Menu

การบริหารทรัพยากรน้ำ

การบริหารทรัพยากรน้ำเพื่อความยั่งยืนของ ปตท.สผ.

ปตท.สผ. ได้ประกาศใช้นโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืน G.R.O.W.T.H Policy  ซึ่งแสดงถึงพันธสัญญาของ ปตท.สผ. ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำเพื่อความยั่งยืน และในปี 2556 ปตท.สผ. ได้ประกาศใช้แนวทางปฏิบัติการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Guideline) เพื่อรองรับการดำเนินงานของ ปตท.สผ. ตามนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งแสดงถึงเจตนารมณ์และความคาดหมายของ  ปตท.สผ. ในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านน้ำ

นอกจากนี้ ปตท.สผ. ได้ประกาศใช้แนวทางการบริหารจัดการน้ำในปี 2559 ซึ่งระบุข้อแนะนำเกี่ยวกับระบบการประปาและการจัดการน้ำเสียในกระบวนการผลิต

ในปี 2557 ปตท.สผ. ได้จัดทำโครงการศึกษาการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ (Water Efficiency Study) ในพื้นที่การผลิตที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำในระดับปานกลาง ได้แก่ โครงการเอส 1 และโครงการพีทีทีอีพี 1 โดยผลการศึกษาได้ถูกรวบรวมและสรุปเป็นแผนการลดการใช้น้ำซึ่งได้นำไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่การผลิตตั้งแต่ปี 2558 โดยในปี 2559 ปตท.สผ. ยังคงดำเนินงานตามแผนการลดการใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง

การบริหารจัดการความเสี่ยงทางด้านน้ำ

บริษัทฯ ได้ทำการประเมินความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการน้ำในทุกพื้นที่ปฏิบัติการที่อยู่ภายใต้ความดูแลของบริษัทฯ  ให้ครอบคลุมประเด็นความเสี่ยงที่เกิดจากสภาวะการขาดแคลนน้ำ ราคาของน้ำที่เพิ่มขึ้น ข้อบังคับ และกฎหมายด้านการใช้น้ำ รวมถึงโอกาสการเกิดความขัดแย้งด้านการใช้น้ำกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยจัดทำเครื่องมือประเมินความเสี่ยงที่ใช้ข้อมูลนำเข้า ทั้งจากข้อมูลจริงในพื้นที่และข้อมูลจากเครื่องมือคาดการณ์สถานการณ์น้ำในอนาคตที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เช่น IPIECA Global Water Tool for Oil and Gas, WRI Aqueduct และ WWF Water Risk Filter เพื่อประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการใช้น้ำทั้งในปัจจุบันและในอนาคต (ปี 2563 และปี 2593)โดยจะมีการนำผลที่ได้มากำหนดแนวทางการบริหารความเสี่ยงต่อไป

ในปี 2559 ปตท.สผ. ได้ทำการปรับปรุงเครื่องมือประเมินความเสี่ยงด้านน้ำของบริษัทให้เป็นปัจจุบัน และสอดคล้องกับข้อมูลที่ได้จากเครื่องมือคาดการณ์สถานการณ์น้ำในอนาคตที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

การดำเนินงานเพื่อควบคุมปริมาณการใช้น้ำจืด

ปตท.สผ. มุ่งเน้นที่จะนำน้ำที่มีค่าปริมาณรวมของสารละลายสูง (Non-fresh Water) มาใช้ในกระบวนการผลิต รวมถึงการนำน้ำจากกระบวนการผลิต (Produced Water) กลับมาใช้ซ้ำ เพื่อช่วยในการผลิตน้ำมันขึ้นมาจากหลุมหลังจากที่ได้มีการผลิตตามธรรมชาติแล้ว (Enhanced Oil Recovery) ซึ่งเป็นการช่วยรักษาปริมาณน้ำจืดไว้เพื่อใช้สำหรับการอุปโภคบริโภคของชุมชน นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังได้ดำเนินโครงการศึกษาประสิทธิภาพการใช้น้ำเพื่อประเมินศักยภาพในการนำเทคนิคต่างๆ ด้านการลดการใช้น้ำมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตและให้ความสำคัญกับโปรแกรมการตรวจสอบรอยรั่ว ซ่อมบำรุง และลดปริมาณการสูญเสียน้ำจากกิจกรรมที่ไม่จำเป็นด้วย

ปตท.สผ. ได้ตั้งเป้าหมายลดการใช้น้ำสำหรับโครงการเอส1 ซึ่งเป็นหน่วยพื้นที่การผลิตที่มีการใช้น้ำจืดอย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งลดความเข้มของการใช้น้ำจืด (Freshwater intensity reduction) สำหรับโครงการเอส1 ไว้ที่ 5% ในปี 2563 เทียบจากปีฐาน 2556

ในปี 2559 โครงการเอส1 และโครงการพีทีทีอีพี 1 สามารถลดปริมาณการใช้น้ำจืดได้กว่า 200,000 ลูกบาศก์เมตรจากปี 2558 ซึ่งเป็นผลสำเร็จจากการการปรับปรุงกระบวนการบำรุงรักษาระบบหล่อเย็นและระบบหมุนเวียนน้ำใช้ ทำให้สามารถลดการสูญเสียน้ำในกระบวนการผลิตลงอย่างมีนัยสำคัญ

การบริหารน้ำจากกระบวนการผลิต

น้ำจากกระบวนการผลิต (Produced water) คือ น้ำตามธรรมชาติที่มีอยู่ในแหล่งกักเก็บปิโตรเลียม ถูกผลิตขึ้นมาพร้อมกับการผลิตปิโตรเลียม โดยน้ำจากกระบวนการผลิตสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการอัดกลับเข้าไปในแหล่งกักเก็บเพื่อช่วยเพิ่มกำลังการผลิต (Enhance oil recovery) แต่หากมีการปล่อยน้ำจากกระบวนการผลิตลงออกสู่สิ่งแวดล้อม อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ ดังนั้น เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม ปตท.สผ. จึงดำเนินงานให้สอดคล้องกับกฎหมายในระดับท้องถิ่นของพื้นที่ปฏิบัติการ

สำหรับประเทศไทย ปตท.สผ. ควบคุมไม่ให้มีการปล่อยน้ำจากกระบวนการผลิตออกสู่สิ่งแวดล้อม (Zero Discharge) มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2553 โดยใช้เทคนิคที่มีประสิทธิภาพในการอัดน้ำจากกระบวนการผลิตกลับสู่แหล่งกักเก็บปิโตรเลียมที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว และถึงแม้ว่าแนวโน้มของน้ำที่เกิดจากกระบวนการผลิตจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิตและอายุของแหล่งกักเก็บ  ปตท.สผ. ก็ยังคงรักษาประสิทธิภาพของระบบอัดกลับน้ำที่เกิดจากกระบวนการผลิตได้ทั้งหมดจนถึงปัจจุบัน ยกเว้น โครงการสินภูฮ่อม ซึ่งได้เข้ามาเป็นโครงการที่มีการดำเนินการใต้การบริหารจัดการของ ปตท.สผ. ตั้งแต่ปลายปี 2557 โดยมีการปฏิบัติตามมาตรการอื่นๆ ที่เหมาะสมในการบำบัดน้ำที่เกิดจากกระบวนการผลิตตามที่กำหนดไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม