Menu

การพัฒนาบุคลากร

นโยบายในการจ้างพนักงานท้องถิ่น

ปตท.สผ. ส่งเสริมการจ้างงานพนักงานท้องถิ่นในทุกพื้นที่การลงทุน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โดยนอกจากให้โอกาสในการทำงานแล้ว ปตท.สผ. ยังจัดให้มีการพัฒนาขีดความสามารถและส่งต่อองค์ความรู้ เพื่อให้พนักงานท้องถิ่นมีทักษะ ความรู้ ความสามารถเพียงพอต่อการทำงานทั้งในหน้างานปัจจุบันและเสริมสร้างศักยภาพเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับขึ้นดำรงตำแหน่งทดแทนพนักงานต่างชาติในอนาคต เพื่อการพัฒนาและการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทควบคู่ไปกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศที่บริษัทฯเข้าไปลงทุน

นโยบายในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล

เพื่อพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรและบุคลากรทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติของ ปตท.สผ. ให้พร้อมรองรับการเติบโตทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ปตท.สผ. ได้ปรับปรุงระบบและกระบวนการพัฒนาบุคลากร โดยนำแนวทางการฝึกอบรมและพัฒนาแบบมุ่งพัฒนาขีดความสามารถ (Competency - Based Training and Development) มาใช้อย่างจริงจัง โดยเน้นหลักการพัฒนา 70:20:10 (70% On-the-Job Training : 20% Coaching and Mentoring : 10% Formal Training) เพื่อเร่งรัดให้การพัฒนาบุคลากรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยได้มีการจัดรูปแบบการพัฒนาในแนวทางต่าง ๆ ดังนี้

(ก) จัดฝึกอบรมภายในและภายนอก ปตท.สผ. ได้จัดฝึกอบรมภายในให้แก่พนักงานและผู้บริหารทุกระดับ รวมทั้งเปิดโอกาสให้พนักงานและผู้บริหารได้ฝึกอบรม/สัมมนากับสถาบันต่างๆทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในหลักสูตรต่างๆ ทั้งหลักสูตรทางด้านเทคนิค หลักสูตรเฉพาะด้านตามตำแหน่งงาน หลักสูตรทางด้านความปลอดภัย มั่นคง อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (SSHE) และหลักสูตรพัฒนาทักษะที่จำเป็นในการทำงาน เช่น ทักษะทางด้านคอมพิวเตอร์ ทักษะภาษาต่างประเทศ ทักษะการบริหารจัดการ รวมทั้งการพัฒนาภาวะผู้นำ

(ข) จัดทำโปรแกรมฝึกอบรมและพัฒนาระยะยาว เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้กับพนักงานสำหรับการเข้าปฏิบัติงานในโครงการต่างๆในเวลาที่กำหนด ปตท.สผ. ได้จัดให้มีโปรแกรมฝึกอบรมและพัฒนาพนักงานระยะยาว 1-3 ปี ตามแผนพัฒนารายบุคคล โดยส่งพนักงานเข้ารับการฝึกงานในรูปแบบ on-the-job training ผ่านการปฏิบัติงานในโครงการต่างๆของบริษัท หรือปฏิบัติงานสมทบกับบริษัทร่วมทุน หรือบริษัท Services Company ทั้งในและต่างประเทศ

(ค) สนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่พนักงานเพื่อศึกษาระดับปริญญาโท
ปตท.สผ. ได้สนับสนุนทุนการศึกษาแก่พนักงานเพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโทในมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก ในสาขาต่างๆ ดังนี้

(1) สาขาธรณีศาสตร์ปิโตรเลียม
(2) สาขาวิศวกรรมศาสตร์ปิโตรเลียม
(3) สาขาวิศวกรรมศาสตร์
(4) สาขาวิศวกรรมการเจาะและหลุมเจาะ
(5) สาขาบริหารธุรกิจ

นอกจากนี้  บริษัทฯยังได้สนับสนุนทุนการศึกษาระดับปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย ในสาขาวิชาต่างๆ ดังนี้

