Menu

การปฏิบัติด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน

ปตท.สผ. มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน โดยเคารพกฎหมายท้องถิ่น วัฒนธรรม ประเพณี และค่านิยมในการปฏิบัติต่อพนักงานและผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท รวมถึงการหลีกเลี่ยงการมีส่วนเกี่ยวข้องในการละเมิดสิทธิมนุษยชน สามารถดาวโหลด นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนได้จาก เอกสารที่เกี่ยวข้องด้านล่าง

การปฏิบัติด้านแรงงาน

ปตท.สผ. เชื่อว่าทรัพยากรบุคคลเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัทให้ประสบความสำเร็จ จึงมุ่งเน้นการบริหารงานด้านทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นระบบ ดูแลบุคลากรทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน และส่งเสริมให้พนักงานทุกคนพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเองผ่านระบบพัฒนาขีดความสามารถของพนักงาน (Competency Management System: CMS) และระบบประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Management System: PMS) รวมถึงส่งเสริมให้พนักงานสามารถรักษาสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตและการทำงาน นอกจากนี้ แนวทางในการเสริมสร้างความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรของ ปตท.สผ. ยังมุ่งเน้นการสื่อสารแบบสองทางเพื่อรับฟังและรวบรวมความคิดเห็นของพนักงานมาใช้ในการปรับปรุงระบบงาน สภาพแวดล้อมในการทำงาน และสวัสดิการสำหรับพนักงานอย่างต่อเนื่อง

ปตท.สผ. ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนในทุกพื้นที่ที่บริษัทเข้าไปดำเนินงาน โดย ปตท.สผ. เป็นหนึ่งในบริษัทที่เข้าร่วมใน United Nations Global Compact (UNGC) ซึ่งต้องรายงานกระบวนการที่ได้นำไปปฏิบัติ การส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อีกทั้งยังสนับสนุนปฏิญญาสากลว่าด้วยหลักสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights: UNUDHR) และสิทธิพื้นฐานตามสหภาพแรงงานสากล (International Labour Organization's Declaration on Fundamental Principles and Rights at Work) นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานของแต่ละประเทศอย่างเคร่งครัด สำหรับประเทศไทย ปตท.สผ. จัดให้มีคณะกรรมการสวัสดิการซึ่งประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายพนักงานจากสถานที่ปฏิบัติงานทุกพื้นที่ปฏิบัติการในประเทศ ของบริษัทจำนวน 22 คน และผู้แทนฝ่ายบริหารจำนวน 7 คน เพื่อร่วมหารือประเด็นด้านแรงงานคลอบคลุมถึงประเด็นด้านค่าตอบแทน สวัสดิการ การบริหารงานบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิทธิแรงงานอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุก ๆ สองดือน ในปี 2562 คณะกรรมการได้ประชุมทั้งหมด 6 ครั้ง โดยได้หารือประเด็นต่าง ๆ รวมทั้งสิ้น 48 ประเด็น ในเรื่อง ค่าตอบแทน สวัสดิการ สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ และโอกาสในการพัฒนาความก้าวหน้าในสายอาชีพของพนักงาน เป็นต้น

สิทธิมนุษยชน

ปตท.สผ. มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน โดยเคารพกฎหมายท้องถิ่น วัฒนธรรม ประเพณี และค่านิยม ในการปฏิบัติต่อพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย จากการดำเนินธุรกิจของบริษัท รวมถึงการหลีกเลี่ยงการมีส่วนเกี่ยวข้องในการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งในการดำเนินงานของบริษัทและผลักดันเจตนารมณ์ดังกล่าวเป็นแนวทางในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน โดยคาดหวังว่าพนักงาน บริษัทคู่ค้าและผู้รับเหมาที่ปฏิบัติงานในนามของบริษัทจะยึดมั่นในหลักการเดียวกันและให้ความสำคัญในการนำหลักสิทธิมนุษยชนไปปฏิบัติเป็นแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างครบถ้วนในทุกด้าน

