Menu

การปฏิบัติด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชน

ปตท.สผ. มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน โดยเคารพกฎหมายท้องถิ่น วัฒนธรรม ประเพณี และค่านิยมในการปฏิบัติต่อพนักงานและผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท รวมถึงการหลีกเลี่ยงการมีส่วนเกี่ยวข้องในการละเมิดสิทธิมนุษยชน สามารถดาวโหลด นโยบายด้านสิทธิมนุษยชนได้จาก เอกสารที่เกี่ยวข้องด้านล่าง

การปฏิบัติด้านแรงงาน

ปตท.สผ. เชื่อว่าทรัพยากรบุคคลเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัทให้ประสบความสำเร็จ จึงมุ่งเน้นการบริหารงานด้านทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นระบบ ดูแลบุคลากรทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน และส่งเสริมให้พนักงานทุกคนพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเองผ่านระบบพัฒนาขีดความสามารถของพนักงาน (Competency Management System: CMS) และระบบประเมินผลการปฏิบัติงาน (Performance Management System: PMS) รวมถึงส่งเสริมให้พนักงานสามารถรักษาสมดุลระหว่างการใช้ชีวิตและการทำงาน นอกจากนี้ แนวทางในการเสริมสร้างความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรของ ปตท.สผ. ยังมุ่งเน้นการสื่อสารแบบสองทางเพื่อรับฟังและรวบรวมความคิดเห็นของพนักงานมาใช้ในการปรับปรุงระบบงาน สภาพแวดล้อมในการทำงาน และสวัสดิการสำหรับพนักงานอย่างต่อเนื่อง 

ปตท.สผ. ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนในทุกพื้นที่ที่บริษัทเข้าไปดำเนินงาน โดย ปตท.สผ. เป็นหนึ่งในบริษัทที่เข้าร่วมใน United Nations Global Compact (UNGC) ซึ่งต้องรายงานกระบวนการที่ได้นำไปปฏิบัติ การส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อีกทั้งยังสนับสนุนปฏิญญาสากลว่าด้วยหลักสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights: UNUDHR) และสิทธิพื้นฐานตามสหภาพแรงงานสากล (International Labour Organization's Declaration on Fundamental Principles and Rights at Work) นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานของแต่ละประเทศอย่างเคร่งครัด และจัดให้มีคณะกรรมการสวัสดิการซึ่งประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายพนักงานจากสถานที่ปฏิบัติงานต่าง ๆ ของบริษัทจำนวน 22 คน ครอบคลุมพนักงานร้อยละ 87 ของพนักงานทั้งหมด และผู้แทนฝ่ายบริหารจำนวน 7 คน เพื่อร่วมหารือประเด็นด้านค่าตอบแทน สวัสดิการ รวมทั้งสิทธิแรงงานอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกเดือน ในปี 2560 คณะกรรมการได้หารือประเด็นต่างๆ รวมทั้งสิ้น 93 ประเด็น ในเรื่อง ค่าตอบแทน สวัสดิการ สิทธิประโยชน์ต่างๆ และโอกาสในการพัฒนาความก้าวหน้าในสายอาชีพของพนักงาน เป็นต้น

นโยบายในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล

เพื่อพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรและบุคลากรทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติของ ปตท.สผ. ให้พร้อมรองรับการเติบโตทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ปตท.สผ. ได้ปรับปรุงระบบและกระบวนการพัฒนาบุคลากร โดยนำแนวทางการฝึกอบรมและพัฒนาแบบมุ่งพัฒนาขีดความสามารถ (Competency - Based Training and Development) มาใช้อย่างจริงจัง โดยเน้นหลักการพัฒนา 70:20:10 (70% On-the-Job Training : 20% Coaching and Mentoring : 10% Formal Training) เพื่อเร่งรัดให้การพัฒนาบุคลากรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยได้มีการจัดรูปแบบการพัฒนาในแนวทางต่าง ๆ ดังนี้

