Menu

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน

การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานภาพรวมกลุ่ม ปตท.สผ.

ธุรกิจอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในปัจจุบันมีการดำเนินการในแทบทุกภูมิภาค ในทุกสภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันทั่วโลก รวมถึงบางภูมิภาคซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสภาวะอากาศรุนแรงมาก อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าการดำเนินงานนั้นจะเกิดขึ้นในภูมิภาคใด  ความสำเร็จของการทำงานนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยและเครือข่ายที่ซับซ้อนของการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน เพื่อที่จะทำการขนส่งวัสดุ อุปกรณ์ และบุคคลากรไปยังสถานที่ที่ปฏิบัติงานให้ทันเวลาที่กำหนดไว้

มีกลุ่มคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้ตระหนักถึงความยุ่งยากซับซ้อน ความหลากหลาย และความจำเป็นของกิจกรรมด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานดังกล่าวซึ่งมีส่วนสำคัญมากที่จะทำให้การปฏิบัติงานสนับสนุนการสำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินั้นประสบความสำเร็จไปด้วยดี กิจกรรมด้านการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมขั้นพื้นฐานทั่วไปและมีความคล้ายคลึงกันในเกือบทุกอุตสาหกรรม แต่สำหรับอุตสาหกรรมการสำรวจและผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาตินั้น จะมีลักษณะพิเศษเฉพาะและประสบกับอุปสรรคที่มีความท้าทายมากกว่า ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องใช้ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจดังกล่าว เพื่อที่จะเอาชนะอุปสรรคต่างๆ และทำให้งานลุล่วงสำเร็จไปได้

กลุ่ม ปตท.สผ. มุ่งเน้นให้มีการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และการกำกับดูแลผู้ค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อความไว้วางใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินการขององค์กรซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจได้ โดยการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของกลุ่ม ปตท.สผ. ประกอบด้วยหน่วยงานหลัก 3 หน่วยงาน และ 1 หน่วยธุรกิจ ดังนี้

หน่วยงานกลยุทธ์และมาตรฐานการจัดการซัพพายเชน

หน่วยงานนี้มีหน้าที่จัดตั้งระบบการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานซึ่งครอบคลุมการจัดทำนโยบาย มาตรฐาน และแนวทางในการปฏิบัติงาน รวมถึงเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับงานทางด้านห่วงโซ่อุปทานสำหรับการดำเนินงานของ ปตท.สผ. ทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนั้น หน่วยงานนี้ยังมีหน้าที่จัดหาข้อมูลเชิงลึกและข้อมูลทางเทคนิคด้านการตลาด เพื่อนำมาวิเคราะห์และพัฒนากลยุทธ์ของแต่ละกลุ่มงาน รวมถึงการบริหารจัดการคู่ค้าโดยทำหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ค้ารายใหม่เพื่อประเมินความสามารถในด้านต่างๆ อีกทั้งยังทำหน้าที่บริหารความสัมพันธ์กับคู่ค้าผ่านทางการประสานงาน และความร่วมมือระหว่างบริษัทกับคู่ค้าหลักที่มีความสำคัญ เป็นต้น

หน่วยงานจัดหาและสัญญา

หน่วยงานนี้มีหน้าที่รับผิดชอบในขั้นตอนการปฏิบัติงานจัดหาและสัญญา ที่ครอบคลุมกิจกรรมต่างๆ เช่น การหาแหล่งสินค้า การประมูล การต่อรองราคา การทำสัญญา และการออกใบสั่งซื้อสินค้า/บริการ รวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมทางด้านการบริหารจัดการสัญญา เป็นต้น นอกจากนั้น หน่วยงานนี้ยังมีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาและคำแนะนำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการจัดหา เพื่อให้การปฏิบัติงานจัดหาและสัญญาเป็นไปอย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้

หน่วยงานโลจิสติก

หน่วยงานนี้มีหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงานด้านโลจิสติกในการขนส่งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ภายใต้ข้อกำหนดและการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล เพื่อความปลอดภัยและไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังมีหน้าที่ในการบริหารจัดการสินค้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการลงทุน ค่าใช้จ่าย และความต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน

หน่วยงานสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านโลจิสติก

ปตท.สผ. ได้บริหารจัดการและปฏิบัติงานด้านฐานปฏิบัติการส่งกำลังบำรุง ในประเทศไทย 2 แห่ง ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนกิจกรรมการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในฝั่งอ่าวไทย และฝั่งอันดามัน ตามลำดับ โดยฐานปฏิบัติการนี้ได้รับการรับรองในด้าน ISO14000 ISO22301 OHSAS18000 และ ISPS Code เป็นต้น โดยหน่วยงานนี้มีหน้าที่ให้บริการท่าเทียบเรือน้ำลึก การขนส่ง และการจัดเก็บสินค้า ตลอดจนการให้บริการในเชิงธุรกิจกับบริษัทที่ทำการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รูปแบบการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานกลุ่ม ปตท.สผ.

รูปแบบการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานของกลุ่ม ปตท.สผ. (ตามภาพด้านล่าง) ได้แสดงถึงกิจกรรมหลักและบทบาทหน้าที่ ตลอดจนกระบวนการภายใต้การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน เพื่อสนับสนุนกิจกรรมในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของกลุ่ม ปตท.สผ. อย่างครบวงจร



กลยุทธ์การจัดหาและการทำสัญญา ปี 2560-2563

กรอบการทำงานและแผนกลยุทธ์สำหรับการจัดซื้อและการทำสัญญาในระยะเวลา 5 ปี ดังรูปที่แสดงไว้ด้านล่างนั้น เป็นการกำหนดเป้าหมายระยะยาวในการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และทิศทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อีกทั้งยังเป็นกรอบในการวางแผนสำหรับการดำเนินงาน และกิจกรรมต่างๆ ภายใต้หน่วยงานจัดหาและสัญญา ที่จะนำไปสู่การบรรลุวัตถุประสงค์ได้อย่างยั่งยืน

การบริหารจัดการผู้ค้า

กลุ่ม ปตท.สผ. กำหนดมาตรการบริหารจัดการผู้ค้าเพื่อให้การดำเนินงานของผู้ค้าเป็นไปตามมาตรฐานสากลที่กำหนด สามารถตอบสนองความต้องการปิโตรเลียมที่เพิ่มมากขึ้น บรรลุเป้าหมาย สามารถรักษามาตรฐานการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมและความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ค้าและบริษัทในกลุ่มปตท. รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างความตระหนักแก่ผู้ค้าถึงจุดยืนขององค์กรด้านความยั่งยืน

ในปี 2559 ปตท.สผ. ตั้งเป้าหมายที่จะลดค่าใช้จ่ายในห่วงโซ่อุปทานเท่ากับ 42 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่ง ปตท.สผ. ได้ทำสำเร็จตามเป้าหมายด้วยโครงการต่าง ๆ เช่น โครงการบริหารปฏิบัติการเพื่อมุ่งสู่ความเป้นเลิศด้านโลจิสติกส์ และโครงการ Supply Chain Plus

การประเมินความเสี่ยงของผู้ค้า

คู่ค้าเป็นหนึ่งในผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญที่ช่วยผลักดันให้ธุรกิจดำเนินได้อย่างยั่งยืน ปตท.สผ. จึงมีการบริหารและประเมินความเสี่ยงของคู่ค้าเพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงทั้งในตัวด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และ การกำกับดูแลกิจการที่ดีของคู่ค้า ซึ่งการวิเคราะห์ความสำคัญประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ

  • การตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นของผู้ค้ารายใหม่ (New Vendor Pre-Qualification) โดยการคัดกรองและประเมินผู้ค้าจำแนกตามกลุ่มและประเภทธุรกิจ
  • การวิเคราะห์ค่าใช้จ่าย (Spend Analysis) และการวิเคราะห์ความเสี่ยงการจัดหาโดยใช้ Supply Positioning Model
  • การวิเคราะห์ความสำคัญของคู่ค้า (Supplier Classification Analysis)
  • การบริหารความเสี่ยงการจัดหาและบริหารสัญญา (Contract Risk Management) โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการดำเนินการจัดหา การประมูลงาน การเตรียมสัญญา และการบริหารสัญญากับบริษัท๕ค้า รวมถึงการบริหารความสัมพันธ์ของคู่ค้า (Supplier Relationship Management) ซึ่งรวมถึงการประเมินและพัฒนาผลงานของคู่ค้า (Supplier Performance Evaluation)

คู่ค้าที่สำคัญ (Critical Supplier) หมายถึง คู่ค้าที่มีความเสี่ยงในระดับสูงมากหรือสูง จัดอยู่ในกลุ่ม High Risk Tier 1 Supplier ซึ่งรวมถึงคู่ค้าที่อยู่ในกลุ่มธุรกิจการขุดเจาะน้ำมัน และการก่อสร้างแท่นผลิตปิโตรเลียม ปตท.สผ.ได้กำหนดคู่ค้าประเภท Tier 2 โดยการสอบถามผ่านไปทาง tier 1 supplier โดยให้ Tier 1 supplier ส่งข้อมูลคู่ค้าที่สำคัญของตน (Tier 2 รวมถึงสินค้าและบริการที่ให้กับ ปตท.สผ. ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางตรงและทางอ้อม) ทั้งนี้ คู่ค้าดังกล่าวต้องมีการประเมินจากฝ่ายปฏิบัติการ และ ความปลอดภัยและ มีการเยี่ยมชมพื้นที่ทุกปี คู่ค้าจะต้องกำหนดแผนและแนวทางการแก้ไขเพื่อลดความเสี่ยงและความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งต้องมีแผนการตรวจสอบการปฏิบัติการตามแนวทางการดำเนินงาน และแผนความปลอดภัยของกลุ่ม ปตท.สผ. เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ไม่เกิดผลกระทบต่อธุรกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

แนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า ปตท.