พันธสัญญาในด้านสิทธิมนุษยชน

ปตท.สผ. ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนในทุกพื้นที่ที่บริษัทเข้าไปดำเนินการ โดยเป็นหนึ่งในบริษัทที่เข้าร่วมใน United Nations Global Compact (UNGC) ซึ่งต้องรายงานกระบวนการที่ได้นำไปปฏิบัติ การส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อีกทั้งยังมีการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจ กรอบความรับผิดชอบต่อสังคม และ ปรัชญาการพัฒนาอย่างยั่งยืนซึ่งตั้งอยู่บนแนวทางของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) ปฏิญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เรื่องหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงาน (Declaration on Fundamental Principles and Rights at Work) อีกทั้ง ปตท.สผ. ยังเข้าร่วมเป็นภาคีของข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UNGC) ตั้งแต่ปี 2554 และการสื่อสารเรื่องความคืบหน้า (COP) ของบริษัทได้บรรลุเกณฑ์ UNGC Advanced Level ตั้งแต่ปี 2558 โดย UNGC มุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจว่าธุรกิจจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม สิ่งนี้บรรลุผลตามหลักการที่ครอบคลุม 10 ประการซึ่งส่วนใหญ่ตกอยู่ในสี่ประเภทของหลักสิทธิมนุษยชน (หลักการ 1-2) แรงงาน (หลักการ 3-6) สภาพแวดล้อมและการต่อต้านการทุจริต ทั้งนี้ บริษัทยังได้รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามหลักการ 10 ประการในการสื่อสารเรื่องความคืบหน้า โดยสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ UNGC สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังมีนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights หรือ UNGP) และกรอบ Ruggie Framework หลักการความสมัครใจด้านความมั่นคงและสิทธิมนุษยชน (Voluntary Principles on Security and Human Rights) และบริษัทยังคาดหวังให้พนักงานของบริษัทปฏิบัติตามนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนของ ปตท.สผ. และมุ่งมั่นร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจและคู่ค้าในการดำเนินธุรกิจใดๆ ของบริษัทโดยยึดมั่นในหลักการด้านการต่อสิทธิมนุษยชน

ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ

กลุ่ม ปตท.สผ. ยึดมั่นใน ”การกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมธุรกิจ” ในการดำเนินธุรกิจโดยจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเคารพต่อหลักสิทธิมนุษยชน และคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในฐานะองค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคม บริษัทมุ่งเน้นให้บุคลากรของ ปตท.สผ. และสถานประกอบการของบริษัทนำนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ตลอดจนติดตามผลและปรับปรุงแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ค้าและคู่ค้าทางธุรกิจปฏิบัติเช่นเดียวกัน

พันธมิตรทางธุรกิจ

ปตท.สผ. คาดหวังว่าพันธมิตรทางธุรกิจจะให้ความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนและปฏิบัติตามบรรทัดฐานสากลที่สอดคล้องกับแนวทางของ ปตท.สผ. ในการส่งเสริม สนับสนุน และผลักดันให้ผู้ร่วมทุนบริหารจัดการกับความเสี่ยงหรือประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานที่ยึดมั่นร่วมกัน รวมถึงการร่วมมือกับผู้ร่วมทุนผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านแนวปฏิบัติที่ดี การพัฒนาแนวปฏิบัติที่เหมาะสมในการบริหารประเด็นความเสี่ยงและร่วมมือพัฒนาแนวปฏิบัติในขอบเขตการดําเนินงานร่วมกันเพื่อกิจการร่วมทุน (Joint Operating Agreement) โดยยึดหลักความร่วมมือและความโปร่งใสเป็นปัจจัยสำคัญ

ความรับผิดชอบและความร่วมมือสร้างห่วงโซ่อุปทาน

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการดำเนินงานอย่างปลอดภัย ยั่งยืน ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม คู่ค้าและผู้รับเหมาของ ปตท.สผ. ได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะร่วมผลักดันให้ห่วงโซ่อุปทานของกลุ่ม ปตท.สผ. ดำเนินงานได้อย่างยั่งยืนโดยเริ่มจากการลงนามร่วมกันในแนวทางปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท.สผ. ทั้งนี้บริษัทได้กำหนดกระบวนการประเมินและตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ค้าทั้งก่อนการสรรหาและระหว่างการดำเนินงานตามสัญญา โดยเฉพาะคู่ค้าที่สำคัญ (Critical Supplier) และกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินงานของผู้ค้าเป็นไปตามมาตรฐาน สัญญา และจรรยาบรรณ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงอันอาจเกิดต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งรวมถึงการเคารพต่อสิทธิมนุษยชนด้วย

แนวทางการบริหารจัดการ

ในการนำนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และแสดงให้เห็นถึงการเคารพในสิทธิมนุษยชนและป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เชื่อมโยงกับธุรกิจ ปตท.สผ. ได้พัฒนาระบบการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนโดยมีขั้นตอนหลักดังนี้ (1) ตรวจสอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน (2) จัดทำมาตรการป้องกันบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น (3) บูรณาการแผนการดำเนินงานในระดับปฏิบัติการและระดับองค์กร และ (4) ติดตามและรายงานผลการดำเนินงานต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง โดยกิจกรรมการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนในกลุ่ม ปตท.สผ. ได้แก่

การตรวจสอบการดำเนินงาน (Due Diligence) ด้านสิทธิมนุษยชน

ปตท.สผ. จัดทำกระบวนการตรวจสอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน (Due Diligence Process) ให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Management System) ซึ่่งการตรวจสอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนประกอบด้วย การประเมินความเสี่ยงทางด้านสิทธิมนุษยชน การกำหนดแผนและแนวทางการแก้ไขเพื่อลดความเสี่ยงที่มีระดับปานกลางถึงสูง รวมถึงการเฝ้าระวังและติดตามความเสี่ยงดังกล่าว
นอกจากนี้ ระบบการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัท ยังได้ระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับการระบุประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนไว้อย่างชัดเจน ซึ่งจำแนกได้เป็นห้ากลุ่มหลัก ได้แก่ประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับพนักงาน ชุมชน ห่วงโซ่อุปทาน สิ่งแวดล้อม และการรักษาความปลอดภัย และพิจารณาครอบคลุมกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องทุกกลุ่มรวมถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาส เช่น เยาวชน ชนกลุ่มน้อย ชนพื้นเมือง และแรงงานข้ามชาติ โดยพิจารณาความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนจาก 2 ปัจจัย ได้แก่ ความเป็นไปได้ที่จะเกิดประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนและผลกระทบ สอดคล้องกับมาตรฐานของกลุ่ม ปตท. และแนวปฏิบัติด้าน Due Diligence ของ IPIECA

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐานของกลุ่ม ปตท. สามารถเข้าถึงได้จากเว็บไซต์ของ ปตท. หัวข้อสิทธิมนุษยชน

ความเสี่ยงทางด้านสิทธิมนุษยชนและแนวทางการแก้ไขเพื่อลดความเสี่ยง

ปตท.สผ. ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงในด้านสิทธิมนุษยชนตั้งแต่ปี 2557 เพื่อประเมินและกำหนดแนวทางลดความเสี่ยงในด้านสิทธิมนุษยชนทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท

ระหว่างปี 2562-2563 ปตท.สผ. ดำเนินการเพื่อสร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน โดยเน้นย้ำการสื่อความและฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการกับพนักงานในทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ หน่วยงานจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้พนักงานเกิดความเข้าใจในการระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนได้อย่างถูกต้องและนำไปสู่การบริหารจัดการอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ บริษัทยังจัดให้มีที่ปรึกษาซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนภายนอกที่เป็นอิสระมาให้คำปรึกษาและสอบทานกระบวนการประเมินความเสี่ยงประจำปี 2563 ตลอดจนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) อีกทั้งได้เข้าร่วมในการให้ข้อมูลป้อนกลับกับภาครัฐเพื่อสนับสนุนการจัดทำแผนปฏิบัติการชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย (National Action Plan on Business and Human Rights: NAP) และแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 4 ซึ่งประเทศไทยนับเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกที่ประกาศใช้แผนปฏิบัติการชาติ จากความมุ่งมั่นในการพัฒนาการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนในองค์กรดังกล่าว ยังผลให้ ปตท.สผ. ได้รับคัดเลือกเป็นองค์กรต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน ประเภทหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ประจำปี 2562 จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม

ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนของ ปตท.สผ. ในทุกรายการจะถูกระบุในบันทึกความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่บริษัทจัดทำขึ้น ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมหลักทั้งพื้นที่บนบกและนอกชายฝั่งทะเลครอบคลุมทุกระยะการดำเนินโครงการ ได้แก่ การวัดค่าความไหวสะเทือน การขุดเจาะเพื่อสำรวจและประเมินผล การพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมและการผลิต การจ้างงาน การบริหารห่วงโซ่อุปทาน การบริหารความปลอดภัย ตั้งแต่การประเมินความเสี่ยงก่อนการเข้าซื้อกิจการหรือร่วมทุน จนกระทั้งการรื้อถอนแท่นผลิตปิโตรเลียม เป็นต้น

จากการประเมินความเสี่ยงของบริษัทในปี 2562 บริษัทประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนครอบคลุมร้อยละ 100 ของพื้นที่ปฏิบัติการทั้งหมด ทั้งที่บริษัทเป็นผู้ดำเนินการ เป็นผู้ร่วมทุน และคู่ค้าสำคัญระดับที่ 1 โดยผลของการประเมินพบร้อยละ 19 ของกิจกรรมของบริษัทมีมีการระบุประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานใน 4 ประเด็นหลัก (Salient Issues) ได้แก่ประเด็นด้าน (1) สุขภาพ ความปลอดภัย และสวัสดิการของพนักงานและผู้รับเหมา (2) ผลกระทบจากแสง เสียง ฝุ่น และมลพิษทางสิ่งแวดล้อมจากพื้นที่ปฏิบัติการ (3)สุขภาพ ความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของชุมชนท้องถิ่นรอบฐานปฏิบัติการ รวมถึง (4) การบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและโครงการทางสังคมในโครงการที่กำลังเข้าสู่การคืนพื้นที่ โดยมีระดับความเสี่ยงตามธรรมชาติ (ความเสี่ยงโดยปราศจากการควบคุม / มาตรการ) ที่ระดับกลางถึงต่ำ และเมื่อมีการบริหารจัดการตามแนวทางการบริหารจัดการของบริษัท อาทิ ระบบการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ระบบการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน แนวทางการบริหารประเด็นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนั้น พบว่าไม่มีพื้นที่ปฏิบัติการใดมีความเสี่ยงที่เหลืออยู่ (Residual risk) ในระดับสูง

เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงที่จะนำไปสู่การละเมิดสิทธิ บริษัทระบุให้ต้องมีการติดตามความเสี่ยงที่อยู่ในระดับสูงทั้งหมด ทั้งนี้แม้ระดับความเสี่ยงสูงสุดจากการประเมินในปี 2563 จะอยู่ที่ระดับกลาง บริษัทมีการติดตามการบริหารจัดการใน 5 พื้นที่ปฏิบัติการที่บริษัทเป็นผู้ดำเนินการ (ร้อยละ 25 จาก 20 โครงการที่บริษัทเป็นผู้ดำเนินการ) และ 3 พื้นที่ปฏิบัติการที่บริษัทเป็นผู้ร่วมทุน (ร้อยละ 16 จาก 19 โครงการที่ดำเนินการโดยผุ้ร่วมทุน) โดยพื้นที่ทั้งหมดได้มีการติดตามและจัดทำแนวทางการป้องกันบรรเทาครบถ้วนแล้วเสร็จร้อยละ 100 แล้ว

