Menu

โครงการจัดทำแนวเขตอนุรักษ์ชายฝั่งทะเลและบ้านปลา

โครงการจัดทำแนวเขตอนุรักษ์ชายฝั่งทะเลและบ้านปลา มุ่งส่งเสริม อนุรักษ์ และเพิ่มปริมาณพันธุ์สัตว์น้ำที่มีความหลากหลายและแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ใน 17 จังหวัดรอบอ่าวไทย เพื่อเสริมสร้างความมั่งคงทางเศรษฐกิจแก่ชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการเริ่มจัดทำแนวเขตอนุรักษ์และสนับสนุนการจัดทำบ้านปลาในโครงการศูนย์การเรียนรู้เพาะฟักลูกปูที่เริ่มขึ้นในปี 2556 โดยในปี 2564 ปตท.สผ. สนับสนุนเครือข่ายชุมชนชาวประมงในพื้นที่ก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้เพาะฟักสัตว์น้ำเศรษฐกิจ จัดทำบ้านปลาจากวัสดุจากธรรมชาติด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและหลบภัยของสัตว์น้ำชายฝั่ง จำนวน 14 แห่ง สร้างแนวเขตอนุรักษ์ชายฝั่งทะเล พื้นที่รวม 7.3 ตารางกิโลเมตร และมีปริมาณการจับปูเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.6 ส่งผลให้ชุมชนชาวประมงมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.4 เมื่อเทียบกับก่อน ปตท.สผ. เข้าดำเนินโครงการ โดยจนถึงปัจจุบันนี้ ปตท.สผ. ได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ฯ แล้วเสร็จ 5 แห่ง ใน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสงขลา ปัตตานี และนครศรีธรรมราช และอยู่ระหว่างการก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้ฯ อีกจำนวน 6 แห่ง ใน 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม และระยอง รวมทั้งสิ้น 11 แห่ง ใน 9 จังหวัดรอบอ่าวไทย โดยมีสมาชิกจากเครือข่ายอนุรักษ์ของศูนย์การเรียนรู้ฯ ที่ร่วมโครงการกว่า 2,443 คน

โดยจากการดำเนินโครงการที่ผ่านมาพบว่า ชุมชนมีแนวเขตอนุรักษ์เพิ่มขึ้น ทำให้ชายฝั่งทะเลหน้าหมู่บ้านมีสัตว์น้ำมาอาศัยอยู่มากขึ้น ทรัพยากรชายฝั่งมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น มีปริมาณสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น ชาวประมงสามารถจับสัตว์น้ำได้มากขึ้น ส่งผลให้ชุมชนตระหนักถึงความสำคัญในการทำประมงอย่างยั่งยืน และเล็งเห็นความสำคัญขอการจัดทำบ้านปลาและการจัดทำแนวเขตอนุรักษ์

รวมถึงการเพาะฟักลูกปูเพื่อเพิ่มปริมาณปู จึงมีการกำหนดกติกาในการทำประมงเชิงอนุรักษ์ ร่วมกัน และมีความร่วมมือร่วมใจในการจัดทำแนวเขตอนุรักษ์และจัดทำบ้านปลา เพราะเล็งเห็นประโยชน์ที่ชุมชนได้รับอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้โครงการยังได้รับความสนใจจากผู้ที่สนใจมาศึกษาดูงานในชุมชนอย่างสม่ำเสมอปีละกว่า 7,000 คน ซึ่งเป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนอย่างยั่งยืนอีกทางหนึ่ง




^ การจัดทำแนวเขตอนุรักษ์ชายฝั่งทะเลและบ้านปลา

ปตท.สผ. ได้ทำการวิเคราะห์ผลตอบแทนทางสังคมของโครงการนี้ โดยนำผลลัพธ์ทางสังคมมาคำนวณมูลค่าเป็นตัวเงิน แล้วเปรียบเทียบกับมูลค่าทางการเงินของต้นทุนที่ใช้ไปในการดำเนินโครงการ เพื่อพิจารณาว่าโครงการสร้างผลลัพธ์ทางสังคมคิดเป็นมูลค่าเท่าไหร่ต่อเงินทุก 1 บาทที่ลงทุนไป ทั้งนี้ ผลตอบแทนทางสังคมของโครงการนี้ เท่ากับ 3.30 : 1