Menu

ภาพรวม SSHE ใน ปตท.สผ.

ความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (SSHE)

ปตท.สผ. ยึดถือความปลอดภัยเป็นปัจจัยหลักในการดำเนินธุรกิจและมุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุด้วยการปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยในเชิงรุก โดยมีเป้าหมายสถิติอุบัติเหตุที่เป็นศูนย์ (Target Zero) รวมถึงให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยทั้งในกระบวนการผลิต (Process Safety) และความปลอดภัยของบุคคล (Personal Safety) ที่ครอบคลุมทั้งบุคลากรและผู้รับเหมาทั้งหมด โดยใช้ระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (Safety, Security, Health and Environment Management System) ที่สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทและเทียบเคียงกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยฯ ในระดับสากล เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกคนที่ร่วมงานกับบริษัทจะสามารถกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย ตลอดจนเพื่อป้องกันอุบัติเหตุร้ายแรงและผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและสิ่งแวดล้อม

การบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินและวิกฤตการณ์

ปตท.สผ. ตระหนักดีว่าธุรกิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเป็นธุรกิจที่ต้องใช้มาตรฐานด้านความปลอดภัยสูง ดังนั้น ปตท.สผ. จึงได้พัฒนาแผนการบริหารการจัดการภาวะฉุกเฉินและวิกฤตการณ์ภายใต้ข้อกำหนดของระบบการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ซึ่งกำหนดโครงสร้างของระบบเพื่อเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินและสภาวะวิกฤตโดยให้ความสำคัญและคำนึงถึงการปกป้องชีวิต สิ่งแวดล้อม ทรัพย์สินและชื่อเสียงขององค์กร การเชื่อมโยงแผนการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินและสภาวะวิกฤตของพื้นที่ปฏิบัติการทั้งหมดจะครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติการที่มีอยู่เดิมและพื้นที่ปฏิบัติการใหม่ทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ และศูนย์สนับสนุนหลักของส่วนกลางที่สำนักงานใหญ่ โดยระบบการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินและวิกฤตการณ์มีโครงสร้างการดำเนินงานที่แบ่งออกเป็น 3 ระดับตามความรุนแรงของเหตุการณ์และความสามารถในการโต้ตอบของหน่วยปฏิบัติการ ซึ่งครอบคลุมการบริหารจัดการทุกด้าน ทั้งด้านความปลอดภัย (เช่น ไฟไหม้ ระเบิด และการควบคุมความดันของหลุม) ความมั่นคง (เช่น การวางระเบิด การก่อการร้าย การลักขโมย) ด้านสุขภาพ โรคภัย การบาดเจ็บ การขนส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน (MEDEVAC: Medical Evacuation) และสิ่งแวดล้อม (เช่น การหกรั่วไหลและการร้องเรียน) ทั้งนี้ แผนงานการบริหารจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินและสภาวะวิกฤตของแต่ละพื้นทีและศูนย์สนับสนุนหลักของส่วนกลางจะดำเนินการฝึกซ้อมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ โดยผลการดำเนินงานและข้อแนะนำจากการฝึกซ้อมปฏิบัตินี้ได้ถูกส่งต่อไปยังหน่วยปฏิบัติงานของแต่ละพื้นที่และส่วนกลางเพื่อการปรับปรุงแผนงานและความสามารถของบุคลากรอย่างต่อเนื่องในการจัดการกับสภาวะฉุกเฉินในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การประชุมผู้รับเหมาด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2562 


ปตท.สผ. จัดงานประชุมสัมมนาด้านความปลอดภัยฯ (PTTEP 2019 SSHE Forum) เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2562 ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว กรุงเทพฯ ภายใต้แนวคิด “SSHE Empowerment” ซึ่งมีบริษัทผู้รับเหมาและพนักงานของ ปตท.สผ. มาร่วมงาน โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการร่วมกันแสดงความมุ่งมั่นในการพัฒนาประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมร่วมกันเพื่อมุ่งสู่ความเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุอย่างยั่งยืน

คุณพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท.สผ. ประธานการจัดงานได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุ หรือ Target Zero ด้วยการปลูกฝังวัฒนธรรมความปลอดภัยฯ ในเชิงรุก และยึดถือเรื่องความปลอดภัยเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ทั้งในกระบวนการผลิต และความปลอดภัยของบุคคล โดย ปตท.สผ. มีการพัฒนาระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกคนที่ร่วมงานกับบริษัทจะสามารถดำเนินงานได้อย่างปลอดภัย ภายในงาน เหล่าผู้แทนจากบริษัทผู้รับเหมาของ ปตท.สผ. กว่า 60 บริษัท ได้ร่วมลงนามในพันธสัญญา ที่จะร่วมมือกันในการพัฒนาวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยฯ และก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุในการทำงาน

นอกจากนี้ ยังมีการจัดเสวนาแนวทางในการป้องกันอุบัติเหตุในการดำเนินงาน และการปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับด้านความปลอดภัย โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้แทนจากบริษัทผู้รับเหมา และผู้แทนจากหน่วยงานภายในบริษัท ประกอบกับการจัดแสดงนิทรรศการ และนวัตกรรมด้านความปลอดภัย รวมทั้งการมอบรางวัลให้กับบริษัทผู้รับเหมาและหน่วยงานภายใน ปตท.สผ. ที่มีผลการดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ ดีเยี่ยมอีกด้วย

 

การพัฒนาวัฒนธรรมความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม

การพัฒนาวัฒนธรรมความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจเป็นปัจจัยที่สำคัญในการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยฯ ปตท.สผ. ริเริ่มโครงการพัฒนาวัฒนธรรมความปลอดภัยฯ ขององค์กรตั้งแต่ปี 2554 โดยอ้างอิงตามรูปแบบวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยฯ ขององค์กรผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซนานาชาติ (IOGP) ซึ่งแบ่งระดับวัฒนธรรมความปลอดภัยฯ ออกเป็น 5 ระดับ คือ Pathological (1), Reactive (2), Calculative (3), Proactive (4) และ Generative (5) โดยจากผลการสำรวจระดับวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยฯ ขององค์กรครั้งแรกในปี 2554 ปตท.สผ. อยู่ในระดับ 3.31 (ระดับ Calculative) จากนั้นได้มีการนำผลสำรวจดังกล่าว มาจัดทำแผนเพื่อปรับปรุงวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยฯ ให้ดีขึ้นและทำการสำรวจซ้ำทุก 3 ปีเป็นวงรอบอย่างต่อเนื่อง ดังปรากฏผลในการสำรวจระดับวัฒนธรรมความปลอดภัยฯ ในปี 2557 ที่ปรับสูงขึ้นมาที่ระดับ 3.71 และล่าสุดในปี 2560 อยู่ในระดับ 4.16 หรือระดับ Proactive โดย ปตท.สผ. จะทำการสำรวจวัฒนธรรมความปลอดภัยฯ ครั้งถัดไปในปี 2563 ทั้งนี้ การพัฒนาวัฒนธรรมความปลอดภัยฯ ขององค์กรมีส่วนช่วยให้อุบัติเหตุต่างๆ ลดลงและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยฯ ขององค์กรให้ดียิ่งขึ้น ปตท.สผ. ยังคงมุ่งส่งเสริมการพัฒนาวัฒนธรรมด้านความปลอดภัยขององค์กรอย่างต่อเนื่องทั้งในส่วนของ ปตท.สผ. และผู้รับเหมา เพื่อมุ่งสู่ระดับสูงสุด (Generative) และเป้าหมายในการเป็นองค์กรที่ปราศจากอุบัติเหตุต่อไป

ความปลอดภัยในกระบวนการผลิต

ปตท.สผ. มีพันธกิจในการนำก๊าซและน้ำมันจากใต้ดินมาเป็นพลังงานเพื่อตอบสนองความต้องการใช้พลังงานในประเทศ และในกระบวนการผลิต หากมีการรั่วไหลของก๊าซและน้ำมันเหล่านี้ อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงต่อชีวิต สิ่งแวดล้อม และทรัพย์สินได้ ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงผนวกระบบการจัดการความปลอดภัยในกระบวนการผลิต (Process Safety) เข้าในระบบการทำงานต่างๆ เพื่อป้องกันและจัดการกับอุบัติเหตุร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยแนวคิดของระบบการจัดการความปลอดภัยในกระบวนการผลิตนั้นตั้งอยู่บน 4 หลักการดังนี้