อย่างไรก็ดีจากการประเมินในทุกพื้นที่ บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านการเตรียมความพร้อมในการคืนแปลงแปลงสัมปทานและการรื้อถอนแท่นปิโตรเลียมในอ่าวไทยโดยเฉพาะที่กำลังจะเกิดขึ้นในโครงการที่บริษัทเป็นผู้ร่วมทุนสองแห่งคือ B8/32 และ Contract 3 เพื่อให้แน่ใจว่าการบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ปตท.สผ. ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ดำเนินการในโครงการโดยร่วมกันจัดทำแผนการดำเนินงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานในระดับสากลเน้นมาตรการการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นอีกทั้งยังดำเนินการสื่อสารและให้ข้อมูลการดำเนินงานอย่างเปิดเผย โปร่งใส เปิดให้ชุมชน หน่วยงานของรัฐและองค์กรต่างๆได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึงต่อเนื่องตามระยะเวลาที่เหมาะสมเพื่อให้มั่นใจต่อการดำเนินงานว่าไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสิทธิของชุมชน โดยมีการติดตามผลการดำเนินงานและความเสี่ยงที่อาจเกิดผลกระทบร่วมกันในการประชุมร่วมคณะกรรมการบริหารโครงการอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ บริษัทยังคงติดตามผลการดำเนินงานในโครงการโมซัมบิก โรวูมา ออฟชอร์ แอเรีย วัน (โครงการร่วมทุนที่ ปตท.สผ. ถือหุ้นต่ำกว่าร้อยละสิบ) ซึ่งเป็นโครงการเดียวภายใต้การลงทุนของบริษัทที่มีการย้ายชุมชน (1 โครงการจากทั้งหมด 47 โครงการลงทุนทั้งหมด) และได้รับการประเมินในปี 2561 ว่าควรมีการติดตามการดำเนินงานของผู้ดำเนินการในการย้ายชุมชนจากพื้นที่ปฏิบัติการสู่แหล่งที่พักใหม่เพื่อให้แน่ใจว่าการบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ปตท.สผ. และผู้ร่วมทุนอื่นในโครงการได้ร่วมกันพัฒนาโครงการย้ายชุมชน (Resettlement Program) กระบวนการการมีส่วนร่วมของชุมชน ตลอดจนมาตรการการดำเนินงานต่างๆ ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล อาทิ หลักการ Equator มาตรฐานการดำเนินงานของบริษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC Performance Standards) โดยมีเป้าหมายให้เกิดความเสมอภาคและเกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชนน้อยที่สุด โดยโครงการพัฒนาชุมชนที่ออกแบบร่วมกันนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูให้ชุมชนที่ย้ายสู่พื้นที่ใหม่ได้ปรับตัวแต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตและมาตรฐานการครองชีพที่ดีขึ้น ซึ่งในปัจจุบัน (2563) การก่อสร้างที่พักอาศัยสำหรับการย้ายชุมชนระยะที่ 1 ได้เสร็จสิ้นตามกำหนดการและอยู่ระหว่างการย้ายชุมชนเข้าพักอาศัยตามแผนการดำเนินงาน

ในปี 2562 ปตท.สผ. ไม่มีกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนั้นจึงไม่มีการดำเนินการเยียวยา ทั้งนี้ ปตท.สผ. ให้ความสำคัญกับกระบวนการในการปกป้องและเยียวยาผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินงาน โดยกำหนดระเบียบในรับเรื่องร้องเรียนรวมถึงมีการให้ความคุ้มครองและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ร้องเรียนโดยจัดเตรียมช่องทางการสื่อสารเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อร้องเรียนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเป็นระบบ

สามารถดาวน์โหลด นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน ได้จากเอกสารที่เกี่ยวข้องด้านล่าง