Menu

ประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม

ประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม

ปตท.สผ. มุ่งมั่นพัฒนาประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยเน้นที่ระบบการจัดการข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีคุณภาพ ดังนั้น ปตท.สผ. ได้พัฒนาระบบการจัดการข้อมูลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ข้อมูลฯ ที่มีการรายงานตั้งแต่ปี 2553 ได้ถูกตรวจสอบโดยองค์กรอิสระ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลฯ มีความถูกต้องและเป็นที่น่าเชื่อถือ

ปตท.สผ. มีความมุ่งมั่นในการปรับปรุงผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้น โดย ปตท.สผ. ยังได้เปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับผู้ดำเนินงานรายอื่นในกลุ่มสมาคมผู้ผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (IOGP) และยังได้ตั้งเป้าหมายการดำเนินงานด้านก๊าซเรือนกระจก ออกไซด์ของไนโตรเจนและซัลเฟอร์ รวมถึงสารเคมีอินทรีย์ระเหยง่ายอีกด้วย

การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจำ

ปตท.สผ. มีเป้าหมายที่จะเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำ โดยส่งเสริมการผลิตก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่สะอาด และกำหนดเป้าหมายระยะสั้น (Short-term target) ในการลดความเข้มของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงอย่างน้อยร้อยละ 20 ในปี 2563 จากปีฐาน 2555

นอกจากนี้ ปตท.สผ.ได้กำหนดเป้าหมายระยะกลาง (Medium-term target) ในการลดความเข้มของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นร้อยละ 25 ในปี 2573 ครอบคลุมทุกพื้นที่ปฏิบัติการและฐานสนับสนุนการผลิตที่อยู่ภายใต้การควบคุมปฏิบัติงานของ ปตท.สผ. ซึ่งเป้าหมายนี้สอดคล้องกับแผนการควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกให้ไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส (2 degree Celsius scenario) ที่กำหนดโดย International Energy Agency (IEA).

โครงการ Flash gas recovery unit ที่แท่นผลิตก๊าซธรรมชาติบงกชใต้ เริ่มตั้งแต่ปี 2556 สามารถนำก๊าซส่วนเกินจากกระบวนการผลิตคอนเดนเสท ซึ่งปกติจะถูกเผาทิ้ง กลับเข้าสู่กระบวนการผลิตได้ประมาณ 11 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน หรือคิดเป็นปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ประมาณ 140,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี


โครงการนำก๊าซส่วนเกินจากกระบวนการผลิตปิโตรเลียมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ณ แหล่งผลิตปิโตรเลียมเสาเถียร-เอ ในจังหวัดสุโขทัย สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ โดยการนำก๊าซส่วนเกินซึ่งปกติจะถูกเผาทำลายกลับเข้ากระบวนการปรับปรุงคุณภาพก๊าซ ก่อนส่งไปเป็นเชื้อเพลิงเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศได้ประมาณ 25,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

การจัดการก๊าซมีเทน

มีเทนเป็นหนึ่งในก๊าซเรือนกระจกซึ่งมีศักยภาพทำให้เกิดภาวะโลกร้อนได้ ปตท.สผ. มีความตั้งใจที่จะลดการรั่วซึมของก๊าซมีเทนในกระบวนการผลิตโดยเริ่มทำการศึกษาแหล่งกำเนิด ระดับ และนัยสำคัญของการรั่วซึม

ตั้งแต่ปี 2557 ณ แหล่งน้ำมันสิริกิติ์ ได้ดำเนินโครงการลดการรั่วซึมของก๊าซมีเทน โดยการซ่อมบำรุง เปลี่ยนอุปกรณ์ในกระบวนการผลิต เปลี่ยนซีลในเครื่องอัดก๊าซธรรมชาติ (gas compressor) ซึ่งสามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 5,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี

ในปี 2558 และ 2559 ปตท.สผ.ได้ขยายการสำรวจการรั่วซึมของก๊าซมีเทนในโครงการนอกชายฝั่งในประเทศไทย โครงการสินภูฮ่อม ซึ่งได้เข้ามาเป็นโครงการที่มีการดำเนินการใต้การบริหารจัดการของ ปตท.สผ. ตั้งแต่ปลายปี 2557 และโครงการซอติก้า ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ อีกด้วย

ประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน

ปตท.สผ. กำหนดเป้าหมายในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานให้ได้ร้อยละ 5 จากปี 2555 ภายในปี 2563 โดยการจัดทำ Energy Baseline Study เพื่อประเมินศักยภาพเบื้องต้นในการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน และศึกษาการนำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดมาใช้ในระดับโครงการ ตลอดจนวิเคราะห์ด้านการเงิน และยังได้กำหนดดัชนีชี้วัดที่ใช้ในการควบคุมการใช้พลังงานอีกด้วย

ในปี 2559 ปตท.สผ. ได้ขยายการจัดทำ Energy Baseline Study เพื่อสามารถระบุกิจกรรมที่มีการใช้พลังงานสูงในโครงการซอติก้า ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการศึกษานี้จะนำไปปรับปรุงรูปแบบการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในอนาคต

สาร NOx, SOx และ VOCs

ออกไซด์ของไนโตรเจนและซัลเฟอร์ รวมถึงสารเคมีอินทรีย์ระเหยเป็นมลพิษทางอากาศซึ่งถูกปลดปล่อยจากกระบวนการ เผาไหม้ของเชื้อเพลิงฟอสซิลในระบบผลิตพลังงานหรือความร้อน ปตท.สผ. จึงได้จัดทำแผนการปรับปรุงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อจะช่วยลดการปลดปล่อยออกไซด์ของไนโตรเจนและซัลเฟอร์ รวมถึงลดสารเคมีอินทรีย์ระเหยได้ด้วย โดยมีเป้าหมายในการควบคุมระดับการปลดปล่อยสารจำพวกนี้ให้ต่ำกว่าปีฐาน 2555