  • มุ่งมั่นและจริงจังในการจัดการความปลอดภัยในกระบวนการผลิต
  • ทำความเข้าใจถึงอันตรายและความเสี่ยงในกระบวนการผลิต
  • บริหารอันตรายเหล่านั้นให้ความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้อย่างสมเหตุสมผล
  • เรียนรู้และปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา

กระบวนการเหล่านี้ได้ถูกนำมาใช้งานโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความมั่นใจว่าอุปกรณ์การผลิตและหลุมเจาะมีความมั่นคงปลอดภัยในทุกด้าน ได้แก่

  • ด้านการออกแบบและก่อสร้าง โดยทำการวิเคราะห์หาอันตราย รวมถึงจัดให้มีมาตรการควบคุมที่เหมาะสมและตามมาตรฐานการออกแบบสากล
  • ด้านการตรวจสอบบำรุงรักษา โดยจัดให้มีการตรวจซ่อมบำรุงอุปกรณ์การผลิตให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
  • ด้านการปฏิบัติการ โดยมีการปฏิบัติตามคู่มือการผลิต และควบคุมการผลิตให้อยู่ในขอบเขตความสามารถของอุปกรณ์การผลิต
  • ด้านหลุมเจาะ โดยจัดให้มีการดำเนินการทั้งด้านการออกแบบ ก่อสร้าง ซ่อมบำรุง และปฏิบัติการที่เหมาะสม

ทางบริษัทกำหนดให้มาตรการในด้านต่างๆดังกล่าวนี้เป็น “เกราะป้องกัน” (Barrier) ในการป้องกันและบรรเทาอุบัติเหตุร้ายแรงและจัดให้มีการรายงานและตรวจสอบว่าเป็นไปตามมาตรฐานโดยสม่ำเสมอ อีกทั้งหากมีการเปลี่ยนแปลงกับเกราะป้องกันเหล่านี้ต้องมีการบริหารที่เหมาะสม

หลักอาชีวอนามัย

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการเป็นองค์กรที่พนักงานมีสุขภาพดีทั้งใจและกาย ทีมแพทย์และอาชีวอนามัยของบริษัทได้ดำเนินการรวบรวมผลตรวจสุขภาพประจำปีของพนักงานบริษัทไว้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเป็นฐานข้อมูลทางสุขภาพในการวิเคราะห์และประเมินปัญหาทางด้านสุขภาพของพนักงาน โดยพนักงานสามารถตรวจสอบและเข้าถึงข้อมูลได้ด้วยตนเองผ่านทางระบบอินทราเน็ต ของบริษัท ฐานข้อมูลสุขภาพดังกล่าวถือเป็นข้อมูลหลักในการวางแผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพให้เหมาะสมกับพนักงานทั้งรายบุคคลและในภาพรวมของบริษัท นอกจากนี้ทางทีมแพทย์และอาชีวอนามัยของบริษัทยังได้มีการดำเนินการประเมินผลความเสี่ยงด้านสุขภาพจากการทำงาน ซึ่งผลการประเมินจะช่วยในการวางแผนและปรับปรุงโปรแกรมการตรวจสุขภาพให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับงานที่พนักงานได้รับมอบหมาย เป็นการวางแผนการป้องกันดูแลปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต บริษัทยังได้มีการให้แนวทางการจัดการประเมินความเสี่ยงทางด้านสุขภาพแก่บริษัทผู้รับเหมาเพื่อใช้การประเมินความเสี่ยงในการทำงานที่อยู่ในมาตรฐานเดียวกันกับบริษัท อันเป็นการยกระดับการดูแลสุขภาพของพนักงานและผู้รับเหมาให้มีสุขภาพดีไปพร้อมกัน

การจัดการสิ่งแวดล้อมใน ปตท.สผ.

