Menu

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานภาพรวมกลุ่ม ปตท.สผ.

ธุรกิจอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในปัจจุบันมีการดำเนินการในแทบทุกภูมิภาค ในทุกสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันทั่วโลก รวมถึงบางภูมิภาคซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสภาวะอากาศรุนแรงมาก อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าการดำเนินงานนั้นจะเกิดขึ้นในภูมิภาคใด ความสำเร็จของการทำงานนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยและเครือข่ายที่ซับซ้อนของการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน เพื่อที่จะทำการขนส่งวัสดุ อุปกรณ์และบุคลากรไปยังสถานที่ปฏิบัติงานให้ทันเวลาที่กำหนดไว้

มีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้ตระหนักถึงความยุ่งยากซับซ้อน ความหลากหลาย และความจำเป็นของกิจกรรมด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานดังกล่าวซึ่งมีส่วนสำคัญมากที่จะทำให้การปฏิบัติงานสนับสนุนการสำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินั้นประสบความสำเร็จไปด้วยดี โดยกิจกรรมด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมขั้นพื้นฐานทั่วไปและมีความคล้ายคลึงกันในเกือบทุกอุตสาหกรรม แต่สำหรับอุตสาหกรรมการสำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินั้นจะมีลักษณะพิเศษเฉพาะและประสบกับอุปสรรคที่มีความท้าทายมากกว่า ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องใช้ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจดังกล่าวเพื่อที่จะเอาชนะอุปสรรคต่างๆ และทำให้งานลุล่วงสำเร็จไปได้

กลุ่ม ปตท.สผ. จึงมุ่งเน้นให้มีการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และการกำกับดูแลผู้ค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินงานขององค์กรซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจได้ โดยการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของกลุ่ม ปตท.สผ. ประกอบด้วยหน่วยงานหลัก 3 หน่วยงาน และ 1 หน่วยธุรกิจ ดังนี้

หน่วยงานกลยุทธ์และมาตรฐานการจัดการซัพพลายเชน

หน่วยงานนี้มีหน้าที่จัดตั้งระบบการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานซึ่งครอบคลุมการจัดทำนโยบาย มาตรฐาน และแนวทางในการปฏิบัติงาน รวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับงานทางด้านห่วงโซ่อุปทานสำหรับการดำเนินงานของ ปตท.สผ. ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนั้น หน่วยงานนี้ยังมีหน้าที่จัดหาข้อมูลเชิงลึกและข้อมูลทางเทคนิคด้านการตลาดเพื่อนำมาวิเคราะห์และพัฒนากลยุทธ์ของแต่ละกลุ่มงาน รวมถึงการบริหารจัดการคู่ค้าโดยทำหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ค้ารายใหม่เพื่อประเมินความสามารถในด้านต่างๆ อีกทั้งยังทำหน้าที่บริหารความสัมพันธ์กับคู่ค้าผ่านทางการประสานงานและความร่วมมือระหว่างบริษัทกับคู่ค้าหลักที่มีความสำคัญ เป็นต้น

หน่วยงานจัดหาและสัญญา

หน่วยงานนี้มีหน้าที่รับผิดชอบในขั้นตอนการปฏิบัติงานจัดหาและสัญญาที่ครอบคลุมกิจกรรมต่างๆ เช่น การหาแหล่งสินค้า การประมูล การต่อรองราคา การทำสัญญา และการออกใบสั่งซื้อสินค้า/บริการ รวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมทางด้านการบริหารจัดการสัญญา นอกจากนั้น หน่วยงานนี้ยังมีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาและคำแนะนำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการจัดหาเพื่อให้การปฏิบัติงานจัดหาและสัญญาเป็นไปอย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้

หน่วยงานโลจิสติกส์

หน่วยงานนี้มีหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงานด้านโลจิสติกส์ในการขนส่งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ภายใต้ข้อกำหนดและการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลเพื่อความปลอดภัยและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมีหน้าที่ในการบริหารจัดการสินค้าโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการลงทุน ค่าใช้จ่าย และความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน

หน่วยงานสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านโลจิสติกส์

ปตท.สผ. ได้บริหารจัดการและปฏิบัติงานด้านฐานปฏิบัติการส่งกำลังบำรุงในประเทศไทย 2 แห่ง เพื่อสนับสนุนกิจกรรมการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน โดยฐานปฏิบัติการนี้ได้รับการรับรองในด้านต่างๆ เช่น ISO14000 ISO22301, OHSAS18000 และ ISPS Code โดยหน่วยงานนี้มีหน้าที่ให้บริการท่าเทียบเรือน้ำลึก การขนส่ง และการจัดเก็บสินค้า ตลอดจนการให้บริการในเชิงธุรกิจกับบริษัทที่ทำการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รูปแบบการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานกลุ่ม ปตท.สผ.

รูปแบบการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของกลุ่ม ปตท.สผ. (ตามภาพด้านล่าง) ได้แสดงถึงกิจกรรมหลักและบทบาทหน้าที่ ตลอดจนกระบวนการภายใต้การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสนับสนุนกิจกรรมในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของกลุ่ม ปตท.สผ. อย่างครบวงจร

 

กลยุทธ์การจัดหาและการทำสัญญา ปี 2560-2564

กรอบการทำงานและแผนกลยุทธ์สำหรับการจัดหาและการทำสัญญาในระยะเวลา 5 ปี ดังรูปที่แสดงไว้ด้านล่างนั้น เป็นการกำหนดเป้าหมายระยะยาวในการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท อีกทั้งยังเป็นกรอบในการวางแผนสำหรับการดำเนินงานและกิจกรรมต่างๆ ภายใต้หน่วยงานจัดหาและสัญญาที่จะนำไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์ได้อย่างยั่งยืน

เป้าหมายสำคัญในลำดับต้นๆ ของการจัดการห่วงโซ่อุปทาน

1) เป้าหมายสถิติอุบัติเหตุเป็นศูนย์

ความปรารถนาของการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (SSHE) ใน "Target Zero" ทำให้ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บและทุกคนกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย และมีเป้าหมายเป็นศูนย์ในเรื่องการบาดเจ็บถึงขั้นหยุดงาน (LTIF) การเกิดอุบัติเหตุที่มีการบาดเจ็บทั้งหมด TRIR การเกิดน้ำมันรั่วไหล (Spill) และการเกิดอุบัติเหตุใหญ่ (MAE) โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก นโยบาย SSHE

2) การจัดหาสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ปตท.สผ. ดำเนินโครงการห่วงโซ่อุปทานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2556 โดยมุ่งเน้น 4 องค์ประกอบ คือ การจัดซื้อสินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของสำนักงาน การขนส่ง และการประชุม โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์และผลกระทบทางนิเวศวิทยาจากการซื้อสินค้าจากสำนักงาน จากการเดินเรือ และการประชุม โดยในปี 2561 การจัดซื้อจัดจ้างสีเขียวคิดเป็นร้อยละ 4 ของมูลค่าการจัดซื้อทั้งหมด โดยมีเป้าหมายเพิ่มเป็นร้อยละ 30 ในปี 2565

3) การจัดหาสินค้าและบริการระดับท้องถิ่น 

ปตท.สผ. สนับสนุนธุรกิจในท้องถิ่นและสนับสนุนให้มีการจัดซื้อหาสินค้าและบริการในพื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจการจ้างงานและสร้างรายได้ในระดับชุมชน โดยผลจากความมุ่งมั่นในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับชุมชนที่ ปตท.สผ. เข้าไปดำเนินธุรกิจนั้นนำไปสู่การยอมรับจากชุมชน นอกจากนี้ บริษัทยังสนับสนุนให้คู่ค้าดำเนินการด้วยความระมัดระวังและรับผิดชอบต่อสังคม และชุมชนท้องถิ่นและสนับสนุนการจัดหาสินค้าและบริการในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

ในปี 2561 มูลค่าการจัดซื้อในท้องถิ่นของประเทศไทยอยู่ที่ 584 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา หรือคิดเป็นร้อยละ 66 ของการใช้จ่ายประจำปีของการจัดซื้อจัดจ้าง

4) จริยธรรมจัดหาทางธุรกิจและความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)
ปตท.สผ. จัดซื้อสินค้าและบริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเป็นธรรมตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนข้อกำหนดและเงื่อนไขของสัญญา ราคา คุณภาพ การจัดส่ง และด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (SSHE) ซึ่งรวมถึงการกำหนดให้ผู้รับเหมาต้องปฏิบัติตามหลักการทั้งหมดที่เกี่ยวข้องและให้ความสำคัญกับการรับผิดชอบต่อสังคม

บริษัทเชื่อว่าการดำเนินธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมธุรกิจเป็นเรื่องสำคัญ และเน้นถึงความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภายในและภายนอกผ่านนโยบายของบริษัทและกิจกรรมในห่วงโซ่อุปทาน เช่น การเข้าร่วมโครงการ Integrity Pact (IP) เพื่อเสริมสร้างนโยบายต่อต้านการทุจริตให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้าง (พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้าง) กฎหมายต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ และเข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่มภาคเอกชนในการต่อต้านการทุจริตของไทย (CAC)

5) การลดค่าใช้จ่าย
นโยบายบริหารจัดการซัพพลายเชนเป็นการจัดหาสินค้าและบริการที่มีคุณภาพอย่างคุ้มค่าที่สุดในเวลาที่เหมาะสมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของบริษัท โดยยังคงรักษาหลักจริยธรรม กฎหมาย และนโยบายทั้งหมดไว้ โดย ปตท.สผ. มีพัฒนาการในการใช้ระบบดิจิตอลมาใช้ในการจัดหาจัดจ้างมากขึ้น ซึ่งทำให้สามารถลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดซื้อจัดจ้างมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังคงดำเนินการจัดหาผ่านโครงการจัดซื้อจัดจ้างแบบบูรณาการของกลุ่ม ปตท. เพื่อเพิ่มการใช้ประโยชน์และความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทานปิโตรเลียม และสามารถลดการลงทุนและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ ปตท.สผ. ซึ่งในปี 2561 บริษัทสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายจาก 5 รายการ ได้แก่

  • การจัดหาอุปกรณ์ Air Filter for Gas Turbine (2 รายการ)
  • การจัดหาอะไหล่สำรอง Filter
  • การจัดหาอุปกรณ์ Turbine Compressor Maintenance
  • การประกันชีวิตของพนักงานในกลุ่มบริษัท ปตท.

การบริหารจัดการผู้ค้าและแนวทางการปฎิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า

ปตท.สผ. กำหนดมาตรการการบริหารจัดการผู้ค้าเพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้จัดจำหน่ายปฏิบัติตามข้อกำหนดตามมาตรฐานสากล รวมถึงความสามารถในการผลิตของผู้จัดจำหน่าย เพื่อตอบสนองความต้องการของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น การบรรลุเป้าหมายในการรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้จัดจำหน่ายและ ปตท.สผ. และผู้ค้ามีความตระหนักและรับรู้แนวทางด้านความยั่งยืนของ ปตท.สผ.

ทั้งนี้ บริษัทกำหนดแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า (PTTEP Vendor Sustainable Code of Conduct) การดำเนินธุรกิจ จริยธรรมธุรกิจ สิทธิมนุษยชน อาชีวอนามัย ความปลอดภัย และความคาดหวังด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งถูกบังคับใช้กับผู้ค้าหรือผู้ค้าที่มีความเสี่ยงสูงที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย รวมถึงการกำหนดกลยุทธ์ในการสนับสนุนและจัดการผู้ค้าและให้คำแนะนำและความรู้เกี่ยวกับนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน เพื่อให้สอดคล้องกับจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนผ่านช่องทางต่างๆ เช่น การประชุมผู้บริหารความสัมพันธ์ผู้จำหน่าย (Supplier Relationship Management (SRM) Seminar) และเว็บไซต์ของ ปตท.สผ.

การประเมินความเสี่ยงในการจัดการห่วงโซ่อุปทาน

การประเมินความเสี่ยงของคู่ค้า

คู่ค้าเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญที่ช่วยผลักดันให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างยั่งยืน ปตท.สผ. จึงมีการบริหารและประเมินความเสี่ยงของคู่ค้าเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดีของคู่ค้า ซึ่งการวิเคราะห์ความสำคัญประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ

  • การตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ค้ารายใหม่ (New Vendor Pre-Qualification) โดยการคัดกรองและประเมินผู้ค้าจำแนกตามกลุ่มและประเภทธุรกิจ
  • การวิเคราะห์ค่าใช้จ่าย (Spend Analysis) และการวิเคราะห์ความเสี่ยงการจัดหาโดยใช้ Supply Positioning Model
  • การประเมินความเสี่ยงทางด้านความยั่งยืนของคู่ค้า
  • การบูรณาการประเด็นด้านความยั่งยืนในการจัดหาและบริหารสัญญา
  • การบริหารจัดการความเสี่ยงของคู่ค้า

คู่ค้าสำคัญ (Critical Supplier) หมายถึง คู่ค้าที่มีความเสี่ยงในระดับสูงมากหรือสูง จัดอยู่ในกลุ่มคู่ค้าโดยตรงที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งรวมถึงคู่ค้าที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจการขุดเจาะน้ำมันและการก่อสร้างแท่นผลิตปิโตรเลียม โดย ปตท.สผ. กำหนดคู่ค้าประเภทโดยอ้อม โดยการสอบถามผ่านไปทาง คู่ค้าสำคัญโดยตรงเพื่อให้ส่งข้อมูลคู่ค้าสำคัญของตน (Tier 2 รวมถึงสินค้าและบริการที่ให้กับ ปตท.สผ. ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางตรงและทางอ้อม) ทั้งนี้ คู่ค้าดังกล่าวต้องมีการประเมินจากฝ่ายปฏิบัติการและความปลอดภัย รวมถึงมีการเยี่ยมชมพื้นที่ทุกปี นอกจากนี้ คู่ค้าจะต้องกำหนดแผนและแนวทางการแก้ไขเพื่อลดความเสี่ยงและความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งต้องมีแผนการตรวจสอบการปฏิบัติการตามแนวทางการดำเนินงานและแผนความปลอดภัยของกลุ่ม ปตท.สผ. เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ไม่เกิดผลกระทบต่อธุรกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

การตรวจสอบและการประเมินผู้ค้า

กลุ่ม ปตท.สผ. มีกระบวนการตรวจสอบและประเมินผู้ค้าทั้งในระหว่างการดำเนินงานบริหารสัญญาและภายหลังจบสัญญา เพื่อประเมินความเสี่ยงและให้มั่นใจว่าผู้ค้าได้ดำเนินงานตามแผนงานที่กำหนด กำหนดแผนการแก้ไข ประเมินผลในระหว่างและภายหลังดำเนินการ รวมทั้งแก้ไขตามแผนร่วมกัน โดยหากเกิดความเสี่ยงที่สำคัญด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ปตท.สผ. จะดำเนินการตรวจสอบกับผู้ค้าเพื่อหาสาเหตุและกำหนดแนวทางแก้ไข และทำการประเมินหลังการแก้ไขร่วมกัน โดยคำนึงถึงคุณภาพ ปริมาณ หรือความปลอดภัยในการสำรวจและผลิต รวมถึงข้อกำหนดขั้นต่ำตามกฎหมายแรงงาน กฎหมายสิ่งแวดล้อม และมาตรฐานการจัดการต่างๆ เช่น มาตรฐาน ISO 9001 ISO 14001 และ OHSAS 18001

ระบบการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมสำหรับคู่ค้าและผู้รับเหมา

ปตท.สผ. พัฒนาระบบการจัดการ SSHE สำหรับคู่ค้าและผู้รับเหมา เพื่อเป็นแนวทางในการควบคุมและบริหารการดำเนินงาน โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่

  • การผนวกเกณฑ์การคัดเลือกแผนการดำเนินงานด้าน SSHE เข้ากับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างปัจจุบัน
  • การระบุและประเมินความเสี่ยงด้าน SSHE ของผู้รับเหมา การกำหนดภาระความรับผิดชอบด้าน SSHE ที่อาจจะเกิดขึ้น แนวทางการควบคุมและดำเนินงาน การรายงานประสิทธิผลการดำเนินงานด้าน SSHE ของผู้รับเหมาตามที่กำหนด
  • การพัฒนาโครงเพื่อผลักดันให้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพของการจัดการด้าน SSHE สำหรับผู้รับเหมาให้ดียิ่งขึ้น เช่น ระบบการประเมินผลการดำเนินงานด้าน SSHE ของผู้รับเหมา การอบรมให้ความรู้ด้าน SSHE แก่ผู้รับเหมาในงานที่มีความเสี่ยงเฉพาะ ระบบข้อเสนอแนะด้าน SSHE สำหรับผู้รับเหมา
  • การสื่อสารความคาดหวังด้าน SSHE ที่ต้องการจากผู้รับเหมาในหลายช่องทาง เพื่อให้ผู้รับเหมาตระหนัก ปรับปรุง และเตรียมพร้อมให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของ   ปตท.สผ. ได้
  • การสนับสนุนผู้รับเหมาให้มีการปรับปรุงพัฒนาด้าน SSHE เพื่อให้มีมาตรฐานการดำเนินงานตามที่ ปตท.สผ. คาดหวัง

นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกของ Oil Spill Response Limited (OSRL) เพื่อรับความช่วยเหลือในกรณีที่เกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลทางทะเลและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงของการเกิดน้ำมันหกรั่วไหลซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลและการดำเนินธุรกิจได้

การตรวจประเมินผู้รับเหมาด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมประจำปี 2561

ในปี 2561 ปตท.สผ. มีการตรวจประเมินผู้รับเหมาที่ทำงานซึ่งมีความเสี่ยงสูงตามมาตรฐานด้านการจัดการผู้รับเหมาของบริษัทเป็นจำนวนทั้งสิ้น 48 ครั้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีความมั่นใจว่าผู้รับเหมามีความเข้าใจและสามารถปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรการต่างๆ ตามระบบการจัดการด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมของบริษัท เพื่อให้มีการประเมินการบริหารความเสี่ยงและปฏิบัติงานในกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การตรวจประเมินประจำปีนั้น เลือกจากประเภทของการทำงานที่มีความเสี่ยงความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมสูง ได้แก่ การทำงานประเภทการขุดเจาะปิโตรเลียม การก่อสร้าง การซ่อมบำรุง โลจิสติกส์ทางบก ทะเล และอากาศ ผลการตรวจประเมินในอดีต รวมทั้งผู้รับเหมาที่ทำงานที่มีความเสี่ยงสูงกับ ปตท.สผ. เป็นครั้งแรกด้วย

การกำหนดผู้รับเหมาที่จะได้รับการตรวจประเมินที่ไม่มีการแจ้งล่วงหน้านั้น ปตท.สผ. ประเมินจากสถิติด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมของผู้รับเหมาด้วย โดยหากผู้รับเหมาที่ทำงานซึ่งมีความเสี่ยงสูงและมีแนวโน้มที่จะเกิดอุบัติเหตุสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด บริษัทจะทำการตรวจประเมินเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขและปรับปรุงในการทำงานให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยมีการติดตามผลของการปรับปรุงและแก้ไขตามข้อเสนอแนะจากการตรวจประเมินผู้รับเหมาประจำปี 2561 นั้นแล้วเสร็จทั้งสิ้นร้อยละ 100 จากแผนที่วางไว้ 

การตรวจสอบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดีของคู่ค้า

ในปี 2561 ปตท.สผ. ได้มีโครงการตรวจสอบคู่ค้าในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี (ESG On-Site Audit) จำนวน 7 ราย เพื่อทำการทบทวนความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดีใน 5 ประเด็นคือ 1. ระบบและนโยบายบริษัท 2. จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจ 3. สังคม 4. อาชีวอนามัยและความปลอดภัย 5. สิ่งแวดล้อม โดยบุคคลที่สามที่ให้การรับรองและเพื่อให้มั่นใจว่าความเสี่ยงของสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการที่ดีของคู่ค้าในการจัดการห่วงโซอุปทานจะได้รับการตรวจสอบและจัดการโดยใช้แนวทางที่ดีที่สุด ซึ่งทั้ง 7 รายได้รับผลประเมินในระดับที่ดี และดีเยี่ยม จึงไม่ต้องจัดทำแผนปรับปรุงเพิ่มเติม

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าถึงได้จากเว็บไซต์ PTTEP Procurement and Contract

1) แนวทางปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท.สผ. (ข้อมูล ณ วันที่ 26 พฤษภาคม 2560)
2) คู่มือสำหรับผู้ค้า ปตท.สผ. (ข้อมูล ณ วันที่ 1 กันยายน 2561)
3) A Collaboration in ESG for PTTEP's Supply Chain Management (ข้อมูล ณ วันที่ 9 มีนาคม 2561)