอย่างใกล้ชิดเพื่อลดความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ และ ปตท.สผ. ยังตระหนักถึงความเสี่ยงที่กำลังเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศและมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนโดยการติดตาม ประเมิน และป้องกันความเสี่ยงอย่างใกล้ชิดผ่านระบบ SAP GRC เป็นประจำทุกไตรมาสอีกด้วย