ปตท.สผ. มุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยปฏิบัติตามนโยบายด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (SSHE) ซึ่งได้ผนวกรวมความมุ่งมั่นในการปกป้องสิ่งแวดล้อมด้วย รวมถึงการกำหนดให้บุคลากรของบริษัท ผู้ร่วมทุน และผู้รับเหมาที่ทำงานในนามของบริษัทปฏิบัติตามนโยบายนี้ ซึ่งบริษัทได้นำระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมซึ่งสอดคล้องตามมาตรฐานสากล ISO 14001 มาประยุกต์ใช้ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามระบบการจัดการด้าน SSHE ของบริษัท

บริษัทยึดถือปฏิบัติตามแผนงานด้านเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Practices Roadmap) ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนที่สนับสนุนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมให้บรรลุเป้าหมายเท่ากับศูนย์ (Target Zero) ประกอบด้วยแผนการดำเนินงานเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของบริษัทด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ และรอยเท้านิเวศ (Ecological Footprint) รวมถึงเสริมสร้างคุณค่าให้กับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปด้วย

บริษัทปรับปรุงการปฏิบัติตามระบบการจัดการด้าน SSHE อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นที่การจัดการประเด็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอันอาจเกิดจากกิจกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ซึ่งเป็นกิจกรรมหลักของบริษัท รวมถึงกิจกรรมการลำเลียงขนส่งผลิตภัณฑ์ การจัดการของเสีย และการจัดการด้านโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน โดยกำหนดให้ต้องทำการศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับทุกโครงการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และโครงการรื้อถอนในอนาคตอีกด้วย ทั้งนี้ บริษัทได้นำเสนอรายงานสรุปการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม รายงานการศึกษาผลกระทบสังคม พร้อมทั้งกรณีศึกษาต่างๆ ไว้ในหัวข้อการบริหารโครงการ (Capital Project Management) โดยที่การบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียถือเป็นกระบวนการสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จของธุรกิจ ซึ่งการบริหารจัดการที่เหมาะสมนั้นต้องคำนึงถึงวัตถุประสงค์และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้วย และการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถดำเนินการตามกระบวนการของบริษัทหรือผ่านกระบวนการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมได้ นอกจากนั้น บริษัทได้ให้ความสำคัญต่อการควบรวมและการเข้าซื้อกิจการซึ่งกำหนดให้มีการประเมินผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมตามข้อกำหนดด้าน SSHE ที่ระบุในมาตรฐานเรื่อง SSHE Due Diligence

บริษัทได้รับการรับรองการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ISO 14001 ครอบคลุมทุกหน่วยปฏิบัติการในประเทศไทย ออสเตรเลีย และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

นอกจากนั้น บริษัทยังมุ่งมั่นที่จะให้มีการรายงานผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมให้ครอบคลุมทุกกิจกรรมการดำเนินการ โดยสอดคล้องกับ Global Reporting Initiative (GRI) Sustainability Reporting Standard และ Oil and Gas Sector Disclosure (OGSD) ซึ่งการรายงานผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมคลอบคลุมถึงการใช้พลังงาน การปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศ การใช้น้ำธรรมชาติ การปล่อยน้ำทิ้ง การหกรั่วไหล ความหลากหลายทางชีวภาพและการบริการทางระบบนิเวศ การกำจัดน้ำจากกระบวนการผลิต และการกำจัดของเสียจากกิจกรรมการเจาะในระยะผลิตปิโตรเลียมของทุกโครงการที่อยู่ภายใต้การควบคุมการดำเนินการของบริษัท

เพื่อเป็นการปรับปรุงผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง บริษัทได้พัฒนา ทบทวน และปรับปรุงวิธีการรวบรวมข้อมูลและฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลที่เริ่มมีการรายงานตั้งแต่ปี 2553 ได้มีการตรวจสอบให้ความเชื่อมั่นโดยหน่วยงานภายนอก รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะผ่านรายงานความยั่งยืนประจำปีของ ปตท.สผ. อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทมีการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของบริษัทกับ International Association of Oil and Gas Producer (IOGP) และหน่วยงานอื่นๆ อีกด้วย