(ก) จัดฝึกอบรมภายในและภายนอก
ปตท.สผ. ได้จัดฝึกอบรมภายในให้แก่พนักงานและผู้บริหารทุกระดับ รวมทั้งเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้บริหารได้ฝึกอบรม/สัมมนากับสถาบันต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในหลักสูตรต่างๆ ทั้งหลักสูตรทางด้านเทคนิค หลักสูตรเฉพาะด้านตามตำแหน่งงาน หลักสูตรทางด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (SSHE) และหลักสูตรพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการทำงาน เช่น ทักษะทางด้านคอมพิวเตอร์ ทักษะภาษาต่างประเทศ ทักษะการบริหารจัดการ รวมทั้งการพัฒนาภาวะผู้นำ

(ข) จัดทำโปรแกรมฝึกอบรมและพัฒนาระยะยาว
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับพนักงานสำหรับการเข้าปฏิบัติงานในโครงการต่างๆในเวลาที่กำหนด ปตท.สผ. ได้จัดให้มีโปรแกรมฝึกอบรมและพัฒนาพนักงานระยะยาว 1-3 ปี ตามแผนพัฒนารายบุคคล โดยส่งพนักงานเข้ารับการฝึกงานในรูปแบบ on-the-job training ผ่านการปฏิบัติงานในโครงการต่างๆของบริษัท หรือปฏิบัติงานสมทบกับบริษัทร่วมทุน หรือบริษัท Services Company ทั้งในและต่างประเทศ

(ค) สนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่พนักงานเพื่อศึกษาระดับปริญญาโท
ปตท.สผ. ได้สนับสนุนทุนการศึกษาแก่พนักงานเพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโทในมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก ในสาขาต่างๆ ดังนี้

(1) สาขาธรณีศาสตร์ปิโตรเลียม
(2) สาขาวิศวกรรมศาสตร์ปิโตรเลียม
(3) สาขาวิศวกรรมศาสตร์
(4) สาขาวิศวกรรมการเจาะและหลุมเจาะ
(5) สาขาบริหารธุรกิจ

นอกจากนี้  บริษัทฯยังได้สนับสนุนทุนการศึกษาระดับปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย ในสาขาวิชาต่างๆ ดังนี้

(1) สาขาการจัดการ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ 
(2) สาขาธรณีศาสตร์ปิโตรเลียม (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
(3) สาขาธรณีฟิสิกส์ปิโตรเลียม (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

แผนสืบทอดตำแหน่งงานของผู้บริหาร

ปตท.สผ. มีการจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งงาน (Succession Planning) เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงจากการเกษียณอายุและเพื่อบรรจุลงโครงสร้างองค์กรใหม่ที่จะเกิดขึ้นในระยะ 5 ปีตามแผนขยายธุรกิจของบริษัททั้งในและต่างประเทศเพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทในอนาคต โดยมีคณะกรรมการกำกับดูแลและพัฒนาพนักงาน (Career Review Board) เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกผู้ที่มีความเหมาะสมเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งดังกล่าว โดยพิจารณาจากคุณสมบัติตาม PTTEP Management Success Profile ของแต่ละ Business Area (Asset Management, Business Development, Technical Support และ Business Support) ซึ่งประกอบด้วย ขีดความสามารถ (Competency) คุณลักษณะ (Personal Attribute) ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบริษัทและธุรกิจของบริษัท (Organization Knowledge) ประสบการณ์ (Experience) และผลประเมินศักยภาพสูงสุดที่เล็งเห็นได้ในปัจจุบัน (Currently Estimated Potential – CEP) เมื่อได้รายชื่อผู้สืบทอดตำแหน่งงานนั้นๆ แล้ว บริษัทจะมีการกำหนดแผนพัฒนารายบุคคลทั้งระยะสั้นและระยะยาวโดยมุ่งเน้นการพัฒนาทั้งทางด้านความรู้ความสามารถในงาน ทักษะการบริหารจัดการ บุคลิกภาพ และพฤติกรรมการทำงานร่วมกับผู้อื่นตามค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้ผู้สืบทอดตำแหน่งงานมีคุณสมบัติพร้อมที่จะดำรงตำแหน่งได้ตามกำหนดเวลา

การสร้างจูงใจและรักษาพนักงานที่มีความสามารถ

ปตท.สผ. ให้ค่าตอบแทนการทำงานและสวัสดิการในระดับที่สามารถแข่งขันได้กับองค์กรชั้นนำอื่นๆ ในประเทศที่บริษัทเข้าไปดำเนินงาน โดยการพิจารณาให้ค่าตอบแทนจะคำนึงถึงปัจจัย 3 ประการ ได้แก่

