Menu

นวัตกรรมและการจัดการความรู้องค์กร

การพัฒนาเทคโนโลยีของ ปตท.สผ.

ปตท.สผ. มีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นองค์กรที่มีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม รวมทั้งสร้างโอกาสในธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน

บริษัทมีการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เช่น บริษัทในกลุ่ม ปตท. หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา โดยมีการพัฒนาเทคโนโลยีใน 3 กลุ่ม ได้แก่

  1. เทคโนโลยีสำหรับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมและงานรื้อถอน (Exploration, Production and Decommissioning Technology)
  2. เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ (AI & Robotics)
  3. เทคโนโลยีสำหรับการผลิตไฟฟ้าและเทคโนโลยีใหม่ที่มีแนวโน้มการเติบโตในอนาคต (Electrification & Future Technology)

ความสำเร็จในการประยุกต์ วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีของ ปตท.สผ. ที่ผ่านมา

1. เทคโนโลยีสำหรับการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมและงานรื้อถอน (Exploration, Production and Decommissioning Technology) เช่น

เทคโนโลยีการสำรวจทางธรณีฟิสิกส์

โครงการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic) ติดตามการเคลื่อนที่ของน้ำและน้ำมันในแหล่งกักเก็บปิโตรเลียมระหว่างการผลิตน้ำมันโดยใช้การอัดน้ำ โครงการนี้ได้ดำเนินการสำรวจในภาคสนามและพัฒนาระบบโปรแกรมประมวลผลข้อมูลคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้สำเร็จ โดยผลที่ได้จะนำมาช่วยในการติดตามผลการอัดน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ปตท.สผ. Japan Oil, Gas and Metals National Corporation (JOGMEC) และมหาวิทยาลัยมหิดล

เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปิโตรเลียม

โครงการวิจัยและพัฒนาสารเคมีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแยกน้ำออกจากน้ำมัน (Demulsifier) ซึ่งเป็นความร่วมมือกับสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) โครงการพัฒนาโปรแกรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนการผลิตก๊าซ ซึ่งได้มีการนำไปใช้ในแหล่งผลิตปิโตรเลียมบงกช อาทิตย์ และซอติก้าแล้ว

เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม

โครงการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ เช่น โครงการวิจัยและพัฒนาการเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า เช่น วัสดุในอุตสาหกรรมก่อสร้าง โพลีเมอร์ และอื่นๆ

ปตท.สผ. ตระนักถึงความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ จึงมุ่งศึกษาโครงการเพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการประกอบกิจกรรมปิโตรเลียมในอนาคต

เทคโนโลยีเพื่องานรื้อถอนในอนาคต

งานรื้อถอนสิ่งติดตั้งในการประกอบกิจการปิโตรเลียมเป็นส่วนหนึ่งของวัฎจักรของธุรกิจน้ำมันและก๊าซ ที่เมื่อสิ้นสุดการผลิตปิโตรเลียมแล้ว ทุกบริษัทต้องดำเนินการรื้อถอนโดยคำนึงถึงความปลอดภัยและความรับผิดชอบในกิจกรรมการรื้อถอน ปตท.สผ. จึงริเริ่มโครงการพัฒนาสารเคมีสำหรับล้างสารปนเปื้อนและพัฒนาอุปกรณ์เก็บตัวอย่างในท่อส่งปิโตรเลียมใต้ท้องทะเลตามกระบวนการมาตรฐานระดับสากล เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสารปนเปื้อนที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถปล่อยท่อไว้ในทะเล โดยร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในการพัฒนาสารเคมี และบริษัท ดาคอนอินสเป็คชั่น เซอร์วิสเซส จำกัด ในการพัฒนานวัตกรรมในการเก็บตัวอย่างในระบบท่อส่งปิโตรเลียมใต้ทะเล ซึ่งปัจจุบันประสบความสำเร็จในการพัฒนาสารเคมีและอุปกรณ์เก็บตัวอย่างในระดับต้นแบบแล้ว

นอกจากนี้ โครงการศึกษาดังกล่าวข้างต้น ซึ่งเป็นการรองรับการรื้อถอนของโครงสร้างท่อส่งปิโตรเลียมทางทะเลแล้ว ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการศึกษาต่างๆ อีกมากมายเพื่อรองรับงานการปิดสละหลุม รวมถึงศึกษาเทคนิคในการรื้อถอนแบบใหม่เพื่อลดต้นทุนในการรื้อถอนแท่นหลุมผลิต เป็นต้น ซึ่งคาดว่าโครงการเหล่านี้จะสามารถเพิ่มขีดความสามารถของบริษัทในด้านงานรื้อถอนในอนาคตได้เป็นอย่างดี

2. เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ เช่น

โครงการพัฒนาหุ่นยนต์สำรวจใต้ทะเลแบบอัตโนมัติ (Autonomous Underwater Vehicle - AUV) ซึ่ง ปตท.สผ. ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์พัฒนาขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบท่อส่งปิโตรเลียมใต้ทะเล โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการทดสอบการใช้งานหุ่นยนต์ในสภาพแวดล้อมจริง

โครงการพัฒนาหุ่นยนต์ตรวจสอบและซ่อมท่อส่งปิโตรเลียมใต้ทะเล (Subsea Flowline Control and Repair Robot) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบความเสียหายและซ่อมแซมท่อส่งปิโตรเลียมใต้ทะเล โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการออกแบบทางวิศวกรรมของหุ่นยนต์ต้นแบบ

นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการจัดตั้งบริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์อีกด้วย

3. เทคโนโลยีสำหรับการผลิตไฟฟ้าและเทคโนโลยีใหม่ที่มีแนวโน้มการเติบโตในอนาคต เช่น

โครงการพัฒนาแบตเตอรี่แบบลิเธียม ซัลเฟอร์ ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ที่ให้พลังงานสูงแต่มีขนาดเล็ก โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาในระดับห้องปฏิบัติการ นอกจากนี้บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการศึกษาแนวโน้มเทคโนโลยีที่มีโอกาสเติบโตในอนาคตเพื่อประกอบการพิจารณาในการพัฒนาเทคโนโลยีในกลุ่มนี้เพิ่มเติมอีกด้วย

 

การจัดการองค์ความรู้

ปตท.สผ. มุ่งเน้นการบริหารองค์ความรู้ใน 3 มิติ คือ สร้าง แลกเปลี่ยน และ ประยุกต์ใช้องค์ความรู้

บริษัทส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ความเข้าใจในแนวทางและการบริหารองค์ความรู้ให้ถูกต้องและสัมฤทธิ์ผล โดยหวังให้พนักงานนำความรู้ที่เกิดขึ้นจากการทำงานมาแลกเปลี่ยน เรียนรู้และนำกลับมาปรับใช้ในการทำงานทุกครั้ง เพื่อลดความผิดพลาด เพิ่มขีดความสามารถในการแก้ปัญหา ตลอดจนสามารถจัดทำมาตรฐานการทำงานใหม่ๆ และต่อยอดองค์ความรู้ให้เกิดเป็นนวัตกรรมได้

บริษัทมีการวางแผน กำหนดมาตรฐาน และตั้งเป้าหมายการบริหารองค์ความรู้ ให้ ปตท.สผ. เป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมที่มีสมรรถนะสูง และมีความสอดคล้องกับการบริหารองค์ความรู้ของบริษัทในกลุ่ม ปตท. โดยมีการประเมินการบริหารองค์ความรู้ (Knowledge Management Maturity Assessment : KM MA) ที่เทียบเคียงได้กับมาตรฐานในระดับสากลเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ทราบถึงสถานภาพการบริหารองค์ความรู้ และสามารถกำหนดมาตรการเพื่อให้การบริหารองค์ความรู้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานของพนักงานทั้งองค์กร และมีการนำไปต่อยอดจนเกิดนวัตกรรมได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังมีการจัดกิจกรรมและโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนกระบวนการบริหารองค์ความรู้ โดยมุ่งเน้นให้ผู้บริหารระดับสูงมีการสื่อสารวิสัยทัศน์ในเรื่องการบริหารองค์ความรู้และเป็นต้นแบบในการดำเนินงาน มีการพัฒนาระบบการบริหารองค์ความรู้ที่เป็นมาตรฐาน มีการเชิญวิทยากรทั้งภายในและภายนอกมาให้ความรู้กับพนักงาน รวมถึงมีการจัดตั้ง Community Of Practice ให้พนักงานแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ที่ได้จากการทำงาน และนำความรู้ที่ได้ไปจัดเก็บในฐานข้อมูลการบริหารองค์ความรู้ (KM Portal)