Menu

การบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

แนวทางการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียclose | open

การบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียนับเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะช่วยลดผลกระทบอันไม่พึงปรารถนา เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและการดำเนินงานของ ปตท.สผ. ในการนี้ ปตท.สผ. ได้จัดทำเอกสารแนวทางการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียขึ้น เพื่อให้หน่วยงานนำไปปฏิบัติ

การจำแนกและระบุระดับความสำคัญของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จะช่วยให้เราสามารถวางแผนงานเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้อย่างเหมาะสม โดยกระบวนการบริหารจัดการนั้นมีเป้าหมายสำคัญคือ การที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้ความเชื่อถือไว้วางใจและสนับสนุนการดำเนินงานของ ปตท.สผ. การจะได้มาซึ่งผลสัมฤทธิ์ดังกล่าวมีความจำเป็นที่จะต้องใช้แนวทางการดำเนินงานที่มีความเหมาะสมแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และสภาพแวดล้อม

Stakeholder Management Process


ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าถึงได้จาก รายงานความยั่งยืนประจำปี 2561

กิจกรรมสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียclose | open

ปตท.สผ. มีกิจกรรมสัมพันธ์ที่หลากหลายกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น การปรึกษาหารือสาธารณะ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลโครงการและรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สำหรับการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมถึงการแจ้งแผนงาน การรายงานผลของการติดตามตรวจสอบและบรรเทาผลกระทบ การเข้าร่วมประชุมกับหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ จนถึงการร่วมกิจกรรมทางศาสนาและเทศกาลต่างๆ ของชุมชนในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นหลักปฏิบัติปกติของ ปตท.สผ.

ตัวอย่างเช่น โครงการเมียนมาได้เชิญหน่วยงานภาครัฐส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ผู้แทนของบริษัทน้ำมันและก๊าซพม่า เข้าร่วมการประชุมชดเชยที่ดินและพืชผล และการจ่ายค่าเช่าที่ดิน หรือการเข้าร่วมพิธีทอดกฐินหรือการถวายเทียนพรรษาให้แก่วัด เนื่องในโอกาสเข้าพรรษา

นอกจากนี้ กิจกรรมที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ การจัดทัศนศึกษาที่ศูนย์นิทรรศการปิยชาตินิทรรศที่แหล่งสิริกิต์ เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสำรวจแลผลิตปิโตรเลียมมากขึ้น ปตท.สผ. ยังได้ต้อนรับผู้เยี่ยมชมหลากหลายกลุ่ม เช่น สื่อมวลชน นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ ฯลฯ จากทั่วประเทศที่พื้นที่ปฏิบัติการแต่ละแห่ง รวมถึงกิจกรรมสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ดังที่แสดงไว้

โดยในปี 2561 ไม่มีการร้องเรียนใดๆ จากชุมชนที่ส่งผลกระทบกับการดำเนินงานของ ปตท.สผ.

 

สนับสนุนงานประเพณีวิ่งแหวกทะเลสู่เกาะพิทักษ์

ปตท.สผ. สนับสนุนงานประเพณีวิ่งแหวกทะเลสู่เกาะพิทักษ์ หลังสวนมินิมาราธอน ครั้งที่ 14 โดยมีนายเลิศพรไชย ไชยฤทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธี



ทุนการศึกษา ปตท.สผ. สำหรับจังหวัดชุมพร

ปตท.สผ. มอบทุนการศึกษาจำนวน 105 ทุน ให้แก่นักเรียนใน 14 โรงเรียน ในเขตพื้นที่อำเภอสวีและอำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร โดยได้จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 12

ทุนการศึกษาฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียม

ปตท.สผ. โดยฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียม จังหวัดสงขลา จัดพิธีมอบทุนการศึกษาประจำปีครั้งที่ 29 ให้แก่นักเรียนใน 11 โรงเรียน ในเขตพื้นที่อำเภอสิงหนคร จำนวน 296 ทุน เป็นเงิน 559,000 บาท โดยมีนายดลเดช พัฒนรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาให้เกียรติเป็นประธานในพิธี โดยมีนายอำเภอสิงหนคร ตัวแทนจากพลังงานจังหวัดสงขลา รองผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาสงขลาเขต 1 และแขกผู้มีเกียรติในพื้นที่ร่วมมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้