(1) สาขาการจัดการ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ 
(2) สาขาธรณีศาสตร์ปิโตรเลียม (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
(3) สาขาธรณีฟิสิกส์ปิโตรเลียม (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

แผนสืบทอดตำแหน่งงานของผู้บริหาร

ปตท.สผ. มีการจัดทำแผนสืบทอดตำแหน่งงาน (Succession Planning) เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างลงจากการเกษียณอายุและเพื่อบรรจุลงโครงสร้างองค์กรใหม่ที่จะเกิดขึ้นในระยะ 5 ปีตามแผนขยายธุรกิจของบริษัททั้งในและต่างประเทศเพื่อรองรับการเติบโตของบริษัทในอนาคต โดยมีคณะกรรมการกำกับดูแลและพัฒนาพนักงาน (Career Review Board) เป็นผู้พิจารณาคัดเลือกผู้ที่มีความเหมาะสมเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งดังกล่าว โดยพิจารณาจากคุณสมบัติตาม PTTEP Management Success Profile ของแต่ละ Business Area (Asset Management, Business Development, Technical Support และ Business Support) ซึ่งประกอบด้วย ขีดความสามารถ (Competency) คุณลักษณะ (Personal Attribute) ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบริษัทและธุรกิจของบริษัท (Organization Knowledge) ประสบการณ์ (Experience) และผลประเมินศักยภาพสูงสุดที่เล็งเห็นได้ในปัจจุบัน (Currently Estimated Potential – CEP) เมื่อได้รายชื่อผู้สืบทอดตำแหน่งงานนั้นๆ แล้ว บริษัทจะมีการกำหนดแผนพัฒนารายบุคคลทั้งระยะสั้นและระยะยาวโดยมุ่งเน้นการพัฒนาทั้งทางด้านความรู้ความสามารถในงาน ทักษะการบริหารจัดการ บุคลิกภาพ และพฤติกรรมการทำงานร่วมกับผู้อื่นตามค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้ผู้สืบทอดตำแหน่งงานมีคุณสมบัติพร้อมที่จะดำรงตำแหน่งได้ตามกำหนดเวลา

การดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีศักยภาพ

ปตท.สผ. ตระหนักถึงแนวโน้มการเพิ่มสูงขึ้นของสัดส่วนกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Generation Y และ Generation Z) ในตลาดแรงงาน จึงได้ออกแบบและจัดทำแผนดึงดูดและรักษากลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพไว้กับองค์กร

บริษัทฯ เริ่มนำสื่อออนไลน์ เช่น LinkedIn และ Facebook มาใช้ในกระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร และกำลังพัฒนาแอพพลิเคชั่นในรูปแบบเกมออนไลน์เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับธุรกิจของ ปตท.สผ. และเป็นเครื่องมือให้ผู้สมัครใช้ทดสอบความถนัดและพฤติกรรมตามค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กรก่อนตัดสินใจสมัครเข้าร่วมงานกับบริษัท

ปตท.สผ. ปรับสภาพแวดล้อมการทำงานให้สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งปรับเวลาทำงานให้ยืดหยุ่นขึ้น (Flexible Hours) อนุญาตให้พนักงานใส่ชุดลำลองมาทำงานในวันศุกร์ (Casual Friday) นำรูปแบบ Innovative and Digital Workplace มาจัดพื้นที่ส่วนกลางให้มีความสะดวกสบาย สร้างสรรค์ และทันสมัย ภายใต้ชื่อ “Innovation Playground” หรือ “iPlay” โดยแบ่งเป็นโซนพักผ่อน โซนบริการอาหารและเครื่องดื่ม โต๊ะทำงานเคลื่อนที่ (Mobile Office) ห้องประชุมและ co-working space และโซนกิจกรรมนันทนาการ ซึ่งบริษัทฯได้ใช้พื้นที่นี้ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมภายในองค์กร เช่น กิจกรรม Design Thinking Workshop และกิจกรรม “กล้า (แชร์) ดี” เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์คิดนอกกรอบของพนักงานในแง่มุมต่างๆ เป็นต้น