  1. ความเท่าเทียมภายในองค์กร โดยพิจารณาจากค่างาน ระดับความรับผิดชอบและสภาพการทำงานที่ใกล้เคียงกัน
  2. ความเท่าเทียมภายนอกองค์กร โดยประเมินเปรียบเทียบค่าตอบแทนกับบริษัทน้ำมันอื่นๆ ภายในประเทศที่บริษัทเข้าไปดำเนินงาน เพื่อพิจารณาปรับฐานเงินเดือนในแต่ละปี
  3. แรงจูงใจและผลการปฏิบัติงานรายบุคคล โดยพิจารณาให้ค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงานผ่านการปรับอัตราค่าตอบแทนประจำปี

นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังมีการให้ความช่วยเหลือและโครงการพิเศษอื่นๆ เช่น การช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย โดยช่วยสมทบดอกเบี้ยที่เกิดจากการจัดหาที่อยู่อาศัย ทุนการศึกษาเพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงานและเพิ่มขีดความสามารถขององค์กร โครงการเตรียมตัวหลังเกษียณ และโครงการสะสมหุ้นสำหรับพนักงาน (EJIP) เป็นต้น สำหรับโครงการสะสมหุ้นสำหรับพนักงาน (EJIP) นั้น มีระยะเวลาโครงการตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปี 2561 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานร่วมลงทุนระยะยาวกับบริษัทฯ โดยการซื้อหุ้นของบริษัทฯในราคาตลาด เพื่อสร้างแรงจูงใจให้พนักงานทุ่มเททำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อให้บริษัทฯมีผลประกอบการตามเป้าหมายที่วางไว้

สิทธิมนุษยชน

ปตท.สผ. มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน โดยเคารพกฎหมายท้องถิ่น วัฒนธรรม ประเพณี และค่านิยม ในการปฏิบัติต่อพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย จากการดำเนินธุรกิจของบริษัท รวมถึงการหลีกเลี่ยงการมีส่วนเกี่ยวข้องในการละเมิดสิทธิมนุษยชน ทั้งในการดำเนินงานของบริษัทและผลักดันเจตนารมณ์ดังกล่าวเป็นแนวทางในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน โดยคาดหวังว่าพนักงาน บริษัทคู่ค้าและผู้รับเหมาที่ปฏิบัติงานในนามของบริษัทจะยึดมั่นในหลักการเดียวกันและให้ความสำคัญในการนำหลักสิทธิมนุษยชนไปปฏิบัติเป็นแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างครบถ้วนในทุกด้าน

พันธสัญญาในด้านสิทธิมนุษยชน

ปตท.สผ. ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนในทุกพื้นที่ที่บริษัทเข้าไปดำเนินการ โดยเป็นหนึ่งในบริษัทที่เข้าร่วมใน United Nations Global Compact (UNGC) ซึ่งต้องรายงานกระบวนการที่ได้นำไปปฏิบัติ การส่งเสริมสิทธิมนุษยชน และผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย อีกทั้งยังมีการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจ กรอบความรับผิดชอบต่อสังคม และปรัชญาการพัฒนาอย่างยั่งยืนซึ่งตั้งอยู่บนหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน (United Nations Guiding Principles on Business and Human Rights หรือ UNGP) ปฏิญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เรื่องหลักการและสิทธิขั้นพื้นฐานในการทำงาน (Declaration on Fundamental Principles and Rights at Work) อีกทั้ง ปตท.สผ. ยังเข้าร่วมเป็นภาคีของข้อตกลงโลกแห่งสหประชาชาติ (UNGC) ตั้งแต่ปี 2554 และการสื่อสารเรื่องความคืบหน้า (COP) ของบริษัทได้บรรลุเกณฑ์ UNGC Advanced Level ตั้งแต่ปี 2558 โดย UNGC มุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจว่าธุรกิจจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม สิ่งนี้บรรลุผลตามหลักการที่ครอบคลุม 10 ประการซึ่งส่วนใหญ่ตกอยู่ในสี่ประเภทของหลักสิทธิมนุษยชน (หลักการ 1-2) แรงงาน (หลักการ 3-6) สภาพแวดล้อมและการต่อต้านการทุจริต ทั้งนี้ บริษัทยังได้รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามหลักการ 10 ประการในการสื่อสารเรื่องความคืบหน้า โดยสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ UNGC สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังมีนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนตามแนวทางของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนและกรอบ Ruggie Framework และบริษัทยังคาดหวังให้พนักงานของบริษัทปฏิบัติตามนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนของ ปตท.สผ. และมุ่งมั่นร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจและคู่ค้าในการดำเนินธุรกิจใดๆ ของบริษัทโดยยึดมั่นในหลักการด้านการต่อสิทธิมนุษยชน

ดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ

กลุ่ม ปตท.สผ. ยึดมั่นใน ”การกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมธุรกิจ” ในการดำเนินธุรกิจโดยจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเคารพต่อหลักสิทธิมนุษยชน และคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในฐานะองค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคม บริษัทมุ่งเน้นให้บุคลากรของ ปตท.สผ. และสถานประกอบการของบริษัทนำนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ตลอดจนติดตามผลและปรับปรุงแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ค้าและคู่ค้าทางธุรกิจปฏิบัติเช่นเดียวกัน

พันธมิตรทางธุรกิจ

ปตท.สผ. คาดหวังว่าพันธมิตรทางธุรกิจจะให้ความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนและปฏิบัติตามบรรทัดฐานสากลที่สอดคล้องกับแนวทางของ ปตท.สผ. ในการส่งเสริม สนับสนุน และผลักดันให้ผู้ร่วมทุนบริหารจัดการกับประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนตามมาตรฐานที่ยึดมั่นร่วมกัน รวมถึงการร่วมมือกับผู้ร่วมทุนผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านแนวปฏิบัติที่ดี การพัฒนาแนวปฏิบัติที่เหมาะสมในการบริหารประเด็นความเสี่ยงและร่วมมือพัฒนาแนวปฏิบัติในขอบเขตการดําเนินงานร่วมกันเพื่อกิจการร่วมทุน (Joint Operating Agreement) โดยยึดหลักความร่วมมือและความโปร่งใสเป็นปัจจัยสำคัญ

ความร่วมมือสร้างห่วงโซ่อุปทานที่มีความรับผิดชอบ

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการดำเนินงานอย่างปลอดภัย ยั่งยืน ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม คู่ค้าและผู้รับเหมาของ ปตท.สผ. ได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะร่วมผลักดันให้ห่วงโซ่อุปทานของกลุ่ม ปตท.สผ. ดำเนินงานได้อย่างยั่งยืนโดยเริ่มจากการลงนามร่วมกันในแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ทั้งนี้บริษัทได้กำหนดกระบวนการประเมินและตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ค้าทั้งก่อนการสรรหาและระหว่างการดำเนินงานตามสัญญา โดยเฉพาะคู่ค้าที่สำคัญ (Critical Supplier) และกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อให้แน่ใจว่าการดำเนินงานของผู้ค้าเป็นไปตามมาตรฐาน สัญญา และจรรยาบรรณ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงอันอาจเกิดต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมซึ่งรวมถึงการเคารพต่อสิทธิมนุษยชนด้วย

แนวทางการบริหารจัดการ

ในการนำนโยบายด้านสิทธิมนุษยชนไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และแสดงให้เห็นถึงการเคารพในสิทธิมนุษยชนและป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เชื่อมโยงกับธุรกิจ ปตท.สผ. ได้พัฒนาระบบการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนโดยมีขั้นตอนหลักดังนี้ (1) ตรวจสอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน (2) จัดทำมาตรการป้องกันบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น (3) บูรณาการแผนการดำเนินงานในระดับปฏิบัติการและระดับองค์กร และ (4) ติดตามและรายงานผลการดำเนินงานต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง โดยกิจกรรมการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนในกลุ่ม ปตท.สผ. ได้แก่

การตรวจสอบการดำเนินงาน (Due Diligence) ด้านสิทธิมนุษยชน

ปตท.สผ. จัดทำกระบวนการตรวจสอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน (Due Diligence Process) ให้เป็นส่วนหนึ่งของระบบการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Management System) ซึ่่งการตรวจสอบการดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนประกอบด้วย การประเมินความเสี่ยงทางด้านสิทธิมนุษยชน การกำหนดแผนและแนวทางการแก้ไขเพื่อลดความเสี่ยงที่มีระดับปานกลางถึงสูง รวมถึงการเฝ้าระวังและติดตามความเสี่ยงดังกล่าว