มอบท่อผลิตปิโตรเลียมปลดระวางแก่หน่วยงานราชการและชุมชนในเอส 1

ปตท.สผ. โครงการเอส 1 มอบท่อผลิตปิโตรเลียมปลดระวาง จำนวน 31,154 ท่อน แก่ ส่วนราชการ สถานศึกษา วัด และชุมชนในพื้นที่ปฏิบัติงาน เป็นจำนวนทั้งหมด 80 หน่วยงาน และมอบวัสดุคงคลังปลดระวางให้แก่ กรมพลังงานทหาร เพื่อให้แต่ละหน่วยงานนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป

ซ่อมบำรุงทุ่นจอดเรือบริเวณเรือหลวงปราบ

ปตท.สผ. และชมรมดำน้ำ ปตท.สผ. มอบทุ่นจอดเรือ จำนวน 11 ทุ่น แก่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร พร้อมจัดกิจกรรมซ่อมบำรุงทุ่นจอดเรือบริเวณเรือหลวงปราบ และแหล่งดำน้ำบริเวณใกล้เคียง ภายใต้โครงการแหล่งเรียนรู้เรือหลวงไทยใต้ทะเล เพื่อให้มีจำนวนทุ่นเพียงพอต่อการจอดเรือและลดปัญหาการทิ้งสมอเรือในแนวปะการัง ณ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จังหวัดชุมพร

จัดฝึกอบรมวิชาชีพหลักสูตร “การทำขนมไทย”

ปตท.สผ. ร่วมกับสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานชุมพร จัดโครงการฝึกอบรมวิชาชีพ ครั้งที่ 14 หลักสูตรการทำขนมไทย แก่ชุมชนบ้านท้องตมใหญ่ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร โดยมุ่งเน้นให้ผู้ที่เข้ารับการฝึกอบรมพัฒนาทักษะการทำขนมไทยเพื่อประกอบเป็นอาชีพเสริม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการนำรายได้สู่ครัวเรือน


ปตท.สผ. S1 Fun Run 2018

ปตท.สผ. โครงการเอส 1 จัดกิจกรรม “S1 Fun Run 2018” ณ อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร กิจกรรมครั้งนี้ บริษัทผู้รับเหมา หน่วยงานราชการ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมรวม 1,500 คน และสามารถรวบเงินสนับสนุนเข้ากองทุนลานกระบือรวมใจ จำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 154,260 บาท

โครงการรักเพื่อนบ้าน โดย ปตท.สผ. โครงการเอส 1

ผู้บริหารและพนักงาน ปตท.สผ. โครงการเอส 1 พร้อมด้วยผู้รับเหมาและผู้รับเหมา ร่วมกับครู นักเรียน ผู้ปกครองโรงเรียนวัดกกแรต นายกอบต.กกแรต กำนัน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลกกแรต ดำเนินการก่อสร้างธนาคารขยะรีไซเคิล และทาสีรั้ว เครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น แก่ โรงเรียนวัดกกแรต อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย ในโครงการรักเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นกิจกรรมจิตอาสาที่เพื่อนพนักงานร่วมแรงร่วมใจกับชุมชนปรับปรุงและพัฒนาชุมชนในพื้นที่ปฏิบัติการ

โครงการ “ปตท.สผ. ปันความรู้สู่เยาวชนรักษ์บ้านเกิด” ครั้งที่ 4

ปตท.สผ. ร่วมกับสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนและป่าชายฝั่ง (ระนอง) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จัดโครงการ "ปตท.สผ. ปันความรู้ สู่เยาวชนรักษ์บ้านเกิด" ครั้งที่ 4 โดยนำเยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายในพื้นที่จังหวัดระนอง จำนวน 73 คน จาก 10 โรงเรียน เข้าร่วมเรียนรู้ธรรมชาตินอกห้องเรียนผ่านการสัมผัสจริง เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้และตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่บ้านเกิดตนเอง ซึ่งจะนำมาสู่การอนุรักษ์และหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อไป โดยแบ่งกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียน ได้แก่ กิจกรรมศึกษาเส้นทางธรรมชาติป่าชายเลน และกิจกรรมเรียนรู้ระบบนิเวศทางทะเล ณ สถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามัน

การฝึกซ้อมแผนป้องกันภัยและระงับอัคคีภัยกับหน่วยงานภาครัฐและชุมชนในอำเภอลานกระบือ

ปตท.สผ. โครงการเอส 1 ได้จัดฝึกซ้อมแผนป้องกันภัยและระงับอัคคีภัยระหว่างบริษัท หน่วยงานของรัฐ และชุมชนเพื่อเตรียมความพร้อมในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉินและเพื่อเป็นการทดสอบการสื่อสารและการประสานงานระหว่างกัน

กิจกรรมเพื่อสังคมและการสื่อสารต่อผู้ส่วนได้ส่วนเสีย

ปตท.สผ. ฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียม จังหวัดสงขลา ได้จัดให้มีกิจกรรมแบ่งปันความรู้เรื่องภารกิจของ ปตท.สผ. ที่มีต่อสังคมและให้ความรู้เรื่องกิจกรรมเพื่อสังคมรวมทั้งให้คำแนะนำเกี่ยวกับการสื่อสารต่อผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท แก่พนักงานและผู้รับเหมา ในโอกาสการจัดกิจกรรม SSHE Day

การบริหารจัดการประเด็นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียclose | open

แนวทางการบริหารประเด็นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ ปตท.สผ. 


หนึ่งในปัจจัยสำคัญในการนำ ปตท.สผ. มุ่งสู่บริษัทที่มั่นคงและยั่งยืนคือ การสร้างและดำรงความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและความสามารถในการบริหารจัดการผลกระทบจากการปฏิบัติงานต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม  ปตท.สผ. ได้พัฒนาระบบการบริหารประเด็นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือ Issue and Stakeholder Management System (ISMS) เพื่อช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงด้านสังคมให้เป็นระบบมาตรฐานเดียวกันทั้งของพื้นที่ปฏิบัติการทั้งในและต่างประเทศ โดย ISMS เป็นระบบเชิงรุกที่แนะนำวิธีวิเคราะห์ วางแผน วัดผล และติดตามผลกระทบทางสังคม มุ่งเน้นในเรื่องการวิเคราะห์ความเสี่ยงทางด้านสังคม ISMS จะแสดงให้เห็นถึงการบรรเทาความเสี่ยงทางสังคมโดยการควบคุมผลกระทบที่เกิดจากการปฏิบัติงานของบริษัท การริเริ่มหรือปรับเปลี่ยนโครงการพัฒนาสังคมตามควร และการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเหมาะสม

กรอบการดำเนินงานของ ISMS ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน

  • การกำหนดเนื้อหา: การตั้งวัตถุประสงค์การวิเคราะห์ ระบุรายละเอียดโครงการ รวมถึงบริบททั้งจากภายในและภายนอกที่อาจจะส่งผลกระทบต่อวัตถุประสงค์ที่วางไว้
  • การวิเคราะห์: ดำเนินการวิเคราะห์ความเสี่ยงทางด้านสังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับโครงการและทำการประเมินความสำคัญเพื่อนำมาพัฒนาแผนการบริหารจัดการ
  • การปฏิบัติ: ดำเนินแผนการการบริหารประเด็นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน
  • การประเมินผลโครงการและสื่อสาร: ทำการประเมินผลการดำเนินงานและแจ้งให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทราบ

