Menu

การสร้างคุณค่าร่วม

การสร้างคุณค่าร่วมคือ รูปแบบการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ที่บริษัทดำเนินการเพื่อความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive advantage) และในขณะเดียวกันพัฒนาชุมชนในพื้นที่ที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ โดยใช้วิธีการทางธุรกิจในการแก้ปัญหาหรือรับมือกับความท้าทาย

ปตท.สผ. ได้ใช้แนวทางการให้ความช่วยเหลือเชิงกลยุทธ์ในลักษณะสร้างคุณค่าร่วมระหว่างธุรกิจและสังคม จึงได้คัดเลือกโครงการเพื่อสังคมที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันและมีศักยภาพที่จะพัฒนาได้ตามแนวทางการสร้างคุณค่าร่วม โดยเน้นการประยุกต์ความถนัดความเชี่ยวชาญ ของ ปตท.สผ. และการใช้โครงข่ายธุรกิจ สนับสนุนการทำงานของชุมชนหรือผู้มีส่วนได้เสียที่เป็น กลุ่มเป้าหมาย 


โครงการพัฒนาศักยภาพแรงงาน

โครงการพัฒนาศักยภาพแรงงาน ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาเป็นผลมาจากการศึกษาข้อมูลความต้องการตลาดแรงงานและการหารือร่วมกับ Skill Training Center  ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา พบว่าขาดแคลนช่างฝีมือด้านช่างเชื่อมและช่างติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ปตท.สผ. จึงได้ร่วมมือกับกระทรวงแรงงานของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาจัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพแรงงานขึ้นในปี 2558 เพื่อพัฒนาแรงงานฝีมือป้อนสู่ธุรกิจและอุตสาหกรรมในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาและต่างประเทศ

โดยในระยะที่ 1 (ปี 2558-2560) ปตท.สผ. ได้ดำเนินการปรับปรุงอาคารและจัดหาอุปกรณ์ รวมถึงจัดฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพแรงงานฝีมือท้องถิ่น โดยได้ดำเนินการจัดอบรมจำนวน 22 ครั้ง มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมจำนวน 613 คน นอกจากการฝึกอบรมแล้ว บริษัทยังได้ให้การสนับสนุนการวัดระดับฝีมือแรงงาน National Skills Standards Authority (NSSA) ในปี 2560 ปตท.สผ. ได้เพิ่มการสนับสนุนการฝึกอบรมช่างไฟฟ้าอีกหนึ่งสาขา

ทั้งนี้ตั้งแต่เริ่มดำเนินการโครงการจนถึงปัจจุบัน บริษัทได้จัดการฝึกอบรมไปแล้วจำนวน 30 ครั้ง สำหรับผู้เข้ารับการฝึกอบรมจำนวน 961 คน ซึ่งได้เข้าวัดระดับฝีมือแรงงาน (NSSA)  แล้วจำนวน 300 คน มีการจ้างงานผู้เข้ารับการฝึกอบรมไปแล้วประมาณ 80%  คน โดยที่ในอนาคตอาจมีการจ้างงานแรงงานฝีมือด้านเทคนิคเหล่านี้มาทำงานให้กับ ปตท.สผ. อีกด้วย


โครงการก๊าซธรรมชาติเพื่อผลผลิตเกษตรชุมชนและสิ่งแวดล้อม

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ร่วมกับกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน และชุมชนตำบลหนองตูม อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ซึ่งอยู่ในพื้นที่ของแหล่งสิริกิติ์ แหล่งน้ำมันดิบบนบกที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ดำเนินโครงการซึ่งนับเป็นต้นแบบของโครงการพัฒนาสังคมที่ช่วยเสริมสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ สนับสนุนให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่นให้ดีขึ้น

โมเดล “หนองตูม” สะท้อนให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขระหว่างผู้ประกอบการด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกับชุมชนในพื้นที่ปฏิบัติการ  โดย ปตท.สผ. นำก๊าซธรรมชาติส่วนเกินที่เหลือจากกระบวนการผลิตน้ำมันดิบ (Associated Gas)  ณ ฐานผลิตหนองตูม-เอ ซึ่งอยู่ห่างจากชุมชนประมาณ  1 กิโลเมตร มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับชุมชน ภายใต้ “โครงการก๊าซธรรมชาติเพื่อผลผลิตเกษตรชุมชนและสิ่งแวดล้อม”  

ปตท.สผ. สนับสนุนก่อสร้างโรงเรือนแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้กับชุมชนตำบลหนองตูม พร้อมกับติดตั้งระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติที่เป็นผลพลอยได้จากกระบวนผลิตของฐานผลิตหนองตูม  เพื่อลำเลียงก๊าซมาจำหน่ายให้กับสหกรณ์แปรรูปกล้วยตำบลหนองตูม จำกัด ในราคาที่ต่ำกว่าราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) ในท้องตลาด ตอบสนองต่อความต้องการของวิสาหกิจของชุมชนตำบลหนองตูม ที่จำเป็นต้องใช้ก๊าซหุงต้มในปริมาณมากเพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตรชุมชนสำหรับจำหน่ายทั้งในประเทศและส่งออก เป็นการช่วยลดต้นทุนในการแปรรูปผลผลิตของชาวบ้านถึงร้อยละ 50 ช่วยแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมแก่ชุมชนและเป็นการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าเกิดประโยชน์สูงสุด และที่สำคัญคือตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนในพื้นที่