นอกจากนี้ ระบบการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัท ยังได้ระบุข้อกำหนดเกี่ยวกับการระบุประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนไว้อย่างชัดเจน ซึ่งจำแนกได้เป็นห้ากลุ่มหลัก ได้แก่ประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับพนักงาน ชุมชน ห่วงโซ่อุปทาน สิ่งแวดล้อม และการรักษาความปลอดภัย และพิจารณาครอบคลุมกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องทุกกลุ่มรวมถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาส เช่น เยาวชน ชนกลุ่มน้อย ชนพื้นเมือง และแรงงานข้ามชาติ โดยพิจารณาความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนจาก 2 ปัจจัย ได้แก่ ความเป็นไปได้ที่จะเกิดประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนและผลกระทบ สอดคล้องกับมาตรฐานของกลุ่ม ปตท. และแนวปฏิบัติด้าน Due Diligence ของ IPIECA

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาตรฐานของกลุ่ม ปตท. สามารถเข้าถึงได้จากเว็บไซต์ของ ปตท. หัวข้อสิทธิมนุษยชน

ความเสี่ยงทางด้านสิทธิมนุษยชนและแนวทางการแก้ไขเพื่อลดความเสี่ยง

ปตท.สผ. ได้ดำเนินการประเมินความเสี่ยงในด้านสิทธิมนุษยชนตั้งแต่ปี 2557 เพื่อประเมินและกำหนดแนวทางลดความเสี่ยงในด้านสิทธิมนุษยชนทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท   

ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนของ ปตท.สผ. ในทุกรายการจะถูกระบุในบันทึกความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่บริษัทจัดทำขึ้น ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมหลักทั้งพื้นที่บนบกและนอกชายฝั่งทะเล ได้แก่ การวัดค่าความไหวสะเทือน การขุดเจาะเพื่อสำรวจและประเมินผล การพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมและการผลิต การจ้างงาน การบริหารห่วงโซ่อุปทาน การบริหารความมั่นคง และการเข้าซื้อกิจการหรือร่วมทุน เป็นต้น

จากการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนของบริษัทในปี 2560 บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนในโครงการย้ายชุมชนจากพื้นที่ปฏิบัติการสู่แหล่งที่พักใหม่ในโครงการโมซัมบิก โรวูมา ออฟชอร์ แอเรีย วัน ที่บริษัทเป็นผู้ร่วมทุน เพื่อให้แน่ใจว่าการบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ปตท.สผ. ตลอดจนผู้ร่วมทุนอื่นในโครงการได้ร่วมกันพัฒนาโครงการย้ายชุมชน (Resettlement Program) กระบวนการการมีส่วนร่วมของชุมชน ตลอดจนมาตรการการดำเนินงานต่างๆ ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล อาทิ หลักการ Equator มาตรฐานการดำเนินงานของบริษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC Performance Standards) โดยมีเป้าหมายให้เกิดความเสมอภาคและเกิดผลกระทบต่อวิถีชีวิตชุมชนน้อยที่สุด ซึ่งในปัจจุบันโครงการย้ายชุมชนนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการสื่อสารและจัดให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ โดยโครงการพัฒนาชุมชนที่ออกแบบร่วมกันนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูให้ชุมชนที่ย้ายสู่พื้นที่ใหม่ได้ปรับตัวแต่ยังได้พัฒนาคุณภาพชีวิตและมาตรฐานการครองชีพที่ดีขึ้น

ปัจจุบันโครงการโมซัมบิก โรวูมา ออฟชอร์ แอเรีย วัน เป็นโครงการเดียวภายใต้การลงทุนของบริษัทที่มีโครงการย้ายชุมชนคิดเป็นร้อยละ 3 ของโครงการลงทุนทั้งหมด (1 โครงการจากทั้งหมด 36 โครงการ) และได้มีการวางแผนกำหนดแนวทางแก้ไขและติดตามการบริหารจัดการเพื่อลดความเสี่ยงในการบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชนดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยครบถ้วนแล้ว

สามารถดาวน์โหลด นโยบายด้านสิทธิมนุษยชน ได้จากเอกสารที่เกี่ยวข้องด้านล่าง