นอกจากนี้ บริษัทฯยังได้จัดตั้งชมรม Discovery และชมรม E-Sport เพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่ทั้งสิ้น 23 ชมรมก่อนหน้านี้ เพื่อสอดรับกับกระแสการสร้างสรรค์นวัตกรรมในโลกยุคดิจิทัล

ปตท.สผ. นำเทคโนโลยี Chatbot มาใช้ในงานบริหารทรัพยากรบุคคลเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการต่างๆแก่พนักงาน รวมถึงการขออนุมัติการลาผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล แท็บเล็ต และโทรศัพท์มือถือ ได้จากทุกที่ ทุกเวลา

นอกจากพยายามดึงดูดและรักษาพนักงานกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพแล้ว ปตท.สผ. ยังจัดกิจกรรมเพื่อยกระดับความผูกพันต่อองค์กรของพนักงาน เสริมสร้างค่านิยมองค์กร EP SPIRIT และสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน อาทิ สื่อสารเพื่อเน้นย้ำความสำคัญของบุคลากรโดยผู้บริหารระดับสูงผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ จัดค่ายพัฒนาความผูกพันต่อองค์กรเพื่อ จัดการฝึกอบรม EP SPIRIT ให้กับผู้บริหารและพนักงานเพื่อส่งเสริมและผลักดันให้เป็นวิธีการปฏิบัติเดียวกันทั่วทั้งองค์กร เป็นต้น

ทั้งนี้ ปตท.สผ. ได้ดำเนินการสำรวจความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรเป็นประจำทุกปี เพื่อนำมาปรับปรุงระบบ สภาพแวดล้อมและวิธีการทำงาน ตลอดจนยกระดับความผูกพันของพนักงานต่อองค์กรอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2561 มีพนักงานตอบแบบสำรวจความผูกพันฯ สูงถึงร้อยละ 96 ของพนักงานทั้งหมด ผลจากการสำรวจพบว่าพนักงาน ปตท.สผ. ร้อยละ 66 มีความผูกพันต่อองค์กร ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยขององค์กรในประเทศไทยซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 63

 

นอกจากนี้ ปตท.สผ. ให้ค่าตอบแทนการทำงานและสวัสดิการในระดับที่สามารถแข่งขันได้กับองค์กรชั้นนำอื่นๆ ในประเทศที่บริษัทเข้าไปดำเนินงาน โดยการพิจารณาให้ค่าตอบแทนจะคำนึงถึงปัจจัย 3 ประการ ได้แก่

  1. ความเท่าเทียมภายในองค์กร โดยพิจารณาจากค่างาน ระดับความรับผิดชอบและสภาพการทำงานที่ใกล้เคียงกัน
  2. ความเท่าเทียมภายนอกองค์กร โดยประเมินเปรียบเทียบค่าตอบแทนกับบริษัทน้ำมันอื่นๆ ภายในประเทศที่บริษัทเข้าไปดำเนินงาน เพื่อพิจารณาปรับฐานเงินเดือนในแต่ละปี
  3. แรงจูงใจและผลการปฏิบัติงานรายบุคคล โดยพิจารณาให้ค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงานผ่านการปรับอัตราค่าตอบแทนประจำปี

นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังให้สวัสดิการและความช่วยเหลือต่างๆกับพนักงาน ไม่ว่าจะเป็น ค่ารักษาพยาบาล เงินกู้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ การสมทบดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย ทุนการศึกษาสำหรับบุตรธิดา โครงการเตรียมตัวหลังเกษียณ และโครงการสะสมหุ้นสำหรับพนักงาน (EJIP) เป็นต้น สำหรับโครงการสะสมหุ้นสำหรับพนักงาน (EJIP) นั้น มีระยะเวลาโครงการตั้งแต่ปี 2556 จนถึงปี 2561 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานร่วมลงทุนระยะยาวกับบริษัทฯ โดยการซื้อหุ้นของบริษัทฯในราคาตลาด เพื่อสร้างแรงจูงใจให้พนักงานทุ่มเททำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อให้บริษัทฯมีผลประกอบการตามเป้าหมายที่วางไว้