ปตท.สผ. สนับสนุนให้ทุกพื้นที่ที่ ปตท.สผ. ดำเนินการนำระบบการบริหารประเด็นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (ISMS) ไปใช้วิเคราะห์ความเสี่ยงทางด้านสังคมตั้งแต่เริ่มโครงการสำรวจและผลิต ตลอดจนถึงการสละหลุม และได้นำ ISMS ไปใช้ในการวิเคราะห์ความเสี่ยงทางด้านสังคมทุกโครงการที่ ปตท.สผ. เป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมดตั้งแต่ปี 2558 โดยระบบดังกล่าวได้ช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจเรื่องการจัดการทางด้านสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้น ปตท.สผ. กำหนดให้ทุกโครงการทบทวนและทำการประเมินความเสี่ยงทางด้านสังคมผ่านระบบ ISMS ในทุกปีอีกด้วย นอกจากนี้พนักงานชุมชนสัมพันธ์จะต้องส่งรายงานความก้าวหน้าและประเมินผลกิจกรรมต่างๆ ทุกเดือนให้กับสำนักงานใหญ่

ตัวอย่างที่ดีของผลการวิเคราะห์ความเสี่ยงโดย ISMS คือการที่ ปตท.สผ. สามารถระบุกลุ่มประมงที่เป็นผู้นำทางความคิดในพื้นที่ และประเด็นความกังวลที่อาจมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ  ส่งผลให้ปตท.สผ. ร่วมกับกลุ่มประมงจัดทำ ”โครงการศูนย์การเรียนรู้เพาะฟักลูกปู” โครงการเพื่อสังคมที่เป็นส่วนหนึ่งของแผนบรรเทาผลกระทบ  ปัจจุบันกลุ่มประมงนี้เป็นพันธมิตรของบริษัทฯ ในการดำเนินการ โครงการศูนย์การเรียนรู้เพาะฟักลูกปู และได้มีการต่อยอดขยายโครงการไปยังพื้นที่อื่นๆ อีกด้วย โครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการเพื่อสังคมของ ปตท.สผ. ที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ในการสร้างมูลค่าด้านเศรษฐกิจแก่ผู้ประกอบอาชีพประมงและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในพื้นที่ดำเนินการของฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียม จังหวัดสงขลา                                                                            

เพื่อประเมินความสำเร็จในการบริหารจัดการประเด็นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ปฏิบัติการ ปตท.สผ. ทำการสำรวจความผูกพันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อองค์กรในพื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อประเมินระดับความผูกพันของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและนำผลการสำรวจมาจัดทำแผนพัฒนาเพื่อเพิ่มระดับความผูกพันให้ถึงระดับ “สนับสนุน” โดยในปี 2559 ปตท.สผ. ได้เริ่มทำการสำรวจฯ ในพื้นที่ 3 โครงการหลักในประเทศ ได้แก่ โครงการฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียม จังหวัดสงขลา โครงการเอส 1 จังหวัดกำแพงเพชร สุโขทัยและพิษณุโลก และโครงการพีทีทีอีพี 1 จังหวัดสุพรรณบุรีและจังหวัดนครปฐม โดยได้ทำการสำรวจฯ เพิ่มเติมในพื้นที่โครงการสินภูฮ่อม จังหวัดอุดรธานีและจังหวัดขอนแก่น โครงการซอติก้า สหภาพสาธารณรัฐเมียนมา และโครงการฟรีคลินิก ประเทศอินโดนีเซียในปี พ.ศ. 2561

นอกจากนั้น ISMS ยังมุ่งที่จะนำการพิจารณาความเสี่ยงทางสังคมมาเป็นหนึ่งในปัจจัยในการตัดสินใจทางธุรกิจ การวิเคราะห์ผลกระทบทางสังคมด้วย ISMS จะนำไปสู่การพัฒนาแผนการลดผลกระทบและโครงการพัฒนาสังคม อย่างเหมาะสม ทำให้ ปตท.สผ. สามารถสร้างประโยชน์ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและบริษัทได้อย่างสูงสุด 

การรับเรื่องร้องเรียนclose | open

การรับเรื่องร้องเรียน

ปตท.สผ. ได้จัดหากลไกการรับเรื่องร้องเรียนอย่างหลากหลายเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ในพื้นที่ปฏิบัติการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถส่งเรื่องร้องเรียนตรงมาที่เจ้าหน้าที่ชุมชนสัมพันธ์ ที่อยู่ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ หรือ ส่งตรงมายังผู้รับผิดชอบในส่วนกลาง โดยกลไกการร้องเรียนมี 2 วิธีคือ

