Menu

นวัตกรรมและการจัดการความรู้องค์กร

การพัฒนาเทคโนโลยีของ ปตท.สผ.

ปตท.สผ. มีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นองค์กรที่ประยุกต์ วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยี โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีการจัดการองค์ความรู้ที่เป็นเลิศ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน

บริษัทประยุกต์ วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เช่น บริษัทในกลุ่ม ปตท. หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา เพื่อเป้าหมายหลัก 4 ด้าน ได้แก่

  1. เพิ่มความสำเร็จในการสำรวจปิโตรเลียม (Increase Exploration Success)
  2. เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปิโตรเลียม (Enhance Production)
  3. พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Practices)
  4. พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อต่อยอดธุรกิจ (Technology for New Business)

ความสำเร็จในการประยุกต์ วิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีของ ปตท.สผ. ที่ผ่านมา

1. เทคโนโลยีการสำรวจทางธรณีฟิสิกส์ เช่น

โครงการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic) ติดตามการเคลื่อนที่ของน้ำและน้ำมันในแหล่งกักเก็บปิโตรเลียมระหว่างการผลิตน้ำมันโดยใช้การอัดน้ำ โครงการนี้ได้ดำเนินการสำรวจในภาคสนามและพัฒนาระบบโปรแกรมประมวลผลข้อมูลคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้สำเร็จ โดยผลที่ได้จะนำมาช่วยในการติดตามผลการอัดน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง ปตท.สผ. Japan Oil, Gas and Metals National Corporation (JOGMEC) และมหาวิทยาลัยมหิดล

2. เทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตปิโตรเลียม เช่น

ความร่วมมือกับสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) เพื่อวิจัยและพัฒนาสารเคมีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแยกน้ำออกจากน้ำมัน (Demulsifier)

โครงการพัฒนาโปรแกรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนการผลิตก๊าซ ซึ่งได้ดำเนินการทดลองใช้ในแหล่งบงกช อาทิตย์ และซอติก้าแล้ว

3. พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม เช่น

โครงการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศหลายโครงการ อาทิ การเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไปเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า เช่น วัสดุในอุตสาหกรรมก่อสร้าง โพลีเมอร์ และอื่นๆ

การเตรียมความพร้อมในการรองรับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการประกอบกิจกรรมปิโตรเลียมในอนาคต โดยมีโครงการเก็บตัวอย่างสารในท่อใต้ท้องทะเล เพื่อพิสูจน์ว่าท่อไม่มีสารปนเปื้อนที่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถปล่อยท่อไว้ในทะเลตามกระบวนการมาตรฐานระดับสากล ซึ่งได้ร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และบริษัท ดาคอนอินสเป็คชั่น เซอร์วิสเซส จำกัด เพื่อหานวัตกรรมในการเก็บตัวอย่างและตรวจวัดค่าสารต่างๆ ในระบบท่อส่งปิโตรเลียมใต้ทะเล

4. เทคโนโลยีเพื่อต่อยอดจากธุรกิจ เช่น

โครงการวิจัยและพัฒนา (Autonomous Underwater Vehicle - AUV) ซึ่ง ปตท.สผ. ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบอุปกรณ์การผลิตใต้ทะเล เช่น ท่อน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพัฒนาตัวต้นแบบซึ่งขนาดเท่าหุ่นยนต์ที่ใช้งานจริง

โครงการวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์ตรวจสอบภายในท่อ (In-pipe Inspection Robot)ที่ช่วยให้การวิเคราะห์ความเสียหายภายในท่อได้แม่นยำขึ้น โดยการนำหุ่นยนต์วิ่งเข้าไปในท่อเพื่อสำรวจสภาพภายในท่อ และในอนาคตจะมีการเพิ่มขีดความสามารถของหุ่นยนต์ให้มากขึ้น เช่น สามารถเก็บกู้เศษวัสดุ สามารถใช้แสงเลเซอร์(Laser)วัดขนาดของท่อ และระบุตำแหน่งของหุ่นยนต์ภายในท่อได้อย่างแม่นยำ

 

การจัดการองค์ความรู้

ปตท.สผ. มุ่งเน้นการบริหารองค์ความรู้ใน 3 มิติ คือ รวบรวม แลกเปลี่ยน และ ประยุกต์ใช้องค์ความรู้

บริษัทส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้ความเข้าใจในแนวทางและการบริหารองค์ความรู้ให้ถูกต้องและสัมฤทธิ์ผล โดยหวังให้พนักงานนำความรู้ที่เกิดขึ้นจากการทำงานมาแลกเปลี่ยน เรียนรู้และนำกลับมาปรับใช้ในการทำงานทุกครั้ง เพื่อลดความผิดพลาด เพิ่มขีดความสามารถในการแก้ปัญหา ตลอดจนสามารถจัดทำมาตรฐานการทำงานใหม่ๆ และต่อยอดองค์ความรู้ให้เกิดเป็นนวัตกรรมได้

บริษัทมีการวางแผน กำหนดมาตรฐาน และตั้งเป้าหมายการบริหารองค์ความรู้ ให้ ปตท.สผ. เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้อยู่ในระดับที่สามารถสร้างนวัตกรรมได้ และมีความสอดคล้องกับการบริหารองค์ความรู้ของบริษัทในกลุ่ม ปตท. โดยมีการประเมินการบริหารองค์ความรู้ (Knowledge Management Maturity Assessment : KM MA) ที่เทียบเคียงได้กับมาตรฐานในระดับสากลเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ทราบถึงสถานภาพการบริหารองค์ความรู้ และสามารถกำหนดมาตรการเพื่อให้การบริหารองค์ความรู้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทำงานของพนักงานทั้งองค์กร และมีการนำไปต่อยอดจนเกิดนวัตกรรมได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังมีการจัดกิจกรรมและโครงการต่างๆ เพื่อสนับสนุนกระบวนการบริหารองค์ความรู้ โดยมุ่งเน้นให้ผู้บริหารระดับสูงมีการสื่อสารวิสัยทัศน์ในเรื่องการบริหารองค์ความรู้และเป็นต้นแบบในการดำเนินงาน มีการพัฒนาระบบการบริหารองค์ความรู้ที่เป็นมาตรฐาน มีการเชิญวิทยากรทั้งภายในและภายนอกมาให้ความรู้กับพนักงาน รวมถึงมีการจัดตั้ง Community Of Practice ให้พนักงานแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ที่ได้จากการทำงาน และนำความรู้ที่ได้ไปจัดเก็บในฐานข้อมูลการบริหารองค์ความรู้ (KM Portal)