การดำเนินโครงการ

ขอบเขตการดำเนินงานของ ปตท.สผ. ประกอบด้วย การวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติระยะทาง 1 กิโลเมตรจากฐานผลิตหนองตูมมายังศูนย์แปรรูปผลผลิตการเกษตรตำบลหนองตูมขนาดพื้นที่ 12 ไร่  สร้างโรงเรือนเพื่อใช้ทอดผลิตภัณฑ์จำนวน 4 โรง สนับสนุนเตาทอดผลิตภัณฑ์จำนวน 240 เตา ติดตั้งระบบสาธารณูปโภค และติดตั้งท่อส่งก๊าซธรรมชาติเพื่อเชื่อมต่อลำเลียงก๊าซมาใช้ในการทอดผลิตภัณฑ์ รวมงบประมาณ 60 ล้านบาท

ทั้งนี้ ฐานผลิตหนองตูม ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองตูม อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย เริ่มการผลิตตั้งแต่ปี 2542 จนถึงปัจจุบัน (เดือนมีนาคม 2562) มีปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสะสมรวม 2,749,006 บาร์เรลและก๊าซธรรมชาติสะสมรวม 11,806 ล้านลูกบาศก์ฟุต โดยมีอัตราการผลิตน้ำมันดิบในปัจจุบันวันละ 238 บาร์เรล และก๊าซธรรมชาติวันละ 1.068 ล้านลูกบาศก์ฟุต นอกจากนี้ โครงการนี้ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก CO2 สู่ชั้นบรรยากาศ ปีละกว่า 5,000 ตัน

แผนภาพแสดงผังการส่งก๊าซธรรมชาติจากฐานผลิตหนองตูม มายังศูนย์แปรรูปผลผลิตการเกษตรตำบลหนองตูม

เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยและความถูกต้องสมบูรณ์ในการตรวจวัดและบันทึกปริมาณก๊าซที่จำหน่ายแก่ชุมชน ปตท.สผ. มีการติดตามตรวจสอบการบันทึกค่าของเครื่องวัดปริมาณก๊าซที่ติดตั้งอยู่ ณ ศูนย์แปรรูปผลผลิตการเกษตรตำบลหนองตูม และนำส่งรายงานตรวจสอบความถูกต้องในการอ่านค่าไปยังเจ้าหน้าที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ โดยมีตัวแทนจากกลุ่มสหกรณ์แปรรูปกล้วยตำบลหนองตูม จำกัด ร่วมสังเกตการณ์เป็นประจำทุกเดือน

แผนที่แสดงที่ตั้งของศูนย์แปรรูปผลผลิตการเกษตรตำบลหนองตูมและฐานผลิตหนองตูม

ในปี  2550 กลุ่มชุมชนในพื้นที่ตำบลหนองตูม อำเภอกงไกลาศ จังหวัดสุโขทัย จำนวน 28 ครัวเรือน ได้ร่วมกันจัดตั้งเป็นกลุ่มสหกรณ์แปรรูปกล้วยตำบลหนองตูมจำกัด ปัจจุบันสามารถแปรรูปผลผลิตการเกษตร ได้แก่ กล้วยทอด ฟักทองทอด มันทอด และเผือกทอดได้ถึง 60 ตันต่อวัน

การลดต้นทุนและการสร้างรายได้ 

โครงการก๊าซธรรมชาติเพื่อเกษตรชุมชนและสิ่งแวดล้อมถือเป็นการสร้างคุณค่าร่วมระหว่างธุรกิจกับสังคม (Creating Shared Value: CSV) อย่างแท้จริง โดยได้สร้างคุณค่าที่เกิดประโยชน์ทั้งแก่ชุมชนตำบลหนองตูมและ ปตท.สผ. นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ชุมชนสามารถลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิงสำหรับแปรรูปผลผลิตการเกษตรได้ประมาณร้อยละ 50

จากข้อมูลในปี  2561 พบว่า กลุ่มสหกรณ์ฯ สามารถลดค่าก๊าซหุงต้มได้กว่า 34 ล้านบาทหรือ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (คำนวณเปรียบเทียบกับราคาก๊าซหุงต้มถังใหญ่)  และแทนที่จะเผาก๊าซส่วนเกินที่ได้จากกระบวนการผลิตทิ้ง ปตท.สผ. เปลี่ยนก๊าซธรรมชาติส่วนเกินเหล่านี้ให้เป็นเชื้อเพลิงราคาถูกสำหรับสหกรณ์ฯ  และยังสามารถสร้างรายได้แก่ ปตท.สผ. รวม 6.59 ล้านบาทหรือ 199,811 ดอลลาร์สหรัฐ อีกด้วย

ปตท.สผ. ได้ทำการวิเคราะห์ผลตอบแทนทางสังคมของโครงการนี้ โดยนำผลลัพธ์ทางสังคมมาคำนวณมูลค่าเป็นตัวเงิน แล้วเปรียบเทียบกับมูลค่าทางการเงินของต้นทุนที่ใช้ไปในการดำเนินโครงการ เพื่อพิจารณาว่าโครงการสร้างผลลัพธ์ทางสังคมคิดเป็นมูลค่าเท่าไหร่ต่อเงินทุก 1 บาทที่ลงทุนไป ทั้งนี้ ผลตอบแทนทางสังคมของโครงการนี้เท่ากับ  1.64 : 1