1. ระบบการจัดการเหตุการณ์ (Incident Management System) เป็นระบบสำหรับรายงานเหตุการณ์และเรื่องร้องเรียน ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการฝึกอบรมจะรับและบันทึกคำร้องเรียนจากชุมชนเข้าระบบ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ทางส่วนกลางจะสามารถเข้าไปดูข้อมูลได้

2. เว็บไซท์ของบริษัท ได้จัดช่องทางส่งคำร้องเรียนผ่าน "Contact Us" และเบอร์โทรศัพท์สายตรงที่เบอร์ +66 (0) 2537-4000 โดยช่องทางนี้เป็นการรวบรวมคำร้องเรียนต่างๆ ไว้ที่ศูนย์เดียวกัน เพื่อให้แต่ละแผนกที่เกี่ยวข้องสามารถเข้ามาติดตามและแก้ไข โดยสามารถเข้าถึงได้จากการรับเรื่องร้องเรียนของกลุ่ม ปตท.สผ.

นอกจากนี้ ปตท.สผ. ได้พัฒนาแนวทางการรับเรื่องร้องเรียนขึ้น เพื่อสร้างระบบการรับเรื่องร้องเรียนที่แข็งแกร่ง เพื่อให้ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของบริษัทแจ้งข้อร้องเรียน และเพื่อให้แน่ใจว่าได้มีการจัดการแก้ไขข้อร้องเรียนดังกล่าวภายในเวลาที่เหมาะสม

แบบการบันทึกข้อร้องเรียนจะใช้เพื่อติดตามข้อร้องเรียนจนกระทั่งปิดเรื่อง ในขณะที่ระบบการจัดการเหตุการณ์ (IMS) จะใช้เพื่อติดตามการบริหารจัดการเรื่องร้องเรียนดังกล่าว

ระบบการจัดการเรื่องร้องเรีย


ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าถึงได้จาก Grievance Handling Guideline

การย้ายถิ่น

ในการดำเนินกิจกรรมของ ปตท.สผ. ไม่อาจเลี่ยงที่จะต้องเข้าใช้หรือผ่านเพื่อเข้าพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ส่วนบุคคลได้ ในหลายๆ ครั้งการได้มาซึ่งสิทธิ์ในการใช้พื้นที่เพื่อปฏิบัติงานนั้น อาจทำให้เกิดการย้ายถิ่นฐาน อาทิ การย้ายถิ่นที่พักอาศัย หรือแหล่งประกอบสัมมาอาชีพ รวมไปถึงการสูญเสียทรัพย์สิน สิ่งปลูกสร้าง หรือการเข้าถึงทรัพย์ นำมาซึ่งการสูญเสียแหล่งรายได้ของกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ในการให้ได้มาซึ่งพื้นที่ปฏิบัติการนั้นบริษัทมุ่งหวังที่จะได้รับความร่วมมือด้วยความเต็มใจจากเจ้าของพื้นที่หรือผู้ใช้พื้นที่ร่วมมากกว่าการบังคับใช้ตามกฎหมาย ดังนั้น ปตท.สผ. จึงได้พัฒนาคู่มือการลดผลกระทบจากการย้ายถิ่นฐาน (PTTEP Involuntary Resettlement Guideline) โดยใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการย้ายถิ่นฐานและรักษาความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการให้ได้มาซึ่งพื้นที่ปฏิบัติการนั้น โดยภาพรวมของ Involuntary Resettlement Process ของ ปตท.สผ. ดังแสดงในรูปภาพด้านล่างนี้


จนถึงปัจจุบัน ปตท.สผ. ไม่เคยทำการย้ายถิ่นฐานของชุมชนใดๆ เพื่อการปฏิบัติงานของบริษัท อย่างไรก็ดีบริษัทได้จัดให้มีระบบรองรับเพื่อหารบริหารจัดการและประเมินความมีประมิทธิภาพของการดำเนินการ

ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเข้าถึงได้จาก Involuntary Resettlement Guideline และ รายงานความยั่งยืนประจำปี 2561