กลุ่ม ปตท.สผ. กำหนดแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้า (PTTEP Group Vendor Sustainable Code of Conduct) โดยมีเนื้อหาและขอบเขตของแนวทางการปฏิบัติภายใต้ระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุมประเด็นด้านจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ สิทธิมนุษยชน อาชีวอนามัยและความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้มีการจัดทำเป็นเอกสารทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยมีผลบังคับใช้กับผู้ค้าที่ทำสัญญากับกลุ่ม ปตท.สผ. และมีความเสี่ยงสูง และ/หรือ งานที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท.สผ. ได้วางแผนกำหนดยุทธศาสตร์การส่งเสริมและการบริหารจัดการผู้ค้า เพื่อสื่อสารทิศทางการดำเนินงานและนโยบายการจัดหาตามแนวทางการปฏิบัติอย่างยั่งยืนของผู้ค้าในกลุ่ม ปตท.สผ. ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น งานสัมมนาผู้ค้า (Supplier Relationship Management (SRM) Seminar) และ เว็บไซต์ของ ปตท.สผ. www.pttep.com เป็นต้น

การตรวจสอบและการประเมินผู้ค้า

กลุ่ม ปตท.สผ. มีกระบวนการตรวจสอบและประเมินผู้ค้าทั้งในระหว่างการดำเนินงานบริหารสัญญา และภายหลังจบสัญญาเพื่อประเมินความเสี่ยง และมั่นใจว่าผู้ค้าได้ดำเนินงานตามแผนงานที่กำหนดไว้ กำหนดแผนการแก้ไข ประเมินผลในระหว่างและภายหลังดำเนินการ รวมทั้งแก้ไขตามแผนร่วมกัน หากเกิดความเสี่ยงที่สำคัญด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม กลุ่ม ปตท.สผ. จะดำเนินการตรวจสอบกับผู้ค้าเพื่อหาสาเหตุและกำหนดแนวทางแก้ไข รวมทั้งทำการประเมินหลังการแก้ไขร่วมกัน โดยคำนึงถึงคุณภาพ หรือปริมาณหรือความปลอดภัยในการสำรวจและผลิต รวมถึงข้อกำหนดขั้นต่ำตามกฎหมายแรงงาน กฎหมายสิ่งแวดล้อม และมาตรฐานการจัดการต่างๆ เช่น มาตรฐาน ISO 9001 ISO 14001 และOHSAS 18001 เป็นต้น ในปี 2559 ปตท.สผ. ได้มีการประเมินผลงานทางด้าน SSHE ของผู้ค้ารายใหญ่ 65 ครั้งตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้

ระบบการบริหารจัดการด้านความมั่นคงความปลอดภัยอาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมสำหรับคู่ค้าและผู้รับเหมา

กลุ่ม ปตท.สผ. พัฒนาระบบการจัดการ SSHE สำหรับคู่ค้าและผู้รับเหมา เพื่อเป็นแนวทางในการควบคุมและบริหารการดำเนินงาน โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญ ได้แก่

  • การผนวกเกณฑ์การคัดเลือกด้าน SSHE Plan เข้ากับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างปัจจุบัน
  • การระบุและประเมินความเสี่ยงด้าน SSHE ของผู้รับเหมา การกำหนดภาระความรับผิดชอบด้าน SSHE ที่อาจจะเกิดขึ้น แนวทางการควบคุมและดำเนินงาน การรายงานประสิทธิผลการดำเนินงานด้าน SSHE ของผู้รับเหมาตามที่กำหนด
  • การพัฒนาโครงการผลักดันให้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพของการจัดการ SSHE สำหรับผู้รับเหมาให้ดียิ่งขึ้น เช่น ระบบการประเมินผลการดำเนินงานด้าน SSHE ของผู้รับเหมา การอบรมให้ความรู้ SSHE กับผู้รับเหมาในงานที่มีความเสี่ยงเฉพาะ ระบบข้อเสนอแนะด้าน SSHE สำหรับผู้รับเหมา เป็นต้น
  • การสื่อสารความคาดหวังด้าน SSHE ที่ต้องการจากผู้รับเหมาในหลายช่องทาง เพื่อให้ผู้รับเหมาตระหนัก ปรับปรุง เตรียมพร้อมให้สามารถตอบสนองความต้องการของ ปตท. ได้
  • การสนับสนุนผู้รับเหมาให้มีการปรับปรุงพัฒนาด้าน SSHE เพื่อให้มีมาตรฐานการดำเนินการตามที่ ปตท. คาดหวัง

นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท.สผ. ยังเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกของ Oil Spill Response Limited (OSRL) เพื่อรับความช่วยเหลือในกรณีที่เกิดเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหลทางทะเลและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงของการเกิดน้ำมันหกรั่วไหลซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลและกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ

การตรวจประเมินผู้รับเหมาด้าน อาชีวอนามัย ความมั่นคง ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมประจำปี 2559

ในปี 2559 ปตท.สผ. มีการตรวจประเมินผู้รับเหมาที่ทำงานซึ่งมีความเสี่ยงสูงตามมาตรฐานด้านการจัดการผู้รับเหมาของบริษัทเป็นจำนวนทั้งสิ้น 19 ราย โดยจุดประสงค์ของการตรวจประเมินเพื่อให้มีความมั่นใจว่าผู้รับเหมามีความเข้าใจและสามารถปฎิบัติตามกฎหมายและมาตรการต่างๆตามระบบการจัดการด้านอาชีวอนามัย มั่นคง ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมของ ปตท.สผ. เพื่อให้มีการประเมินการบริหารความเสี่ยงและปฎิบัติงานในกิจกรรมต่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในการตรวจประเมินประจำปี 2559 จำนวน 19 ครั้งนั้น แบ่งเป็นการตรวจประเมินประจำปีจำนวน 18 ครั้ง และการตรวจประเมินที่ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า หรือ Surprised Audit จำนวน 1 ครั้ง โดยในการตรวจประเมิน จะเลือกประเภทของการทำงานที่มีความเสี่ยงสูงได้แก่ การทำงานประเภทการขุดเจาะปิโตรเลียม การก่อสร้าง การซ่อมบำรุง โลจิสติกส์ทางบก ทะเล อากาศ และรวมทั้งผู้รับเหมาที่ทำงานที่มีความเสี่ยงสูงกับ ปตท.สผ. เป็นครั้งแรกด้วย

การกำหนดผู้รับเหมาที่จะได้รับการตรวจประเมินที่ไม่มีการแจ้งล่วงหน้านั้น ปตท.สผ. จะมีการประเมินจาก สถิติด้านอาชีวอนามัย ความมั่นคง ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ของผู้รับเหมาด้วย ถ้าผู้รับเหมาที่ทำงานซึ่งมีความเสี่ยงสูง และมีแนวโน้มที่จะเกิดอุบัติเหตุสูงขี้นอย่างเห็นได้ชัด ทาง ปตท.สผ. จะทำการตรวจประเมินเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขและปรับปรุง ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพและปลอดภัย โดยผลของการปรับปรุงและแก้ไขตามข้อเสนอแนะจากการตรวจประเมินผู้รับเหมาประจำปี 2559 นั้นแล้วเสร็จทั้งสิ้น 93.5% จากแฟนที่วางไว้

ความร่วมมือในห่วงโซ่อุปทาน

กลุ่ม ปตท.สผ. มุ่งมั่นพัฒนาการจัดหาสินค้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยสร้างความร่วมมือระหว่างองค์กร กับบริษัทในกลุ่ม ปตท. เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มผลประโยชน์ในการจัดหาภายในกลุ่ม ปตท. อีกทั้งยังสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงทุนได้

ตัวอย่างความร่วมมือในการจัดหา ได้แก่

  • การจัดหา AAF Filter
  • การจัดหา Spare Part for Control Valve
  • การจัดหา Inland Transportation and Customs Clearance Service

การจัดหาในท้องถิ่น

กลุ่ม ปตท.สผ. สนับสนุนการจัดหาสินค้าและบริการจากผู้ค้าในท้องถิ่น (ท้องถิ่น หมายถึง การจัดหาภายในประเทศไทย) ตลอดจนส่งเสริมให้มีการจัดหาสินค้าจากพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่เป็นหลัก เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจ สร้างงาน และรายได้ให้แก่คนในพื้นที่ และมีข้อได้เปรียบในแง่ของต้นทุนที่ต่ำกว่าและการขนส่งที่รวดเร็วกว่า ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นของกลุ่ม ปตท.สผ. ในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับชุมชน ส่งผลให้องค์กรได้รับความไว้วางใจจากชุมชนในการดำเนินการ นอกจากนี้ กลุ่ม ปตท.สผ. ยังส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ค้าดูแลและรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน จัดหาสินค้าและบริการในท้องถิ่น เพื่อลดต้นทุนของสินค้าและสนับสนุนการจัดหาในท้องถิ่นด้วยเช่นเดียวกัน

โดยในปี 2559 การจัดหาสินค้าและบริการจากผู้ค้าในท้องถิ่น ในโครงการในประเทศมีมูลค่า 560 ล้านดอลลาร์ สรอ. หรือคิดเป็นร้อยละ 60 ของมูลค่าการจัดหาทั้งหมด